วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น่ากลัวมาก โจรมีปืนกล ทุบเบ้าตาปล้นคนริมถนนที่หาดใหญ่ (ชมคลิป)


ตำรวจหาดใหญ่ตามรวบได้แล้ว 2 ใน 3 คนร้ายที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืน 2 กระบอกปล้นทรัพย์เหยื่อ ทำร้ายได้รับบาดเจ็บ พร้อมของกลางทั้งปืนสั้น ปืนกลมือ นำบัตรเอทีเอ็มเหยื่อไปสุ่มกดรหัสตามวันเกิด ได้ไปอีก 5 พัน แจ้ง 4 ข้อหาหนัก...

จากเหตุการณ์ 3 คนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้อาวุธปืน 2 กระบอกปล้นและทำร้าย นายชัชพล มากสวัสดิ์ อายุ 25 ปี โดยใช้ปืนตีเข้าที่เบ้าตาจนคิ้วแตก ชิงกระเป๋าสะพายมีโทรศัพท์มือถือไอโฟน 6 และเงินสด 1,200 บาทหลบหนีไป เหตุเกิดข้างห้างโลตัสเอ็กซ์เพรส ปากซอยชื่นอุทิศพัฒนา ถนนพลพิชัย เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เมื่อช่วงตี 2 ครึ่ง คืนวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 พ.ค. ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ นำโดย พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.หาดใหญ่ พ.ต.ท.เอกรัฐ สวนแสน รอง ผกก.สส. ร.ต.อ.อนันต์ สุคนธา รอง สว.สส. สามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้แล้ว 2 คน ประกอบด้วย นายธนพัฒน์ หรือกาย สุขพัฒน์ อายุ 20 ปี ชาว จ.นราธิวาส และนายอลิส วิลาวัลย์ ชาว อ.หาดใหญ่ ขณะกบดานอยู่ที่ห้องพักหมายเลข 2212 ชั้น 22 แฟลตนภาลัย ถนนราษฎร์ยินดี เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ส่วนคนร้ายอีกคนหลบหนีไปได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่รู้ตัวแล้วกำลังเร่งติดตามจับกุม

ทั้งนี้ การจับกุมคนร้ายในคดีนี้เจ้าหน้าที่ตามแกะรอยหาเบาะแสจากภาพกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะลงมือก่อเหตุได้อย่างชัดเจนรวมทั้งเส้นทางหลบหนี จนพบว่าพักอยู่ที่แฟลตนภาลัย ซึ่งเป็นแฟลตหรูกลางเมืองหาดใหญ่ พร้อมกับยึดของกลางทั้งปืนกลมือซึ่งเป็นอาวุธสงครามได้ 1 กระบอก กระสุน 11 มม.4 นัด ปืนลูกโม่ขนาด .22 พร้อมกระสุน .22 อีก 6 นัด รถจักรยานยนต์ฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอสีฟ้า-ขาว ไม่ติดแผนป้ายทะเบียนที่ขับไปก่อเหตุ บัตรประชาชนและบัตรเอทีเอ็มของ นายชัชพล ผู้เสียหาย ส่วนเงินสด 1,200 บาท และเงินที่ไปกดจากบัตรเอทีเอ็มของผู้เสียหายจากการสุ่มรหัสปีเกิดของบัตรประชาชนอีก 5,000 บาท นำไปแบ่งกันใช้จ่ายหมดแล้ว แต่โทรศัพท์มือถือไอโฟน 6 คนร้ายปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไป

จากการสอบสวนคนร้ายทั้งสอง รับสารภาพว่า ในช่วงเกิดเหตุได้ตระเวนขับรถจักรยานยนต์มากัน 3 คนพร้อมอาวุธปืน 2 กระบอก ตระเวนหาเหยื่อเพื่อที่จะชิงทรัพย์ จนมาพบ นายชัชพล กำลังยืนคุยอยู่กับเพื่อนบริเวณจุดเกิดเหตุพอดี จึงจอดรถและลงไปทำร้ายโดยใช้อาวุธปืนตีเข้าที่ใบหน้าเพื่อไม่ให้ขัดขืนหรือคิดต่อสู้ ก่อนที่จะแย่งกระเป๋าสะพายหลบหนีไป โดยเงินที่ได้บางส่วนนำไปใช้จ่าย รวมทั้งซื้อใบกระท่อมมาเสพ และบอกว่าเพิ่งทำเป็นครั้งแรก แต่คาดว่าจากพฤติการณ์ในการลงมือก่อเหตุเชื่อว่าน่าจะเป็นโจรอาชีพและก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง

เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีใน 4 ข้อหาหนัก ทั้งร่วมกันปล้นทรัพย์, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพกพาอาวุธปืน, และร่วมกันมีและใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ.