วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หน้าเหมือนพ่อ เปิดตัวลูกชายดาราดัง โปรไฟล์ดี หล่อ รวย นักเรียนนอก (คลิป)

ถือเป็นนักแสดงสาวรุ่นใหญ่ฝีมือดีอีกคนของวงการสำหรับ ตุ๋ย นวลปรางค์ ตรีชิต แม้ในช่วงหลังจะไม่ค่อยเห็นเจ้าตัวรับงานละครสักเท่าไร แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้หายไปไหน เพราะนอกจากจะมีธุรกิจร้านเล็บ At Nail by Nuanprang Trichit ที่ต้องดูแลแล้ว เจ้าตัวยังมีผลงานล่าสุดกับละคร “คุณย่าดอทคอม” ทางช่องทรูโฟร์ยู อีกด้วย

วันนี้ “บันเทิงไทยรัฐออนไลน์” ชวนเจ้าตัวมาอัพเดตถึงเรื่องราวชีวิตในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไรบ้าง และไม่พลาดถามถึงลูกชายสุดรักสุดหวงอย่าง น้องดีน ที่นอกจากจะหน้าตาดีไม่แพ้คุณแม่แล้ว ยังเป็นนักเรียนนอกจบปริญญาโทและทำงานที่เมืองซิดนีย์ ออสเตรเลีย อีกด้วย ทั้งหล่อและโปรไฟล์ดีอนาคตไกลขนาดนี้ คุณแม่คนสวยมีวิธีการเลี้ยงลูกอย่างไรต้องไปฟังจ้า!!

ช่วงนี้ทำอะไรอยู่บ้าง?
“ช่วงนี้ค่อนข้างว่าง จะว่าไปตามจริงก็รีไทร์แล้ว เพราะฉะนั้นทำก็เหมือนไม่ได้ทำ ก็มีร้านทำเล็บชื่อว่า At Nail ชั้น M เอสพลานาด รัชดา เข้าไปวันเว้นวัน วันละ ชม. เข้าไปนั่งขำๆ แก้เบื่อแล้วก็กลับบ้าน กิจการก็ดีนะ เพราะพี่เซ็นสัญญาว่าพี่เป็นร้านเล็บร้านเดียวในตึกนี้ค่ะ ก็ทำมาเป็นปีที่ 9 แล้วค่ะ เมื่อก่อนมีร้านเล็บอีก 4 สาขา แต่ค่อยๆ ทยอยปิดเพราะว่าหมดสัญญา เหลืออันนี้ที่ไม่หมดสัญญาเพราะว่าเราเซ้งตึกไว้ 25 ปี เคยทำร้านก๋วยเตี๋ยวตอนนี้ก็ปล่อยให้เช่าไปค่ะ

ส่วนงานละครก็เห็นตามหน้าจอบ้างแต่ไม่ค่อยบ่อยด้วยเหตุผลที่ว่าคาแรกเตอร์พี่พูดกันตามความจริงเล่นได้ไม่หลากหลาย คือถ้าจะเล่นเป็นชาวบ้านหน่อยเขาก็จะไม่เรียกพี่ คือด้วยวัยยังไม่ถึง ก็จะเล่นได้เป็นบางบท เช่น คุณหญิง คุณนาย ไฮโซ คือด้วยลุคไม่มอมแมมอะไรแบบนี้ ซึ่งจริงๆ อยากใส่มอมแมม อยากลองค่ะ”

วงการบันเทิงเมื่อก่อนกับตอนนี้ของพี่ตุ๋ยเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้าง?
“ตั้งแต่เล่นละครช่วงแรกน่าจะเมื่อ 30 ปีมาแล้ว ก็มีความรู้สึกว่าทุกอย่างมันพัฒนาขึ้น จากเมื่อก่อนต้องมีเสียงคนพากย์ข้างหูเรา กล้องก็น้อยตัว แต่สมัยนี้ทุกอย่างทันสมัยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผมเขาก็เตรียมให้เราหมด เมื่อก่อนเราต้องแบกเสื้อผ้าไปเองนะ ช่างแต่งหน้าก็มีคนเดียว ผมก็ไม่ได้เปลี่ยนบ่อย แต่ตอนนี้ทุกอย่างทันสมัยมากขึ้น ภาพในทีวีออกมาสวยและดูเป็นโปรเฟสชั่นนอล

