วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ธปท.นั่งไม่ติด "บาทแข็ง"

นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากที่ค่าเงินบาทได้แข็งค่าค่อนข้างเร็วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 24 พ.ค. จนถึงวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทได้แข็งค่าขึ้น 0.97% เทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นมากที่สุดในภูมิภาค ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านแข็งค่าขึ้นเพียง 0.1%-0.56% เทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯนั้น ธปท.ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเห็นว่าค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นดังกล่าว ส่วนหนึ่งมาจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินทั้งภูมิภาค หลังการเผยแพร่รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ชี้ว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ น่าจะยังอยู่ในแนวทางค่อยเป็นค่อยไป

และอีกส่วนหนึ่งของการแข็งค่าของเงินบาทนั้น มาจากปัจจัยเฉพาะของประเทศไทย กล่าวคือ ข้อมูลเศรษฐกิจไทยที่มีทิศทางโดยรวมดีขึ้น และการตีความถ้อยแถลงของ กนง. ว่า กนง. มีความพอใจกับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่สอดคล้องกับภูมิภาคในช่วงก่อนหน้านี้ และ กนง.ลดความกังวลต่อแนวโน้มค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น ปัจจัยเฉพาะเหล่านี้ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วกว่าค่าเงินอื่นในภูมิภาคอย่างชัดเจน

“ธปท.ยืนยันว่า ยังคงจับตาเงินทุนไหลเข้า โดยเฉพาะเงินทุนระยะสั้นที่อาจมีความผันผวนสูงและทำให้ค่าเงินบาทผันผวนสูงตาม โดย ธปท.พร้อมที่จะใช้เครื่องมือที่มีอยู่เพื่อลดแรงจูงใจของการนำเงินมาลงทุนหรือเก็งกำไรในระยะสั้นๆ ซึ่งแหล่งหนึ่งที่นักลงทุนต่างชาตินำเงินมาลงทุนหรือเก็งกำไรในระยะสั้น คือพันธบัตร ธปท.ทำให้ที่ผ่านมา ธปท.ได้ลดปริมาณการออกพันธบัตร ธปท. อายุต่ำกว่า 1 ปี เพื่อลดช่องทางที่นักลงทุนต่างชาติจะนำเงินมาลงทุนระยะสั้นๆในประเทศไทย”.