บริการข่าวไทยรัฐ

พีทีทีจีซี ประกาศผลงานวิจัย สร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี

พีทีทีจีซี ประกาศผลผู้ชนะเลิศ โครงงานวิจัย “PTTGC Open Innovation Challenge 2016” ครั้งแรกในวงการอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย สนับสนุนนักวิจัยสร้างสรรค์ผลงานเชิงพาณิชย์... 

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC กล่าวว่า ได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยอาศัยการแสวงหาแนวความคิดใหม่ๆ จากภายในและภายนอกองค์กร เพื่อร่วมมือกันพัฒนาและต่อยอดผลงานวิจัยสู่การสร้างมูลค่าที่สามารถผลิตออกสู่ตลาดได้จริง โดยได้จัดประกวดโครงงานวิจัย PTTGC Open Innovation Challenge 2016 ภายใต้แนวคิด “Smart-Eco Innovation”

ทั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้กับนักวิจัยทั้งในกลุ่มภาคการศึกษา ภาคสถาบันวิจัย และบริษัทสตาร์ทอัพได้สร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่สามารถสร้างมูลค่าในเชิงพาณิชย์ ควบคู่กับการสร้างสมดุลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และเพื่อก่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาประเทศไทย โดยได้เปิดรับสมัครผลงานตั้งแต่เดือนส.ค. 2559 ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลงาน เข้าร่วมทั้งสิ้น 50 โครงการ จากภาคการศึกษา 38 โครงการ และภาคเอกชน หรือบริษัทสตาร์ทอัพ 12 โครงการ รวม 165 คน แยกเป็นชาวต่างชาติ 15 คน โดยได้รับคัดเลือกเพื่อการนำเสนอผลงานในรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 26 พ.ค. 2560 จำนวนทั้งสิ้น 11 ทีม

สำหรับนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ มีดังนี้ ประเภท Smart-Eco Products: ได้แก่ ทีม Photocat นำเสนอผลงาน Upgrading Sugar to High Value Products and Chemicals by Green Technology จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นวัตกรรมพัฒนาน้ำตาลเป็นสารเคมีที่มีมูลค่าสูง โดยการนำแสงมาเพิ่มมูลค่าให้เป็นสารทดแทนความหวานที่ตลาดค่อนข้างเติบโต

ประเภท Smart-Eco Plants  ได้แก่ ทีม Powerpuff Girls นำเสนอผลงาน Carbon Dots: They are 50 Times More Expensive Than Gold จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นวัตกรรมการเปลี่ยนของเสียหรือกากอุตสาหกรรมจากโรงงานปิโตรเคมีที่มีคาร์บอนอยู่ให้มาเป็นสารที่มีราคาสูงกว่าทองถึง 50 เท่า ผลิตโดยไม่ซับซ้อนและต้นทุนต่ำ มีคุณสมบัติการใช้งานในหลายรูปแบบ 

ส่วนประเภท Circular Thinking  ได้แก่ทีม Graphenal นำเสนอผลงาน Microporous Graphenal Polymers for Uptake and Transformation of CO2 Gas จากสถาบันวิทยสิริเมธี เป็นการพัฒนาวัสดุที่เปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซต์ ให้เป็นวัสดุที่มีมูลค่าสูงที่สามารถดักจับคาร์บอนฯในอุณหภูมิห้อง และยังสามารถต่อยอดนำไปใช้เป็นสารอิเล็กโทรไลตเหลวสำหรับแบตเตอรี่และตัวเก็บประจุยิ่งยวด

อย่างไรก็ตามทีมชนะเลิศแต่ละประเภท จะได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลมูลค่า 500,000 บาท และจะมีโอกาสเข้าร่วมสร้างสรรค์งานวิจัยกับ PTTGC ตลอดจนได้รับการสนับสนุนเพื่อพัฒนางานวิจัยสู่การผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ต่อไป

"การวิจัยพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม เพื่อก้าวสู่ Thailand 4.0 ซึ่งการริเริ่มโครงการประกวดโครงงานวิจัยนี้ เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศ อีกทั้งเป็นการพัฒนาโมเดลธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ด้วยการสร้างความร่วมมือด้านงานวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมระหว่างบริษัทฯ กับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนและส่งผลดีต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง โดยบริษัทฯ พร้อมสนับสนุนทั้งด้านทุนการวิจัย การพัฒนาการตลาดและเทคนิค และการต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ ต่อไปในอนาคต" นายสุพัฒน์พงษ์ กล่าว

สำหรับโครงการ PTTGC Open Innovation Challenge 2016 จะพัฒนาต่อยอดผลงานวิจัยที่มีศักยภาพให้พัฒนาไปสู่เชิงพาณิชย์ โดยร่วมมือกับบุคลากรด้านการวิจัยพัฒนาของบริษัทฯ รวมถึงการใช้ห้องปฏิบัติการและโรงงานต้นแบบของศูนย์วิจัยและเทคโนโลยีของ บริษัทฯ ซึ่งมีความเชื่อมโยงและเป็นส่วนหนึ่งในแรงผลักดันของเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือเพื่อผลักดันให้ผลงานวิจัยโดยนักวิจัยไทยและบริษัทของไทยแข่งขันได้ในเวทีโลก และเกิดการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างยั่งยืน.