บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้ำประปา กทม.-ปริมณฑลผ่านมาตรฐาน แนะวิธีลดกลิ่นคลอรีน-สกัดสารปนเปื้อน ต้มก่อนดื่มเพิ่มความชัวร์

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากข้อมูลของกรมชลประทานพบว่า ปี 2559 เป็นปีที่มีภาวะภัยแล้งรุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปีของไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตน้ำประปาที่ประชาชนใช้เพื่อการอุปโภคและบริโภคมีปริมาณน้อยลง สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีภารกิจหลักในการคุ้มครองผู้บริโภค ป้องกันปัญหาสาธารณสุขและสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนจึงได้ดำเนินการตรวจเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาและค่าความเค็มในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และนนทบุรีจากการเก็บตัวอย่างจากบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ 16 เขต จาก 50 เขต จ.นนทบุรี 4 อำเภอ จาก 6 อำเภอ จ.สมุทรปราการ 1 อำเภอจาก 6 อำเภอ โดยเก็บ 1 ตัวอย่างต่อเขตหรืออำเภอรวม 2 ครั้งในเดือน ก.พ. และ พ.ค.ปี 2559 รวม 44 ตัวอย่าง

นพ.สุขุมกล่าวต่อว่า จากการเก็บข้อมูลจาก 4 โรงผลิตน้ำ ได้แก่ โรงผลิตน้ำบางเขน โรงผลิตน้ำธนบุรี โรงผลิตน้ำสามเสน และโรงผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ ซึ่งจากการนำตัวอย่างน้ำมาตรวจหาค่าความเค็ม ความเป็นกรด-ด่าง คลอไรด์ ปริมาณสารที่ละลายได้ทั้งหมด ปริมาณสารทั้งหมด คลอรีนตกค้าง โลหะ และจุลินทรีย์นั้น ผลการตรวจวิเคราะห์ทั้ง 2 ช่วง พบว่า ทุกตัวอย่างผ่านมาตรฐานคุณภาพของการประปานครหลวง รวมทั้งผ่านเกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้ของกรมอนามัย ส่วนกรณีน้ำประปาจากก๊อกตามบ้านเรือนอาจมีกลิ่นคลอรีนหลงเหลืออยู่ ประชาชนสามารถลดกลิ่นคลอรีน โดยการรองน้ำประปาใส่ภาชนะแล้วเปิดฝาและตั้งทิ้งไว้ 30 นาที หรืออาจนำไปต้มก่อนดื่มก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการบริโภคได้ นอกจากนี้ ควรหมั่นตรวจสอบท่อน้ำประปาในบ้านเรือนอยู่เสมอว่ามีปัญหาการรั่วซึมหรือ ไม่ เพราะอาจทำให้ปนเปื้อนจากสิ่งสกปรกหรือเชื้อโรคปะปนมากับน้ำประปาและทำให้ไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้.