วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สปท.ดันปฏิรูปการเมืองไว้ในยุทธศาสตร์ชาติฯ โอ่ไขคำตอบ 4 คำถามเลือกตั้ง

สปท.โอ่แนวทางปฏิรูปการเมืองไขคำตอบ 4 คำถามเลือกตั้ง "บิ๊กตู่" ชูทำสัญญาประชาคมภาครัฐ-ปชช. ผลักดันให้บ้านเมืองไปสู่ความสงบเรียบร้อย ชงตั้ง กมธ.จากสภาผู้แทนราษฎร-วุฒิสภาแก้รัฐธรรมนูญทุก 10 ปี ปลดล็อกแก้กติกาประเทศ

เมื่อวันที่ 29 พ.ค.60 ที่รัฐสภามีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) มี นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองเรื่อง "ข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองเพื่อเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติ" มีสาระสำคัญคือการผลักดันแนวทางปฏิรูปการเมืองให้อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

โดย นายสมพงษ์ สระกวี ประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองเพื่อเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติ กล่าวว่า ควรผลักดันแนวทางปฏิรูปการเมืองที่กมธ.เคยเสนอ อาทิ การทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม การให้นักการเมืองแสดงหลักฐานทางภาษีย้อนหลัง 3-5 ปีก่อนลงสมัครเลือกตั้ง การให้สมาชิกพรรคการเมืองเสียค่าสมาชิกพรรครายปีให้อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อให้การเมืองมีเสถียรภาพ ขณะเดียวกันรายงานฉบับนี้ยังเสนอให้ทบทวนแก้ไขรัฐธรรมนูญทุก 10 ปี โดยตั้ง กมธ.จากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามารับฟังความเห็นจากฝ่ายการเมืองและประชาชน เพื่อเป็นเข็มทิศให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญเป็นสิ่งแก้ไขได้ ไม่ใช่เป็นทางตันแก้ไม่ได้ แต่ขอให้ใจเย็นๆ ถึงเวลาที่ควรแก้ค่อยแก้ ซึ่งการนำแนวทางปฏิรูปการเมืองไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นการตอบคำถามเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ข้อของนายกรัฐมนตรีได้เป็นอย่างดี

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า เนื้อหารายงานฉบับดังกล่าวยังเสนอให้มีการทำสัญญาประชาคมใน 2 ส่วนได้แก่ 1.การทำสัญญาประชาคมในส่วนภาคประชาชนร่วมกันทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่สร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน และสนับสนุนให้ร่วมมือกับรัฐบาลทำให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรมสนับสนุนพรรคการเมืองเป็นของประชาชน 2.การทำสัญญาประชาคมในส่วนภาครัฐเพื่อให้ภาครัฐปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดมีประสิทธิภาพ ช่วยกันทำทุกวิถีทางให้เศรษฐกิจดีขึ้นและบริหารจัดการให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์นำพาประเทศไปสู่ความมั่งคั่งยั่งยืน

จากนั้นที่ประชุมเปิดโอกาสให้สมาชิก สปท.อภิปรายแสดงความเห็นเนื้อหารายงานดังกล่าว ส่วนใหญ่อภิปรายแสดงความเห็นด้วย หลังจากที่สมาชิก สปท.อภิปรายครบถ้วนแล้ว ที่ประชุม สปท.ลงมติเห็นชอบรายงานฉบับนี้ด้วยคะแนน 158 ต่อ 2 งดออกเสียง 8 และจะนำเสนอรายงานให้ ครม.นำไปพิจารณาต่อไป