วันพุธที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตื่นตา นึกว่าอยู่เมืองนอก! ตะลุย 'พิพิธภัณฑ์เพชร' สุดอลังการ 360 องศา (ชมคลิป)

เหมือนอยู่ต่างประเทศ ทั้งความงาม เทคโนโลยีอลังการ ด้วยขนาดพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลงดงาม และทุ่มทุนมหาศาล ไทยรัฐออนไลน์พาเข้าไปชมความอลังการสยาม 'เจมส์ เฮอริเทจ' พิพิธภัณฑ์และศูนย์การเรียนรู้อัญมณีแห่งแรกในประเทศไทย ตั้งอยู่บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม มีพื้นที่ทั้งหมด 22,000 ตารางเมตร เป็นอาคารรูปทรงทันสมัยขนาด 3 ชั้น...

1. “สยามเจมส์ เฮอริเทจ” พิพิธภัณฑ์และศูนย์การเรียนรู้อัญมณีแห่งแรกในประเทศไทย ที่นำเสนอด้วยสื่อผสมและโดมภาพยนตร์ 360 องศาที่ทันสมัยที่สุด จัดแสดงอัญมณีและเครื่องประดับหลากหลายประเภท 

2. เอกลักษณ์และความยิ่งใหญ่ของ สยามเจมส์ เฮอริเทจ สามารถสัมผัสได้ตั้งแต่จุดต้อนรับ ที่ทุกคนได้พบกับประติมากรรมช้างทองคำพ่อลูก

3. รู้หรือไม่ว่า ช้างทองคำพ่อลูก ชื่อ คุณทับทิม และพลายน้อย นั่นเอง โดยรูปทรงงามสง่าหุ้มด้วยทองคำ 99.99% และประดับเครื่องทรงด้วยแก้วนวรัตน์สีสด เยื้องย่างอยู่บนสายน้ำเจ้าพระยา โดยมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่บนหลังคุณทับทิม ชื่อว่า “พระพุทธมหาปารมีนุภาพพิสุทธิ์อนุตตรสังคามวิชัย” อันมีความหมายว่า พระพุทธเจ้าผู้ชนะสูงสุดเหนือสงครามมาร ด้วยพระพุทธานุภาพแห่งพระบารมีอันบริสุทธิ์ยิ่ง

4. หนึ่งในไฮไลต์ที่พวกเขาภูมิใจมากๆ ผ่าน “สยามเจมส์ สเฟียร์ (SIAMGEMS Sphere)” คือโดมภาพยนตร์แบบ 360 องศา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 15 เมตร จัดแสดงภาพยนตร์เรื่อง “กำเนิดอัญมณี” โดยเรื่องราวจะเล่าถึงการกำเนิดของอัญมณีตามธรรมชาติ ตั้งแต่เป็นสายแร่ที่ได้รับความร้อนและแรงดันจากแกนโลกจนถูกพาขึ้นมาสู่พื้นผิวโลก กว่าจะได้รับการเจียระไนและออกแบบเป็นเครื่องประดับ อันเลอค่าที่ทุกคนต่างหมายปอง ด้วยเทคนิคการฉายภาพยนตร์ระบบ 4K จากเครื่องฉายถึง 8 ตัว ให้มุมมอง 360 องศา พร้อมแสงสีเสียงที่ได้รับการออกแบบจากทีมงานด้านเทคนิคจากเยอรมนี จนรู้สึกเสมือนเข้าไปอยู่ร่วมในเรื่องราวอย่างแท้จริง

