วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปู่พิชัยชงโมเดล สกัดพรรคทหาร

ขอให้4พรรคใหญ่ สงบศึก-จับมือสู้!

“ไก่อู” แจงคำถามนายกฯหวังดึงคนมีส่วนร่วม เตือนสติคนไทยมีศักดิ์ศรี อย่าให้ใครจูงจมูก ซัดฝ่ายการเมืองปลุกกระแสลัดขั้นตอนโรดแม็ป “อลงกรณ์” เชื่อไม่มีนัยอะไร “พิชัย” ย้อนแสบรัฐบาลนี้ดีแค่ไหน แถมยังไม่เคารพประชาชน “อนุดิษฐ์” ลั่นไม่ต้องห่วงคนไทยเลือก รบ.ใหม่ได้ดีกว่าชุดนี้แน่ “อำนวย” กวักมือท้า แน่จริงมาลงสนามให้รู้ไปเลย “องอาจ” สอนอย่าทำตัวเป็นคุณพ่อรู้ดี ให้ประชาชนเลือกอนาคตเอง “วัชระ” ลั่น ปชป.ไม่เอาพวกฝักใฝ่ เผด็จการแน่ “ตือ” เตือนอย่าประเมินประชาชนต่ำ ที่สุดเสียงสวรรค์เป็นผู้ตัดสิน “พิชัย” ชงโมเดล 4 พรรคใหญ่ตั้งป้อมสู้พรรคทหาร หรือจะอยู่ใต้เงาท็อปบูตไปอีก 20 ปี

กลายเป็นประเด็นวิวาทะระหว่างรัฐบาล คสช. กับพรรคการเมืองทั้งหลาย หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ตั้ง 4 คำถามให้ประชาชนร่วมโหวตผ่านศูนย์ดำรงธรรม ล่าสุดยังคงเป็นประเด็นเรียกแขกให้พรรคการเมืองต่างๆออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง

คำถามนายกฯหวังคนมีส่วนร่วม

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 28 พ.ค. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ลงไลน์ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เชิญชวนประชาชนส่งความคิดเห็นจากคำถาม 4 ข้อไปยังศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัดนั้น นายกฯมุ่งหวังให้ประชาชนเจ้าของประเทศ มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางของบ้านเมือง และนำความคิดเห็นที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ ที่ผ่านมาเรามักได้ยินแต่ความเห็นของนักการเมือง นักวิชาการ หรือจากผลสำรวจโพลต่างๆที่เก็บข้อมูลจากตัวแทนประชาชนจำนวนหนึ่งเท่านั้น ครั้งนี้จะเป็นการรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนส่วนใหญ่อีกทางหนึ่งที่จะสะท้อนกลับมายังรัฐบาลและนักการเมือง ว่าอะไรคือความต้องการที่แท้จริงของประชาชน

เตือนสติคนไทยไม่ให้ใครจูงจมูก

พล.ท.สรรเสริญระบุอีกว่า นายกฯยังต้องการเตือนสติคนไทยว่า พี่น้องประชาชนต้องมีศักดิ์ศรีของตัวเอง โดยการแสดงออกความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ มีคุณค่าต่อประเทศชาติ ไม่ยอมให้ใครคนใด หรือกลุ่มใดออกมาชักจูง ปลุกปั่น บิดเบือน หรือให้ความหวังแบบที่เคยทำก่อนการเลือกตั้งทุกครั้ง เช่นโจมตีรัฐบาล สัญญากับประชาชนว่าจะให้สิ่งนั้นสิ่งนี้ โดยหวังเพียงคะแนนเสียง ปลุกกระแสการเลือกตั้ง ทั้งที่กรอบเวลาการเลือกตั้งตามโรดแม็ปยังมาไม่ถึง แต่ไม่เคยพูดถึงการแก้ไขปัญหาชาติที่ตนเองมีส่วนสร้างไว้ในอดีต หรือจะขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าให้แข่งขันกับประเทศอื่นได้อย่างไร รัฐบาลขอให้ความเชื่อมั่นว่าจะเร่งสะสางปัญหาที่หมักหมมสร้างความเสียหายกับประเทศไว้ให้ดีที่สุด พร้อมทั้งเดินหน้าตามโรดแม็ปการปฏิรูปประเทศ ไปสู่การเลือกตั้งตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ศูนย์ดำรงธรรมจะรวบรวมความเห็นที่ได้ส่งให้กระทรวงมหาดไทย เพื่อส่งต่อให้นายกฯ ส่วนรายละเอียดการปฏิบัติ หรือการตอบคำถามของประชาชน รัฐบาลจะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป

“จ้อน” เชื่อไม่มีนัยขยับเลือกตั้ง

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า คำถาม 4 ข้อ ของ นายกฯไม่มีนัยหรือส่งสัญญาณว่าจะเลื่อนเลือกตั้ง เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดเส้นทางสู่การเลือกตั้งเป็นกรอบเวลาที่ชัดเจนแล้ว คิดว่าเป็นคำถามถึงอนาคตข้างหน้าว่าจะได้คนดีมาปกครองบ้านเมืองอย่างไร เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องช่วยกันคิด เพราะรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ว่ากันว่าเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ดีที่สุดฉบับหนึ่ง แต่ก็ไม่ทำให้การเลือกตั้งสุจริตหรือได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล จนนำไปสู่การต่อสู้นอกสภาด้วยความรุนแรง แบ่งประชาชนเป็นฝักฝ่าย ห้ำหั่นฆ่าฟันกันจนเกือบเกิดสงครามกลางเมือง ทำให้เกิดการรัฐประหารถึง 2 ครั้งในเวลา 10 ปี เป็นอดีตที่ขมขื่นต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาร่วมกันของคนไทยทั้งชาติ ต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน

“พิชัย” ย้อนแสบรัฐบาลนี้ดีแค่ไหน

ขณะที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ถามคำถาม 4 ข้อ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าไม่มีความคิดที่เป็นประชาธิปไตย ไม่เคารพเสียงประชาชน แถมไม่ดูตัวเอง เห็นประชาชนไม่ฉลาดถูกหลอกง่าย จึงขอตอบ 4 คำถาม ดังนี้ 1.ประชาชนเอือมระอารัฐบาล ปัจจุบันเพราะขาดธรรมาภิบาล 2.ขอถามกลับว่าจะจัดการอย่างไรกับรัฐบาลปัจจุบัน ที่ขาดผลงาน ขาดความรู้ความสามารถ ขาดวิสัยทัศน์และธรรมาภิบาล 3.การเลือกตั้งเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย ต้องเคารพเสียงประชาชน พรรคการเมืองต้องเสนอแนวทางพัฒนาประเทศให้ประชาชนตัดสินใจ ไม่ใช่การยัดเยียดยุทธศาสตร์ 20 ปีและปฏิรูปเฉพาะคนกลุ่มเดียว 4.หากนักการเมืองคนใดมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ประชาชนคงไม่เลือกเข้ามาอีก ต้องให้เวลาพัฒนาเพื่อให้ระบอบทำงานได้ ต่างกับปัจจุบันที่ผู้บริหารประเทศมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม แต่ประชาชนไม่สามารถปลดออกได้ อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์อธิบายว่าในภาวะปัจจุบันที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่พอใจรัฐบาล ประชาชนจะทำอย่างไร และอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจมากกว่าการออกมาชี้นำทางการเมืองแบบนี้

ซัดประจานคนไทยไร้วุฒิภาวะ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลใช้บังคับ และขณะนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กำลังพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญหลายฉบับ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งตามโรดแม็ป จึงควรเดินไปตามนั้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศ แต่ถ้าผู้มีอำนาจบริหารประเทศโดยไม่ไว้วางใจประชาชน เท่ากับประจานต่อชาวโลกว่าประชาชนคนไทยยังไม่มีวุฒิภาวะ และวิจารณญาณดีพอที่จะตัดสินอนาคตตนเอง ความเชื่อมั่นของประเทศจะเสียหาย มีค่าเท่ากับศูนย์ ใครจะมาลงทุน ประเทศไทยจะโดดเดี่ยว ส่งผลให้เศรษฐกิจดิ่งเหว ยากจะเยียวยา

