บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘4 คำถาม’ ทำปรองดอง

กลับมาชูสองนิ้วเป็นสัญลักษณ์ว่า “สู้ สู้”

ล่าสุด “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ปรากฏตัวเข้าทำงานที่กระทรวงกลาโหม ตามคิวเคลียร์ข่าวลือปัญหาเรื่องสุขภาพ

โดยยืนยัน ไม่เป็นไร สบายดี

ทั้งนี้ มีการสังเกตใบหน้าของ “พี่ใหญ่” ดูอิดโรยนิดๆ แต่ก็เปื้อนรอยยิ้ม ตอบคำถามช้าๆอย่างอารมณ์ดี ไม่มีอาการหงุดหงิดแต่อย่างใด

ย้ำกับนักข่าวเลยว่า สู้ไหว ถ้าไม่ไหวก็คงไม่มาทำงานแล้ว

แนวโน้มกระแสข่าวลือคงลดโทนลงไป เมื่อตัวเอกตามท้องเรื่องโผล่มายืนยันด้วยตัวเอง

“พี่ใหญ่” แห่งบูรพาพยัคฆ์ยังอยู่กับที่ ไม่สะท้านสะเทือนตามแรงระเบิด

และก็เป็นอะไรที่ตรงจังหวะพอดี พล.อ.ประวิตรกลับมาทำงาน ในห้วงสถานการณ์

“ผลงานโบแดง” คืบหน้าอีกก้าวสำคัญ

ตามที่ พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ฯ เปิดเผยความคืบหน้ากระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดองที่มาถึงขั้นตอนการจัดส่งเอกสารความเห็นร่วมของฝ่ายต่างๆให้คณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการที่มี “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เป็นประธาน

เพื่อจัดทำเป็นร่างสัญญาประชาคม “เอ็มโอยู” ของประเทศ

กระบวนการปรองดองภายใต้การถือธงนำของ “บิ๊กป้อม” ขยับจากนามธรรมไปสู่รูปธรรม

แนวโน้ม คสช.ออกตัวได้ ไม่ทำปฏิวัติเสียของซ้ำซาก

แต่ที่เห็นได้ชัดถึงรูปธรรมกว่าในทางปฏิบัติ โดยปรากฏการณ์กระตุกอารมณ์ “ปรองดองอัตโนมัติ” นักเลือกตั้งอาชีพทุกป้อมค่าย ไล่ตั้งแต่พรรคเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา ฯลฯ

พร้อมใจ “สามัคคีชุมนุม”

ช่วยกันรุมโห่ รุมตะโกนดักคอ ดาหน้าขวางทาง

กับมุกที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.เล่นเกม “4 คำถาม” กับประชาชนดังๆอย่างเป็นทางการ

1.ท่านคิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลหรือไม่ 2.หากไม่ได้จะทำอย่างไร 3.การเลือกตั้งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งอย่างเดียวที่ไม่คำนึงถึงอนาคตของประเทศและเรื่องอื่นๆ เช่น ประเทศชาติจะมียุทธศาสตร์และการปฏิรูปหรือไม่นั้น ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง

และ 4.ท่านคิดว่ากลุ่มนักการเมือง ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในทุกกรณี ควรจะมีโอกาสเข้ามาสู่การเลือกตั้งอีกหรือไม่ หากเข้ามาได้อีกเกิดปัญหาอีก แล้วจะให้ใครแก้ไข และแก้ไขด้วยวิธีอะไร

โดยขอให้ส่งคำตอบและความคิดเห็นมาทางศูนย์ดำรงธรรมในทุกจังหวัด แล้วให้กระทรวงมหาดไทยรวบรวมส่งนายกรัฐมนตรี

ไม่ได้โยนทุ่นกันลอยๆ แต่มีการรวบรวมผ่านศูนย์ดำรงธรรมเครื่องมือหลักของรัฐบาล

นั่นหมายถึงพร้อมใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงอย่างเป็นการเป็นงาน

ตามรูปการณ์มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากเหลี่ยม “ยื้อ” เลือกตั้ง

เรื่องของเรื่อง โดยจังหวะมาถึงจุด “หักเห” ในห้วงปลายโรดแม็ปท้ายเทอมรัฐบาล เมื่อเงื่อนสถานการณ์ เงื่อนเวลา เงื่อนไขอำนาจที่ขัดแย้งกัน

มันจึงนำมาซึ่งปรากฏการณ์ธรรมชาติที่นักการเมืองแท็กทีมตั้งป้อมบู๊กับทหาร

อาการแบบที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แฉดังๆตอนนี้พรรคที่มีทหารเป็นผู้ก่อตั้งมาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ

อ้างมีการกว้านหาตัวผู้สมัครกันเเล้ว ในปักษ์ใต้ก็มี พื้นที่อื่นก็ด้วย บางพื้นที่ทราบว่า ถึงขนาดได้ตัวผู้สมัครเเล้วก็มี

หรืออารมณ์แบบที่รุ่นเก๋าลายครามอย่าง “ปู่พิชัย รัตตกุล” อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเสนอเชิงยุให้ 4 พรรคใหญ่ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา ภูมิใจไทย จับมือกันตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง

หนทางเดียวที่จะ “หักด่าน” ล้มป้อมปราการทหารลงได้.

ทีมข่าวการเมือง