เมื่อก่อนพี่เล่นละครเรื่องแรกคือเรื่อง “สะใภ้จ้าว” ทางช่อง 5 สมัยก่อน จำได้ว่าพี่อ๊อด (ภิญโญ ทองเจือ) เป็นพระเอก คุณตุ๊ก (เดือนเต็ม สาลิตุล) เป็นนางเอกที่เรียบร้อย ส่วนพี่เป็นนางเอกตัวแจ๋น คือตัวสะใภ้จ้าวที่จะแจ๊ดไปแจ๊ดมา ส่วนมากบทจะเป็นลุคเปรี้ยวๆ จบเมืองนอกมา เชื่อมั่นในตัวเอง คือลุคพี่ไม่ใช่ลุคเรียบร้อยแบบคุณรัชนู บุญชูดวง หรือคุณกาญจนา จินดาวัฒน์ คือพี่เป็นลุคแบบเปรี้ยวๆ ตั้งแต่สมัยเล่นละครเรื่องแรกๆ จนถึงตอนนี้ยังเป็นลุคนี้อยู่ เล่นร้ายก็ได้ เล่นดีคนไม่ค่อยจะเชื่อเพราะแจ๋นเหลือเกินค่ะ”

ผลงานที่คนจดจำได้มากที่สุด?
“ตอนเด็กๆ เรื่องที่ดังที่สุดคือเรื่อง “กุหลาบไร้หนาม” “สามอนงค์” “สะใภ้จ้าว” เป็นนางแบบถ้าใครได้ลงหนังสือ “ลลนา” หรือ “ดิฉัน” หรือเดินแฟชั่นของคุณไข่ (ไข่ บูติก) ก็จะอยู่ในระดับท็อปค่ะ บทเรียบร้อยจะน้อยมาก จำไม่ค่อยได้ แต่ส่วนมากบทเรียบร้อยไม่ค่อยได้เล่นค่ะ”

อยากลองเล่นบทเรียบร้อยไหม?
“อย่าฝืนเลย อย่างละครเรื่องนี้ (คุณย่าดอทคอม) เป็นตัวเองมาก ไม่ต้องเล่นอะไรมากเลย เป็นตัวเรา ชอบ คือละครคุณย่าดอทคอมคาแรกเตอร์แบบเมียทูต มีความเชื่อมั่นในตัวเอง เป็นอินทีเรียดีไซเนอร์ ชอบแต่งตัว เพราะฉะนั้นนี่คือตัวเรา เวลาพูดอะไรก็เป็นเราหมด ไม่ต้องแสดงเลย คือตัวเราเองเลย เบื่อผัวก็บอกเบื่อผัวตรงๆ ไม่เสแสร้ง

จะว่าไปเรื่องนี้ถ้าพูดกันตามความจริง ไม่ได้อวยนะคะ เรื่องนี้เขาเลือกคนได้เหมาะมาก คุณย่า 6 คน คาแรกเตอร์ชัดเจนมาก อย่างสุพรรษา (เนื่องภิรมย์) จะเป็นคนมาดนิ่งๆ เป็นหัวหน้าห้อง เรียบร้อย แต่งตัวค่อนข้างเรียบร้อย อย่างพี่ก็จะแจ๋นๆ ชอบแต่งตัว คุณเนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ เขาจะเวอร์วัง ซึ่งก็เป็นเขาค่ะ คุณรสริน จันทรา ก็จะเป็นอาจารย์ คุณแหม่ม เทพยุดา ก็สอนทำขนม คุณเนาวรัตน์ ซื่อสัตย์ ก็ทำงานเกี่ยวกับต่างประเทศ คือคาแรกเตอร์ได้หมดค่ะ คือเขาเลือกได้โดนน่ะพี่ว่า”