กวักมือท้าแน่จริงมาลงสนาม

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำถามที่ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งขึ้น เหมือนไม่มั่นใจในกระบวนการเลือกตั้งว่าจะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลเข้ามาบริหารประเทศ ทั้งที่วันนี้รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้แล้ว และอยู่ในขั้นตอนการร่างกฎหมายลูก จึงพูดได้ว่าเราเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งแล้ว การตั้งคำถามเกี่ยวกับการเลือกตั้งอีกจึงมองว่าไม่เหมาะสม วันนี้ประชาชนนับวันรอการเลือกตั้งแล้ว และคำตอบของทุกคำถามที่ตั้งขึ้น อยู่ที่ดุลพินิจประชาชนในวันเลือกตั้ง ถ้ามีปัญหาตามมาแบบที่ พล.อ.ประยุทธ์กังวล ก็แก้ไขด้วยระบอบประชาธิปไตย แนวทางประชาธิปไตยมักหาทางออกได้เสมอ “ถ้า พล.อ.ประยุทธ์อยากเล่นการเมือง ก็ตั้งพรรคหาสมาชิกมาลงเลือกตั้งเลย พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนมีความสามารถ เสียอย่างเดียวการเข้ามาเป็นวิธีการไม่เหมาะสม แต่ถ้าครั้งต่อไปมาด้วยการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เชื่อว่าจะได้รับความเชื่อมั่นและการยอมรับ”

ยังหวังเดินหน้าตามโรดแม็ป

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า แปลกใจที่นายกฯเลือกใช้กลไกศูนย์ดำรงธรรม แล้วคำตอบที่รวบรวมมาจะมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ แต่ยังหวังว่านายกฯจะมุ่งมั่นทำตามโรดแม็ปที่เคยประกาศไว้ และการเลือกตั้งจะมีขึ้นในปี 2561 จึงอยากให้นายกฯออกมาย้ำตรงนี้อีกครั้ง ที่พูดมาไม่ได้หมายความว่านักการเมืองจะเน้นแต่การเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งจะสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชนว่าสนับสนุนพรรคใด บุคคลใดมาเป็นนายกฯ บัตรเลือกตั้งที่ประชาชนหย่อนในวันเลือกตั้งจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด ดีกว่าคำตอบในคำถามที่นายกฯตั้งขึ้นอีก ไม่อยากให้นายกฯกังวลถึงการเลือกตั้ง แต่ควรเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ปฏิรูปการศึกษา รักษาทรัพยากรธรรมชาติ ก่อนการเลือกตั้งจะมาถึงให้สำเร็จดีกว่า

ไม่ต้องห่วง รบ.ใหม่ดีกว่าชุดนี้แน่

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ขอตอบคำถามของนายกฯดังนี้ คิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะได้รัฐบาลที่มาจากความเห็นร่วมของประชาชน ย่อมมีธรรมาภิบาล มีหลักคุณธรรม หลักนิติธรรม ความโปร่งใส ความมีส่วนร่วมมากกว่ารัฐบาลที่ไม่ได้ มาจากการเลือกตั้ง แต่ถ้าไม่ได้ เชื่อว่าประชาชนยังสามารถตรวจสอบได้ อาทิ ช่องทางวุฒิสภา องค์กรอิสระ ที่ล้วนไม่สามารถกระทำได้ในรัฐบาลปัจจุบัน และนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ควรได้กลับมาเล่นการเมืองหรือไม่นั้น ต้องนิยามขอบเขตของพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมให้ชัดเจน การเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งต้องเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ถ้าเกิดปัญหาก็มีกระบวนการการตรวจสอบถ่วงดุล ปัญหาที่แท้จริงน่าจะอยู่ที่รัฐบาลปัจจุบันตรวจสอบอะไรไม่ได้เลย ประชาชนไม่ได้เลือกมา วิพากษ์วิจารณ์ก็ไม่ได้ จึงไม่รู้จะให้ใครแก้ไขและแก้ไขด้วยวิธีอะไร

