วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชู"วัฒนธรรมผสานกระแสโลก"

วธ.ผนึกพลัง "ทีมไทยแลนด์" บุกตลาดหนังเวทีเมืองคานส์

ปิดฉากลงอย่างสวยหรูเช่นทุกปี สำหรับเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์–FESTIVAL DE CANNES ครั้งที่ 70 ที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส เทศกาลภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ ที่สุดในโลก

ตลอดเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 17-28 พ.ค.2560 ที่เมืองคานส์ ได้กลายเป็นจุดศูนย์รวมของบรรดาผู้สร้างหนัง ผู้ขายหนัง ดาราดังๆ จากทั่วทุกมุมโลกไปจนถึงเจ้าหน้าที่รัฐบาลจากประเทศต่างๆ ที่สนับสนุนธุรกิจภาพยนตร์ไปรวมตัวกัน บรรยากาศจึงคึกคักจากการเดินทางมาเยือนของคนจากทั่วทุกมุมโลกที่มีเป้าหมายเดียวกันคือการร่วมเทศกาลสำคัญนี้ ภาพของการเข้าคิวตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อรอเข้าชมภาพยนตร์ บ้างก็เดินตามชมภาพยนตร์ตัวอย่างโปสเตอร์ ตามบูธกว่า 50 ประเทศที่มาเปิดตลาด ซื้อขายภาพยนตร์

และแน่นอนอีกหนึ่งไฮไลต์ซึ่งทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะบรรดาตากล้องจากทั่วโลกที่ตั้งตารอกดชัตเตอร์รัวๆ คือ พรมแดงทางเข้าอาคารอาเลส์ เดส์ เฟสติวัลส์ สถานที่จัดฉายภาพยนตร์ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าฉายประกวดรางวัลปาล์มทองคำและหนังที่เข้าฉายในรอบกาล่าพรีเมียร์ ซึ่งทุกปีจะมีดาราชื่อดังจากทั่วโลกไปร่วมสร้างสีสันเดินพรมแดงอันลือลั่น
ในส่วนของประเทศไทย ได้เข้าร่วมเทศกาลระดับโลกครั้งนี้ด้วย เป็นปีที่ 12 โดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นหน่วยงานหลักจัดกิจกรรมส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย เพื่อสะท้อนถึงความเข้มแข็งในเวทีโลก ด้วยการเปิด “ไทยพาวิลเลี่ยน บูธ หมายเลข 116 หมู่บ้านนานาชาติ”

“ทีมข่าววัฒนธรรม” ได้มีโอกาส ร่วมคณะของกระทรวงวัฒนธรรม นำโดย นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัด วธ. ร่วมเทศกาลครั้งนี้ด้วย ทำให้ได้สัมผัสงานยิ่งใหญ่ระดับโลก ตั้งแต่สถานที่จัดงาน พบว่าแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกคือ มาร์เช ดู ฟิล์ม (Marche du film) ตลาดหนัง ซึ่งเป็นแหล่งที่มีค่ายหนัง บริษัทจัดจำหน่ายหนัง เช่าบูธแสดงผลงาน ซื้อหนัง ซื้อลิขสิทธิ์ โดยมีบูธของค่ายหนังของไทยมาร่วมแสดงผลงานด้วย

ส่วนที่สองเป็น Village Internation หรือหมู่บ้านนานาชาติ แบ่งเป็นห้องเล็กๆ ตั้งอยู่เรียงรายใกล้ชายฝั่งทะเล แต่ละประเทศจะเช่าตั้งบูธประชาสัมพันธ์ คอยให้ข้อมูลกับผู้มาติดต่อ โดยเฉพาะสถานที่ที่เหมาะกับถ่ายภาพยนตร์-ถ่ายโฆษณา และยังเป็นจุดนัดพบของผู้ที่มาร่วมลงทุนในโครงการสร้างภาพยนตร์เพื่อการลงทุน (Thai Film Pitching)

สำหรับหนังไทย แม้ปีนี้ไม่มีหนังที่สามารถเข้ารอบประกวด แต่นั่นย่อมหมายถึงความท้าทายของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ต้องปรับและพัฒนาหนังไทยในปีต่อๆไป ให้สามารถเอาชนะใจคณะกรรมการได้