เรื่อง “คุณย่าดอทคอม” เหมือนเป็นการรวมตัวดารารุ่นใหญ่?
“ไม่เคยได้รวมกันขนาดนี้ ถามว่ากองแตกเลยไหม แต่ละคนก็มีมุมของเขา สุพรรษาก็จะนั่งทำโน่นทำนี่ พี่ก็จะแจ๋นไปมา หาของกินเดินไปมา ก็คุยกัน ทุกคนจะมีมุมส่วนตัว แต่พอถึงเวลาก็มาจอยกันค่ะ สนุกค่ะ ได้เป็นตัวเอง ไม่ต้องเสแสร้ง ทุกคนเป็นตัวเอง พอคนโตแล้ว ผ่านอะไรมามากแล้วมันจะมีมุมของตัวเอง คุยกันได้ แต่ไม่ได้ว่าจะตลอดเวลาเพราะเราไม่ใช่เด็กแล้วค่ะ”

ทำงานกับนักแสดงรุ่นใหม่เป็นไงบ้าง?
“ก็รู้สึกว่าเด็กรุ่นใหม่บางคนโอเค เรื่องนี้ (คุณย่าดอทคอม) เด็กทุกคนน่ารัก คือเขาจะรู้จักผู้ใหญ่รู้จักเด็กค่ะ แต่บางเรื่องบางคนก็จะไม่ค่อยรับผิดชอบ บางคนจะห่วงโทรศัพท์ ท่องบทอยู่ก็ส่องมือถือ เวลาซ้อมคุณก็ยังจะห่วงกดเล่น เราก็รู้สึกว่าขอให้มันซ้อมผ่านไปก่อน ถ้าทำแบบนั้นแล้วสมาธิมันอยู่ตรงไหน แต่เด็กๆ เรื่องนี้ไม่มีนะ คือเราเองก็ติดโทรศัพท์นะ แต่เวลาทำงานเนี่ยอย่ากดโทรศัพท์ได้ไหม บางทีเราเห็นแล้วมันหงุดหงิด มันเยอะเกินค่ะ”

ในอนาคตอยากทำอะไรอีกไหม?
“ด้วยวัยแล้วคือไม่ได้แก่มากในการจะทำอะไร แต่ถ้าทำอะไรแล้วมันเหนื่อยมากเราก็ไม่เอาแล้ว มีความรู้สึกว่า ณ ทุกวันนี้พี่โอเคในทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องลูก เรื่องธุรกิจ พี่เซทเทิลไว้หมดแล้ว ถ้ามีอะไรให้ทำแล้วเครียดพี่ไม่ทำแล้ว ถ้าจะทำก็ทำขำๆ สนุกๆ ได้ค่ะ”

ครอบครัวว่าไงบ้างที่เรายังรับงานละครอยู่ แล้วบางทีก็เลิกดึก?
“อันนี้ต้องทำใจ เพราะพี่มีลูกชายคนเดียวอยู่เมืองนอก พี่มีคุณแม่ คุณแม่ก็มีแม่บ้านอยู่เป็นเพื่อน เพราะฉะนั้นในการทำงานเราไม่ได้มีละครเยอะเหมือนพวกเด็กๆ ถ้าเรารับเรื่องนึงในบทแม่ ใน 1 อาทิตย์คุณอาจมีแค่คิวเดียวหรือสองคิว เท่ากับอาทิตย์นึงทำแค่ 1-2 วัน มันเป็นเรื่องที่คุณต้องทำใจถ้าเขาจะปล่อยคุณตอน 4-5 ทุ่ม แต่มันก็ไม่ใช่ทุกวัน เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบก็ไม่ได้หนักหนา พี่โอเคแฮปปี้ค่ะ”