“องอาจ” สอนอย่าทำตัวคุณพ่อรู้ดี

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการตั้งคำถาม เราคงคาดหวังไม่ได้ว่าจะได้คำตอบที่ตรงไปตรงมาน่าเชื่อถือ คำถามมีลักษณะชี้นำโน้มเอียง หวังโน้มน้าวให้ได้รับคำตอบตามที่ผู้ถามต้องการ มากกว่าจะได้รับคำตอบที่แท้จริง ไม่เกิดประโยชน์มีแต่จะเพิ่มปัญหาให้บ้านเมือง กระทบการสร้างความสามัคคีปรองดองโดยใช่เหตุ ทางกลับกัน คสช.น่าจะตอบคำถาม 4 ข้อนี้ได้ดีกว่าคนอื่น เพราะทำมากับมือ ใช้เวลาอยู่ในอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดถึง 4-5 ปีกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ นายกฯไม่ควรวิตกกังวล ควรปล่อยให้ประชาชนกำหนดอนาคตตัวเอง ไม่ควรมีใครทำตัวเป็นคุณพ่อรู้ดีชี้นำประชาชน ถ้าได้รัฐบาลไม่เหมาะสมก็มีกลไกต่างๆมากมายที่ท่านมีส่วนกำหนดขึ้นจัดการได้อยู่แล้ว อย่าถือเอาอำนาจที่มีอยู่ไปตัดสินใจแทนประชาชนล่วงหน้า ตัวคำถามและกระบวนการได้มาซึ่งคำตอบ ไม่อยู่บนพื้นฐานความชอบธรรมน่าเชื่อถือ แต่กลับถูกมองว่าชี้นำสร้างกระแสเพื่อให้มีเงื่อนไขสืบทอดอำนาจ แทนที่จะเอาเวลามาคิดค้นคำถาม ควรเอาเวลาที่เหลือ อยู่เกือบ 2 ปีไปสร้างกลไกให้รัฐบาลใหม่อยู่ในการ บริหารงานที่มีธรรมาภิบาลดีกว่า

“พิชัย” ชงโมเดล 4 พรรคสู้ทหาร

นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความขัดแย้งภายในระหว่างแกนนำกลุ่มกปปส. กับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ถึงจุดยืนในการเลือกตั้งครั้งต่อไปว่า อยู่ต่างประเทศจึงไม่ทราบข่าวกรณีไลน์สนทนาของ ส.ส.พรรคหลุดตามหน้าสื่อ แต่ส่วนตัวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ยังสนิทสนมแนบแน่นเหมือนเดิม ส่วนนายสุเทพจะสนับสนุนใครเป็นนายกฯยังไม่เคยคุยกัน เป็นสิทธิของเขา แต่เมื่อดูจากรัฐธรรมนูญใหม่ที่เอื้อให้มีนายกฯคนนอกแล้ว มีทางเดียวที่พรรคการเมืองจะต่อสู่กับพรรคทหาร เพื่อรักษาประชาธิปไตยได้ คือ 4 พรรคใหญ่ ได้แก่ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย และชาติไทยพัฒนา ต้องสงบศึกผนึกกำลังกันต่อสู้กับพรรคทหาร ตกลงกันก่อนเลือกตั้งว่าระหว่างหาเสียงอย่าโจมตีสาดโคลนกัน ต่างคนต่างชูนโยบายของตนให้ประชาชนชี้ขาด เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาแล้วพรรคไหนได้ ส.ส.มากกว่า ให้ 4 พรรคใหญ่สนับสนุนพรรคที่ชนะได้เป็นนายกฯ ไม่เช่นนั้นนักการเมืองแพ้แน่นอน ต้องทนอยู่กับรัฐบาลทหารตามยุทธศาสตร์ชาติที่ร่างขึ้นมาอีก 20 ปี ขอเสนอเป็นโมเดลเอาไว้ คนที่จะเจอผลกระทบไปคิดกันเอาเอง “เพราะอีก 20 ปี ปู่คงไม่อยู่แล้ว”

“วัชระ” ยันพรรคไม่เอาเผด็จการ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีบทสนทนาผ่านทางไลน์ ของนายเทพไท เสนพงศ์ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ หลุดออกมา โดยมีเนื้อหาระบุว่า บุคคลบางคนในพรรคสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์นั้น เป็นเรื่องที่รู้กันตั้งนานแล้ว นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน ประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ให้เป็นนายกฯ แต่บุคคลภายนอกไม่สามารถครอบงำสมาชิกพรรคได้ เชื่อว่าจะไม่ผ่านมติพรรคแน่นอน หากมีการประชุมพรรคได้คงอภิปรายกันอย่างเข้มข้น และพรรคจะไม่สนับสนุนเผด็จการแน่นอน พรรคประชาธิปัตย์มีบุคลากรที่หลากหลาย ทุกคนที่เข้ามาในพรรคต้องอยู่ภายใต้อุดมการณ์เดียวกัน อดีต ส.ส.ส่วนใหญ่ยังให้การสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค และนายกฯในสมัยหน้า

“ตือ” เตือนประเมินประชาชนต่ำ

ด้านนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ และพล.ท.สรรเสริญ เป็นนักการเมืองที่มาจากประชาชนเลือกเข้ามาในระบอบประชาธิปไตย คำถาม 4 ข้อนี้จะไม่เกิดขึ้นเด็ดขาด เพราะจะมีคำตอบในตัวมันเองว่าระบอบประชาธิปไตยเป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ดังนั้นประชาชนต้องการเลือกใคร ต้องการธรรมาภิบาลแบบไหน เป็นสิทธิของประชาชน หลายสิบปีที่เรามีประชาธิปไตยประชาชนสะสมประสบการณ์จนตกผลึกทางความคิด ดังนั้นอย่าประเมินประชาชนต่ำเกินไป ต้องให้เกียรติและฟังเสียงประชาชนบ้าง

ที่สุดเสียงสวรรค์เป็นผู้ตัดสิน

นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า วิธีคิดของทหารกับนักการเมืองอาจต่างกัน นักการเมืองเอาประชาชน สังคม ประเทศเป็นตัวตั้ง แต่รัฐบาลทหารมองความมั่นคงเป็นตัวตั้ง ไม่ได้ตำหนิ พล.อ.ประยุทธ์ หรือ พล.ท.สรรเสริญ เพราะเรามีที่มาไม่เหมือนกัน รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือมาจากการยึดอำนาจ ย่อมมีทั้งคนชอบ คนชัง เสนออะไรออกมาย่อมมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เมื่อถามว่า มีบางคนมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการอยู่ในอำนาจต่อไป นายสมศักดิ์ตอบว่า กระบวนการเลือกตั้งไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็พูดไป ท้ายที่สุดประชาชนจะเข้าคูหาตัดสินว่าเขาเลือกใคร เลือกแบบไหน แบบที่ พล.อ.ประยุทธ์เสนอ หรือแบบที่ใจเขาต้องการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมศักดิ์ยังโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ควรเคารพรับฟังเสียงประชาชนและให้เกียรติประชาชน นักการเมือง ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชน ไม่มีใครรักชาติมากน้อยไปกว่ากัน”

“อุเทน” แนะปล่อยตามครรลอง

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า การตั้งคำถามของ พล.อ.ประยุทธ์ เหมือนตีตนไปก่อนไข้ ปัญหาทุกวันนี้ไม่ใช่การเลือกตั้งแล้วได้คนไม่ดี แต่เป็นเพราะแทบทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง กลับมีปัจจัยแทรกซ้อนทำให้การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยต้องมีเหตุติดขัด รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่สามารถทำงานได้ จนถึงจุดแย่ที่สุดคือไม่มีการเลือกตั้ง วิธีแก้ไขคือ ต้องปล่อยให้มีการเลือกตั้งเป็นไปตามธรรมชาติ ตามครรลอง อย่าไปตัดสินแทนประชาชนว่า หากปล่อยให้เลือกตั้งไปแล้วจะเลือกคนไม่ดีเข้ามา แม้เลือกตั้งครั้งแรกอาจได้คนไม่ดี จะได้ใช้เป็นบทเรียนสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยตัวประชาชนเอง คำถามที่นายกฯ ถามประชาชนนั้น ไม่จำเป็นต้องตอบ หรือแก้ไข เพราะถ้าถึงวันที่มีเลือกตั้ง ประชาชนจะเป็นผู้เลือกเอง หากผิดพลาดก็ต้องรอจนกว่าจะถึงเวลาเลือกตั้งใหม่ เป็นการพิสูจน์เพื่อเลือกคนที่ใช่ที่ดีมาเป็นรัฐบาล นี่จึงจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง หรือถ้าเห็นว่านักการเมืองคนไหนไม่ดีแล้ว ด้วยอำนาจที่มีอยู่ทำไมท่านไม่ห้ามบุคคลนั้นเล่นการเมืองไปเลย

กปปส.หนุนคนดีตกน้ำไม่ไหล

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตโฆษก กปปส. กล่าวว่า จากกรณี 2 พรรคการเมืองใหญ่รุมโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ว่าเป็นเผด็จการหวังสืบทอดอำนาจนั้น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รวมถึง กปปส.คนอื่น วันนี้ยังหนุนและเชื่อมั่นในตัว พล.อ.ประยุทธ์เต็มที่ กปปส.ยังยืนยันไม่ว่าอะไรจะเกิด งานใหญ่คือการปฏิรูปประเทศ จะมีเสียงนกเสียงกา มดไต่ตอมรบกวนบ้างก็ช่างมัน เราทำเพื่อบ้านเมืองไปหนักหัวใครตรงไหน พวกที่ว่านายกฯเป็นเผด็จการ เคยตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองหรือไม่ กปปส.ยังเชื่อว่านายกฯจะขจัดเสี้ยนหนามประเทศออกไปได้ พวกที่ด่าวันนี้คงหวังกดคนอื่นเพื่อดันตนเองเรียกคะแนนเสียง ขอให้ช่วยกันให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ที่เสียสละทำเพื่อชาติ เชื่อว่าประชาชนตัดสินเองได้ การลงประชามติรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาชี้ให้เห็นแล้วว่าทิศทางเป็นอย่างไร ขอย้ำว่า กปปส.ยังคงสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เพราะคนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้

“คงชีพ” ตีปี๊บวงปรองดองคืบหน้า

วันเดียวกัน พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม และประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์กระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดอง ในคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง กล่าวว่า ภาพรวมการดำเนินงานสร้างความปรองดองกว่า 3 เดือน มีความคืบหน้าไปมาก ประชาชนตื่นตัวและให้ความร่วมมือดีมาก ข้อมูลจากการรับฟังจากผู้แทนพรรค กลุ่มการเมือง องค์กรภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่ร่วมสะท้อนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ อนุกรรมการพิจารณาบูรณาการข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ที่มี ผบ.ทหารสูงสุดเป็นประธาน นำไปวิเคราะห์สังเคราะห์ จนได้ “เอกสารความเห็นร่วม” ที่สมบูรณ์แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดส่งให้คณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการปรองดอง ที่มี ผบ.ทบ.เป็นประธาน เพื่อจัดทำเป็น “ร่างสัญญาประชาคม” หรือกรอบความต้องการของประชาชนในการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติสุขในอนาคตต่อไป

ย้ำ “บิ๊กป้อม” ตั้งใจทำจริงจัง

พล.ต.คงชีพกล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เน้นย้ำว่ารัฐบาลตั้งใจจริงในการสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยให้เปิดกว้างรับฟังจากประชาชนทุกภาคส่วน ด้วยความเป็นกลางรอบคอบครบถ้วนทุกประเด็น กระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดองมิใช่เรื่องใหม่ ทุกรัฐบาลพยายามแก้ปัญหาความขัดแย้งที่มีมาต่อเนื่องกว่า 10 ปี รัฐบาลนี้เพียงเข้ามาสานต่อโดยมุ่งเน้นความเป็นรูปธรรม เราตระหนักดีว่าความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน เป็นปัจจัยหลักสำคัญ ขอเพียงเชื่อมั่นและมั่นใจกัน

ค้าน สปท.ดึงดัน ก.ม.ตีตราสื่อ

อีกเรื่อง นายบุญเลิศ คชายุทธเดช อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านสื่อมวลชน กล่าวว่า คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กำลังเร่งจัดทำรายงานการศึกษาเรื่องการจัดทำมาตรฐานกลางทางจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพของสื่อมวลชน เพื่อใช้เป็นแนวทางให้สื่อมวลชนปฏิบัติ ทราบมาว่า กมธ.ด้านสื่อ เตรียมจัดสัมมนาระดมความคิดเห็นจากสื่อมวลชน นักวิชาการ และผู้ประกอบกิจการสื่อ ทั้งที่งานสำคัญที่ควรทำ คือ การปรับปรุงแก้ไขร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและวิชาชีพสื่อมวลชนให้สมบูรณ์ หลังจากถูก 30 องค์กรสื่อคัดค้านต่อต้านรุนแรง ไม่ควรมาเร่งทำรายงานดังกล่าว เพราะมีความสำคัญและมีความละเอียดอ่อนที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง กมธ.ควรปล่อยให้องค์กรสื่อเป็นผู้จัดทำ ไม่ควรกระโดดลงมาจัดทำเอง หากยังเดินหน้าจัดสัมมนาอาจไม่มีคนจากองค์กรวิชาชีพสื่อมาร่วม และจะเกิดปัญหาขัดแย้งกับองค์กรสื่ออีกรอบได้

