บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลังตั้งกองทุนประชารัฐ 5 หมื่นล้าน หวังใช้ดูแลคนจนดีเดย์เดือน ต.ค.นี้

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะพิจารณามาตรการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อย ที่มาลงทะเบียนเพื่อขอรับสวัสดิการจากรัฐอย่างรอบคอบ โดยวงเงินดังกล่าวจะมีประมาณ 50,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้จัดตั้งกองทุนประชารัฐวงเงิน 50,000 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะใช้งบกลางที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเริ่มโครงการได้ในเดือน ต.ค.2560 ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีงบประมาณ 2561

“สิ่งที่กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาในขณะนี้คือ หลักการของมาตรการที่ออกมาต้องให้ตรงกับความต้องการของประชาชนมากที่สุด ซึ่งอาจจะเจาะจงตามภาค หรือเป็นรายจังหวัดก็ได้ โดยมุ่งหวังพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยให้ดีขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อมูลผู้ลงทะเบียน คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 เดือน และน่าจะออกมาตรการได้ภายในเดือน ต.ค.นี้อย่างแน่นอน”

ด้านนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ขณะนี้ กระทรวงการคลังได้ส่งรายชื่อประชาชนที่ลงทะเบียนขอรับสวัสดิการจากรัฐไปให้หน่วยงานที่รับผิดชอบแล้วประมาณ 11 ล้านคน จากจำนวนที่ลงทะเบียนทั้งหมด 14.1 ล้านคน โดยในระหว่างนี้ กระทรวงมหาดไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ธนาคารพาณิชย์ กรมที่ดิน กรมสรรพากร เป็นต้น จะเริ่มต้นกระบวนการตรวจสอบจากฐานข้อมูลจากแบบฟอร์มที่ประชาชนกรอกเอาไว้ ส่วนสวัสดิการเช่น รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี การรับส่วนลดค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้า ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่ทุกเรื่องที่มีการเสนอ มีความเป็นไปได้ทั้งหมด

ส่วนความคืบหน้าโครงการสินเชื่อรายจิ๋ว (พิโก้ ไฟแนนซ์) ล่าสุด สศค.อนุมัติใบอนุญาตแล้ว 55 ราย และยังอยู่ระหว่างการพิจารณาอีก 240 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ สศค.ได้เสนอให้ผู้ประกอบการเขียนแผนการบริหารงานธุรกิจมาใหม่ เพราะแผนงานที่เสนอมาในครั้งแรกไม่ถูกต้อง เนื่องจากเน้นเรื่องการรับจำนำ หรือจำนองสิ่งของ ซึ่งเป็นรูปแบบเดิมของพวกเงินกู้นอกระบบ จึงไม่ใช่วัตถุประสงค์ของรัฐบาล ซึ่งพิโก้ ไฟแนนซ์ เป็นการปล่อยกู้เงินฉุกเฉินวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งมีผู้ประกอบการเริ่มปล่อยกู้ไปแล้ว 9 ราย เป็นเงิน 3-4 ล้านบาท ขณะที่นาโนไฟแนนซ์ ล่าสุดมียอดปล่อยกู้แล้ว 3,000 ล้านบาท ปล่อยกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 36% ต่อปี.