พูดถึงลูกชาย ได้ข่าวว่าลูกชายหล่อมาก?
“มาก (ยิ้ม) พอพูดเรื่องลูกเดี๋ยวจะหาว่าอวย ลูกชายชื่อน้องดีน ปีนี้อายุ 27 ปีแล้ว จบวิศวะแอโรสเปซ ปริญญาตรีที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย เกียรตินิยมอันดับ 1 และตอนนี้จบปริญญาโทด้วยคะแนน Excellent เหมือนเป็นเกียรตินิยมอันดับ 1 ปริญญาโท พี่เพิ่งไปงานรับปริญญาโทของลูกมา ตอนนี้มีงานทำอยู่ที่ซิดนีย์ แต่เขาคงไม่อยู่หรอก เขาจะกลับมาบวชวันที่ 24 มิ.ย.นี้ น้องหล่อมาก สูง 194 ซม. คือทางครอบครัวคุณพ่อเขาสูงอยู่แล้ว เขาเป็นเด็กที่ไม่ทำปัญหาให้แม่ต้องเครียดเลยจนบัดนี้ เป็นเด็กดีมาตลอด และไม่ใช่ดีแบบเนิร์ดใส่แว่นและเคร่งนะ เป็นเด็กขำและอารมณ์ดีทุกอย่าง แต่ทำทุกอย่างได้ดีหมดค่ะ”

ภูมิใจในตัวลูกชายมากแค่ไหน?
“ก็มีอยู่คนเดียวนะคะ ก็ภูมิใจในทุกสิ่งที่เขาเป็น วันนึงเขาอาจจะทำอะไรผิดพลาดได้บ้างเพราะนี่มันเป็นปกติของชีวิตมนุษย์ มันดีไปหมดคงเป็นไปไม่ได้ แต่ทุกวันนี้เราต้องขอบคุณเขาที่เขายังดีไปหมดทุกอย่างค่ะ”

มีความคิดอยากผลักดันให้เขาเข้าวงการตามรอยเราไหม?
“เคยมีป้าๆ ลุงๆ ที่ทำนิตยสาร ทั้งหนังสือลิปส์, โวลุ่ม เอาเขาไปถ่ายรูปและสัมภาษณ์ แต่ถ้าให้ทำจริงๆ พี่มีความรู้สึกว่าลูกชายพี่คงไม่ใช่ขั้นณเดชน์ที่จะอยู่แล้วรอดได้ขนาดนั้น เพราะคนเราที่จะมีดวงมาเป็นณเดชน์ มาริโอ้ อนันดาได้เนี่ยมันเป็นหนึ่งในหลายๆ ล้าน เพราะฉะนั้นเขาอยู่ตรงนี้เขาก็ท็อปแล้วของการทำงาน ท็อปของทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องมาลองตรงนี้เพราะว่าตรงนี้มันเข้ามายากและไม่ได้ถาวรค่ะ”

ลูกเป็นคนดี เรียนดีแบบนี้ มีวิธีการเลี้ยงหรือปลูกฝังความคิดลูกอย่างไร?
“อันนี้พี่ต้องบอกว่าอยู่ที่ครอบครัวครึ่งนึงและอยู่ที่ตัวเด็กครึ่งนึง ปลูกฝังเนี่ยถ้าเด็กไม่เอาก็คือไม่เอา บางคนอาจจะมาสว่างแล้วไปมืดก็มี มามืดแล้วไปสว่างก็มี ต้องขอบคุณคุณยายที่ถึงเราจะเลิกกับคุณพ่อเขา แต่ดีนมีคุณยาย และด้วยดวงของเด็กเองต้องมีบุญมาแล้วครึ่งนึง ถึงได้ไม่มองอะไรไปในทางที่ผิด อันนี้ต้องให้เครดิตลูกและคุณยายซึ่งรักหลานมากๆ ซึ่งเขาสื่อถึงกันได้ดีมากๆ ค่ะ ไม่มีอะไรที่ต้องกังวลเลย แล้วดวงเขาดีด้วย เราคงมีบุญด้วยที่เราจะได้ลูกดี คือบุญต้องเสมอกัน เขามีบุญที่เขาเป็นเด็กที่คิดได้ แล้วเราก็มีบุญที่มีลูกที่บุญเท่ากันมาเกิด เราถึงไม่เครียด ไม่มีปัญหา”

