วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิรูปข้าราชการตำรวจ

โดย ลมกรด

การปฏิรูปตำรวจจะต้องเกิดขึ้นแน่ภายใน 1 ปี ตามที่บัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญปี 2560 หมวด 16 การปฏิรูปประเทศ แต่จะทำสัมฤทธิ์ผลไม่ได้เลยถ้าฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ยอมรับความจริง ไม่พูดถึงความฟอนเฟะที่เกิดขึ้นแวดวงสีกากี ตำรวจรีดไถรับส่วยจริงไหม? วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งจริงไหม? ทำคดีด้วยความยุติธรรมไหม? ให้บริการประชาชนอย่างเท่าเทียมกันไหม?

คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแผนการปฏิรูปกิจการตำรวจ ในคณะกรรมการประสานงานระหว่าง สนช.และ สปท. ได้สรุปรายงานปฏิรูปตำรวจเสนอต่อรัฐบาล สาระสำคัญคือ โยกสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปอยู่ในสังกัดกระทรวงยุติธรรม กำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมในการแต่งตั้ง ผบ.ตร. และ เสนอให้ขึ้นเงินเดือนตำรวจสูงกว่าข้าราชการพลเรือนอื่น

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. โยนหินถามทางอยากให้ตำรวจ ไปขึ้นตรงกับจังหวัด และให้บางส่วนไปอยู่กับ กอ.รมน.

แต่ผมเห็นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติแยกตัวออกมาอย่างนี้ดีอยู่แล้ว ขืนโยกไปสังกัดกระทรวงจะกลายเป็นถอยหลังเข้าคลอง หรือถ้าไปขึ้นตรงกับจังหวัดก็ยังเร็วเกินไป

ที่สำคัญหัวใจของการปฏิรูปตำรวจไม่ได้อยู่ที่การ ปฏิรูปโครงสร้างองค์กรตำรวจ แต่อยู่ที่การ ปฏิรูปข้าราชการตำรวจ ต้องทำให้ตำรวจเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สมชื่อ และเป็นมิตรกับประชาชน ไม่ใช่ทำโพลกี่ทีตำรวจก็ติดโผข้าราชการที่คนร้องยี้

ยิ่งไปพูดเรื่องสเปก ผบ.ตร.ที่มีการเสนอเพิ่มหลักเกณฑ์ต้องเคยผ่านงานสอบสวนอย่างน้อย 2 ปี และร่วมรับผิดชอบสำนวนไม่น้อยกว่า 70 คดี ก็ยิ่งออกทะเลไปใหญ่

ต่อให้ทำสำนวนสอบสวนมาเป็นร้อยเป็นพันคดี แต่ถ้ายังมีโจรผู้ร้ายชุกชุม ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประชาชนไม่ได้ มันก็เปล่าประโยชน์

ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติกำหนดหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง ผบ.ตร.แค่ให้แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศ พล.ต.อ. ซึ่งก็มีรอง ผบ.ตร. ที่ปรึกษา (สบ 10) และจเรตำรวจแห่งชาติ ผมว่าแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เพราะผู้ที่ไต่เต้ามาถึง พล.ต.อ.ย่อมการันตีได้ว่ามีความสามารถพอ ส่วนใครจะเหมาะสมกับสถานการณ์ไหน ขึ้นอยู่ที่บุคลิกเฉพาะตัว

อย่างไรก็ตามระยะหลังๆคนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผบ.ตร.แล้ว ฝีไม้ลายมือหายหมด เหลือแต่ปากเก่งอย่างเดียว ผิดกับตอนที่เป็นแคนดิเดตชิงเก้าอี้ ต่างคนต่างโชว์ผลงานเป็นว่าเล่น

มีข้อสังเกตอีกเรื่องที่อยากฝากไว้ในการทำโผแต่งตั้งโยกย้ายคือ “กฎ ก.ตร.”แก้ง่ายเกินไป แก้กันได้ทุกปี ลงทุนแก้กฎให้เข้ากับคนที่คุณสมบัติไม่ถึง ทำบ่อยเข้ากฎ ก.ตร.จะขาดความศักดิ์สิทธิ์ และน่าสงสาร ตำรวจน้ำดีที่บ่จี๊ ไม่มีเส้น ไม่มีตั๋ว ได้แต่มองตาปริบๆ ทำใจรับสภาพ

ในการปฏิรูปข้าราชการตำรวจ ผมอยากเสนอให้ เพิ่มเติมความรู้ จัดอบรม และ ฝึกฝนประสบการณ์ ให้ตำรวจ เป็นการพัฒนาบุคลากร รวมถึง ขึ้นเงินเดือนจัดสวัสดิการ ให้เพียงพอ จะได้ ไม่ต้องไปเบียดเบียนรีดไถชาวบ้าน

นอกจากนี้ต้องมีการควบคุมดูแลตำรวจอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง อย่าปล่อยให้เป็นเหมือนปัจจุบันอีก พอเกิดเรื่องราวทีก็แก้กันแบบไฟไหม้ฟาง พร้อมกันนี้ต้องมี มาตรการลงโทษที่เด็ดขาดและเป็นธรรม เลิกได้แล้วประเภทเด็กกูต้องไม่ผิด สีเดียวกันต้องปกป้อง

เราปฏิรูปโครงสร้างตำรวจมาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้น่าจะเน้นปฏิรูปตัวบุคคลบ้าง.

ลมกรด