“หนังไทยในเวทีเมืองคานส์ต้องไปต่อให้ถึงฝันให้ได้ ปีนี้ไม่ได้ ปีหน้ายังมี ที่ผ่านมาหนังไทยเคยคว้ารางวัลปาล์มทองคำมาแล้ว ไม่ใช่ไม่เคยได้ แต่ที่สำคัญเหนืออื่นใดคือเราต้องสร้างโอกาสให้กับผู้สร้าง ผู้กำกับภาพยนตร์ได้มาร่วมเทศกาลหนังเมืองคานส์ เพราะถือว่าเป็นตลาดการค้าที่ใหญ่ ได้มาเจรจาธุรกิจขายหนังและขอทุนอาจต้องใช้เวลา แต่ถ้าได้มาก็ถือว่า คุ้มจริงๆ โดยปีนี้ วธ.ได้นำเสนอโครงการสร้างภาพยนตร์เพื่อการร่วมลงทุน 3 เรื่อง ได้แก่ 1.กลิ่นแดนไกล โดยนายไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ 2.เงาสีขาว โดยนายปรัชญา ปิ่นแก้ว และ น.ส.อิสรีย์ พงศ์ณฐพัศ และ 3.ธรรมดา ปรากฏการณ์ ควันไฟ โดยนายจักรวาล นิล-ธำรงค์ ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศจำนวนมาก มีการเจรจา เพื่อร่วมทุนกว่า 50 นัด วธ.พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้หนังไทยก้าวสู่เวทีการเผยแพร่และการเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติให้ได้รวมทั้งการจัดพื้นที่เพื่อจำหน่ายภาพยนตร์ให้แก่ผู้ประกอบการที่นำภาพยนตร์ไปจำหน่ายด้วย” นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัด วธ. กล่าวอย่างภูมิใจพร้อมกับบอกด้วยว่า อุตสาหกรรมหนังไทย อยู่ในอันดับที่ 5 ของเอเชียรองจากญี่ปุ่น จีน อินเดีย เกาหลี โดยสามารถส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชีย ยุโรป อเมริกาอย่างต่อเนื่อง

ในเทศกาลหนังเมืองคานส์ปีนี้ วธ.ยังผนึกกำลังกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ เป็น “ทีมไทยแลนด์” เพื่อส่งเสริมประชาสัมพันธ์สถานที่ความพร้อมทั้งอุปกรณ์ บุคลากรในการถ่ายทำภาพยนตร์ เพื่อชักชวนให้ผู้ผลิตภาพยนตร์นานาประเทศให้เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยเพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ หากผู้สร้างหนังรายใดลงทุน 30 ล้านขึ้นไปและทำให้เกิดรายได้กับคนไทย จะคืนเงินให้ถึง 15-20% โดยมาตรการดังกล่าวจะเริ่มในปีนี้

“หลายปีมานี้ มีภาพยนตร์หลายเรื่องเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย สร้างรายได้ให้กับประเทศมากกว่า 2 พันล้านบาท ชี้ชัดว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ได้กลายเป็น องค์ประกอบสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แถมภายหลังภาพยนตร์เผยแพร่สู่สายตาผู้ชม หลายคนหลงเสน่ห์ ธรรมชาติ อาหารไทย วัฒนธรรมไทย เดินทางมาเที่ยวส่งผล ให้ไทยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวอีกด้วย” ปลัด วธ. ระบุ

แน่นอน ภาพยนตร์นอกจากสร้างสุนทรียะให้กับผู้ชมแล้ว ยังเป็นภาพสะท้อนวิถีชีวิต สังคม การเมือง เศรษฐกิจ ที่สำคัญยังเป็นทูตวัฒนธรรม สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศสู่สายตาชาวโลกด้วย

“ทีมข่าววัฒนธรรม” เห็นด้วยที่ควรมีการส่งเสริมและสนับสนุนหนังไทยให้ก้าวสู่เวทีโลกอย่างเป็นระบบเหมือนกับเทศกาลหนังเมืองคานส์ ที่ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันสนับสนุนจนกลายเป็นศูนย์กลางของภาพยนตร์โลกยาวนานมาถึง 70 ปี
ประเทศไทย ในเวทีหนังเมืองคานส์ เพิ่งจะผ่านมาเพียง 12 ปีเท่านั้น ถ้าเทียบกับชีวิตคนก็เป็นวัยรุ่นที่กำลังไฟแรง พร้อมจะทะยานไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จ

ขอเพียงทุกภาคส่วนมีหัวใจที่มุ่งมั่น “ฝันให้ไกล” และที่สำคัญ ที่สุดคือการรวมพลังเพื่อ “ไปให้ถึง”.

ทีมข่าววัฒนธรรม