โปรไฟล์น้องดีขนาดนี้ มีสาวๆ ดูแลหัวใจรึยัง?
“เขาก็มีนะคะ เพราะว่าเพื่อนที่เรียนจบวิศวะด้วยกันก็คบๆ กันอยู่ แต่อันนี้พี่ก็ไม่ได้เข้าไปอะไรมากเพราะถือว่าเขาโตแล้ว เราก็ดูอยู่ห่างๆ ค่ะ ถ้ายูแฮปปี้ ไอก็แฮปปี้ เพราะฉะนั้นอะไรที่เรารับได้ เราก็จะไม่พูด แต่ถ้าอะไรที่เราทนไม่ไหว เราก็จะบอกลูกว่าหม่ามี้ว่าอย่างนี้ๆ แต่ว่าแต่ละเรื่องที่ทำมายังไม่มีอะไรคอมเพลนเลย ก็เลยนิ่งๆ ค่ะ ถามว่าสาวที่น้องคบอยู่เป็นคนไทยหรือต่างชาติ เป็นคนไทยค่ะ ก็เคยเห็นพามาค่ะ พี่ไม่ได้ว่าผู้หญิงสักยันต์หรือเจาะสะดือเจาะลิ้นแล้วไม่ดีนะ แต่พี่เป็นคนโบราณ พอสักอะไรก็จะรู้สึกว่าเป็นเด็กที่เรากลัวเขาแรงเกินที่ลูกเราจะรับไหวไง คือลูกเราไม่ใช่เด็กแรง ฉะนั้นเราก็จะค่อนข้างดูตรงนี้นิดนึงค่ะ แต่ที่ผ่านมายังไม่เจอเพราะลูกเราคงไม่ทำอะไรแรงๆ แบบนั้นค่ะ”

เราต้องช่วยสกรีนด้วยไหม?
“ก็ยังไม่มีอะไรต้องเรียกมาคุยนะ ไม่มีอะไรต้องบอกกันเพราะว่ามีอะไรก็จะคุยกันตลอด พี่ตุ๋ยกับลูกจะเป็นคนไม่มีความลับต่อกัน เราจะสัญญาตั้งแต่อยู่กัน 2 คนมาว่าเราสองคนจะไม่มีความลับต่อกันไม่ว่าเรื่องอะไรทั้งสิ้น ทุกปัญหามีทางออก ลูกมีอะไรบอกมี้ เราคุยกันได้ทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องเล็กยันเรื่องใหญ่ เราจะคุยกันตลอดเวลา แล้วเขาก็สอนแม่ด้วย สอนในการใช้ชีวิต สมมติเราบอกว่าหม่ามี้ว่าเรื่องนี้มันไม่ถูก เขาก็จะบอกว่าบางทียูคิดล่วงหน้าไปก่อนรึเปล่า มันยังไม่เกิดนะ เขาจะคิดแบบเด็กสมัยใหม่ จะเครียดไปทำไมหม่ามี้ในเมื่อยังไม่เกิด ให้มันเกิดก่อนแล้วค่อยเครียดดีไหม แล้วถ้าเกิดมันไม่เกิด ยูเครียดฟรีนะ รอให้เกิดขึ้นแล้วค่อยเครียด มันก็ไม่ขาดทุน หรือไม่เกิดขึ้นเลย ยูก็ไม่เครียดฟรีๆ เขาจะมีวิธีคิดซึ่งเราฟังแล้วเออ มันใช่เลยอะ เขาเป็นคนที่ทำให้เราคิดอะไรได้หลายเรื่องมาก ไม่ว่าจะเรื่องงาน เขาเป็นคนวางแผนการเงินเก่งด้วยค่ะ”