5. เมื่อออกจากโดมภาพยนต์ขนาดยักษ์แล้ว จะเข้าไปสู่ส่วนพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 5 โซนย่อย ได้แก่ โซนที่ 1 คือ ห้องมณีนิรันดร์ เป็นส่วนที่ให้ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์เครื่องประดับของโลก โดยจำลองเครื่องประดับในยุคต่างๆ ทั่วโลกมาจัดแสดง โดยเปรียบเทียบตามยุคต่างๆ ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคประวัติศาสตร์ จนถึงยุคปัจจุบัน ซึ่งได้เปรียบเทียบตามเวลาในแต่ละยุคกับการพัฒนาเครื่องประดับของไทยควบคู่กัน เพื่อให้เห็นพัฒนาการของการใช้อัญมณีและโลหะมีค่าของมนุษย์ในยุคต่างๆ อย่างเข้าใจง่าย

6. โซนถัดไปคือ ห้องมณีประกาย ที่จัดแสดงและให้ความรู้เรื่องการเจียระไนอัญมณีในแบบต่างๆ รูปร่างของอัญมณีแต่ละชนิด รวมถึงการจัดแสดงอัญมณีในกลุ่มต่างๆ ทั้งที่เห็นโดยทั่วไป และกลุ่มอัญมณีหายาก อาทิ กลุ่มคอรันดัม (Corundum) อาทิ ทับทิม ไพลิน บุษราคัม กลุ่มเบริล (Beryl) เช่น มรกต อความารีน และ 
บิกซ์ไบต์ (Bixbite)

บางคนจะเรียกว่า “มรกตสีแดง” จัดเป็นอัญมณีที่หายากมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก

7. นอกจากอัญมณีสวยงามหายากแล้ว ยังตื่นตาตื่นใจกับการใช้เทคโนโลยี มิราสโคป (Mira Scope) ที่จะสะท้อนรูปทรงการเจียระไนของอัญมณีในรูปทรงต่างๆ ให้เห็นรอบด้านแบบ 3 มิติ อีกด้วย

8. โซนจัดแสดงที่ 3 คือ ห้องมณีมงคล จัดแสดงอัญมณีที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อของคนไทย 9 ชนิด หรือ นพเก้า ที่เชื่อกันว่าถ้าผู้ใดมีไว้ในครอบครองจะเป็นสิริมงคลอย่างสูงสุด อันได้แก่ เพชร ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน ไพลิน มุกดา เพทาย และไพฑูรย์ โดยจัดเซตเครื่องประดับที่ทำจากอัญมณีทั้ง 9 ชนิดในรูปแบบที่สวยงามทันสมัยให้ได้ชมความงดงามกันอีกด้วย

9. โซนที่ 4 จัดว่าเป็นที่สุดคือ ห้องปัทมราณี จัดแสดงผลงานชิ้นเอกของ สยามเจมส์ เฮอริเทจ นั่นคือ “เดอะเทียร่า ออฟ สยามเจมส์” เป็นมงกุฎประดับยอดด้วยทับทิมสยาม ขนาด 21.09 กะรัต อันถือเป็น ราชาแห่งอัญมณีทั้งปวง โดยมีทับทิมสีแดงเป็นบริวารอีก 24 เม็ด และรายล้อมมงกฎด้วยเพชรแท้กว่า 1,946 เม็ด ได้รับการรังสรรค์ผลงานด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดกับฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ของช่างไทยไว้เป็นหนึ่งเดียว

10. มาถึงโซนสุดท้ายเรียกว่า ห้องมณีวิทยา นิทรรศการที่ให้ความรู้อย่างกระชับในเรื่องการออกแบบการขึ้นตัวเรือนของเครื่องประดับ โดยบอกถึงขั้นตอนการผลิต เริ่มต้นจากการออกแบบ ซึ่งมีทั้งการออกแบบด้วยมือและคอมพิวเตอร์ การเจียระไนรูปแบบต่างๆ การขึ้นรูปตัวเรือน และการฝังอัญมณี รวมถึงจัดแสดงอุปกรณ์ และเครื่องมือที่ใช้ในแต่ละขั้นตอนการทำงาน และยิ่งไปกว่านั้นคือ ทุกคนยังได้ลองออกแบบอัญมณีบนจอทัชสกรีนด้วยตัวเองผ่านโปรแกรมพิเศษอีกด้วย

www.siamgemsheritage.com