ทุกวันนี้ยังมีอะไรที่เป็นห่วงน้องดีนไหม?
“เป็นห่วงเรื่องเดียวคือเรื่องความปลอดภัย โรคภัยไข้เจ็บ เรื่องอุบัติเหตุ ห่วงเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ จะดูเรื่องพวกนี้มากกว่า อาหารการกินด้วยค่ะ ถามว่าพอน้องอยู่เมืองนอก พี่อยู่เมืองไทย ห่วงมากน้อยแค่ไหน ก็เป็นห่วงค่ะ แต่ทำไงได้ ทุกคนต้องมีชีวิตของตัวเอง ถ้าคุณเอาลูกมากอดไว้มันไม่มีประโยชน์ไง คือบางทีทุกอย่างเขาลิขิตมาหมดแล้วไง ถึงเวลามันต้องไป ทุกอย่างมันเป็นสัจธรรม เพราะฉะนั้นมันเป็นอนาคตของเขา ถ้าวันนึงมันเกิดอะไรขึ้นกับเขาก็ต้องทำใจค่ะ เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เราทำดีที่สุด”

อยากบอกอะไรกับน้องไหม?
“คือเราบอกกันทุกวันอยู่แล้วว่าหม่ามี้เลิฟยู หรือส่งไลน์คุยกันก็บอกไอเลิฟยูกันทุกวันอยู่แล้ว เราจะพูดกันตลอดเวลาว่าดีนเป็นหลานชายคนโตของคุณยาย ทุกคนหวังกับดีนมากในการที่ดีนจะต้องอยู่กับคุณยาย หม่ามี้ ดูแลกัน ยูเป็นศูนย์รวมจิตใจของคุณยายและหม่ามี้ หลานอีก 2 คนเขาก็ต้องพึ่งยูเพราะยูเป็นพี่คนโต เพราะฉะนั้นดีนจะเป็นหัวหน้าของครอบครัวเรา จะพยายามพูดให้เขาฟังว่ายูเป็นคนสำคัญของครอบครัว”

พอน้องดีนกลับมาเมืองไทยและบวชแล้ว เขาจะกลับมาเมืองไทยถาวรไหม?
“ไม่ค่ะ เขาแค่ลางานมาบวช แล้วที่ออฟฟิศเมืองไทยก็ทำงานกับที่ซิดนีย์ เขาจะมาทำงานที่นี่ได้อาทิตย์ 2 อาทิตย์ แต่ว่าแพลนในอนาคตอาจจะย้ายไปที่อังกฤษหรือสิงคโปร์ เพราะว่าบริษัทเขามีสาขาอยู่แถวนี้ค่ะ ตั้งแต่ไปเรียนเขาก็ยังไม่ได้อยู่เมืองไทยเลย พี่ก็ไปหาเขาเพิ่งกลับมา ไปอยู่มา 3 อาทิตย์ คือไปงานรับปริญญาของเขา แล้วเขาก็จะกลับมาตลอด โทรศัพท์สมัยนี้ก็เห็นหน้ากัน คุยกันกี่ ชม.ก็ได้ไม่เสียตังค์ เหมือนเราได้อยู่ใกล้กันตลอดเวลาค่ะ”

สุดท้ายฝากถึงแฟนๆ ที่ยังติดตามผลงานของเราหน่อย?
“ก็ต้องขอบคุณทุกคนที่พอเจอแล้วยังจำพี่ได้ พี่ภูมิใจที่ทุกคนยังจำพี่ได้ บางคนอาจจะนึกชื่อไม่ออก แต่คนส่วนใหญ่จะจำพี่ได้ อาจเป็นเพราะพี่ไม่ได้เปลี่ยนมากในเรื่องรูปร่าง เขาก็จะจำพี่ได้ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาทัก อยากให้ดูละคร “คุณย่าดอทคอม” เป็นเรื่องที่ยากมากนะที่จะเอาคนรุ่นนี้มารวมกันได้ ไม่ใช่จะหาได้ง่ายๆ (ยิ้ม) สนุกค่ะ”.