ฟุ้งร้านประชารัฐขายกระฉูด

วันเดียวกัน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความลงไลน์ ว่า รัฐบาลดำเนินโครงการประชารัฐเพื่อวิสาหกิจชุมชน หรือร้านประชารัฐสุขใจ 148 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือน เม.ย.2559 พบว่ามีประชาชนจับจ่ายซื้อสินค้าในปี 2559 รวมทั้งสิ้น 18,727,727.50 บาท มีวิสาหกิจชุมชนได้รับประโยชน์กว่า 16,000 ชุมชน และเพียง 5 เดือนในปี 2560 ยอดจำหน่ายรวมกว่า 12,290,000 บาท ตั้งเป้าทั้งปี 50 ล้านบาท ส่วนกรณีมีการนำเสนอข่าวร้านประชารัฐสุขใจใน กทม. ถูกปล่อยทิ้งนั้น ตรวจสอบแล้วพบว่า คน กทม.มีทางเลือกจับจ่ายมากกว่าต่างจังหวัด ทำให้บางร้านมียอดจำหน่ายน้อย แต่มีแผนจะยกระดับธุรกิจร้านทั้งหมด โดยนำระบบขายหน้าร้าน (Point of Sale) มาช่วยเก็บข้อมูลการขายและการจ่ายเงิน และผลักดันสินค้าเข้าสู่ระบบตลาด E-commerce ให้สั่งซื้อได้สะดวกขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีกำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วนและชี้แจงทำความเข้าใจข้อเท็จจริงแก่สังคม

ซัด คสช.ใช้ท้องถิ่นปูทางอำนาจ

ด้านนายวัชระ เพชรทอง กล่าวว่า มีประชาชนเรียกร้องผ่านไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ขอให้มีการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะนับตั้งแต่วันที่ คสช.รัฐประหารเข้ามา ออกคำสั่งให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวม 7,853 แห่งทั่วประเทศ ทำหน้าที่ต่อ ทำให้ประชาชนไม่มีโอกาสเลือกผู้บริหารท้องถิ่น ขัดเจตนารมณ์องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทำให้เกิดการทุจริต ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถตรวจสอบการบริหารงานได้ ประชาชนจึงฝากมาช่วยเรียกร้องให้ คสช.เปิดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะวันนี้ผู้บริหารท้องถิ่นถือว่าตัวเองสามารถอยู่ในอำนาจได้ต่อเนื่อง ไม่มีเวลาจำกัด ตราบใดที่ คสช.อยู่ในอำนาจ ผู้บริหาร ก็อยู่ได้ไม่จำกัด เป็นการสร้างฐานอำนาจ คสช. หรือต้องการให้องค์กรปกครองท้องถิ่นเหล่านี้หนุน คสช. หรือไม่

“สุชาติ” โวยท็อปบูตยกโขยงบุกบ้าน

อีกเรื่อง นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ทหารนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านที่หมู่ 5 ต.บ้านกล้วย อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ว่า ขณะทหารเข้าตรวจค้นบ้าน ตนไม่อยู่ ไปทำธุระที่ จ.เชียงใหม่ มีลูกชายอยู่บ้านพาค้นบ้าน ทหารยึดหนังสือที่เขียนเรื่องจำนำข้าว 190 เล่ม แผ่นซีดีสมัยเป็นสมาชิกนปช. และข้อมูลในคอมพิวเตอร์ไปทั้งหมด จึงเกิดความสงสัยว่าผิดอะไร คนในบ้านต่างผวา 3 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยยุ่งกับใคร รัฐบาลนี้จะอยู่ก็อยู่ไป จะเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็ว่ามาพร้อมทำตามกติกา อย่าเอาความไม่สงบที่เกิดขึ้นมาเป็นข้อต่อรอง เราคนไทยด้วยกัน รักสามัคคีกันไว้ดีที่สุด

โพลชี้คนเชื่อมั่นปฏิรูป ตร.ลดลง

ขณะที่นิด้าโพลเปิดผลสำรวจความเห็นประชาชน เรื่อง “การปฏิรูปองค์กรตำรวจในยุค คสช.” พบว่า ร้อยละ 31.76 ระบุว่า ยุค คสช. การปฏิรูปองค์กรตำรวจค่อนข้างประสบความสำเร็จ มีร้อยละ 29.36 ระบุว่าไม่ค่อยประสบความสำเร็จ และร้อยละ 20.16 ระบุว่าไม่ประสบความสำเร็จเลย แต่เมื่อเปรียบเทียบกับผลสำรวจเมื่อปี 2559 พบว่าสัดส่วนผู้ที่ระบุว่าประสบความสำเร็จลดลง ขณะที่ผู้ที่ระบุว่าไม่ค่อยประสบความสำเร็จกลับเพิ่มขึ้น ส่วนความเห็นเกี่ยวกับการย้ายสถานะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปสังกัด กระทรวงยุติธรรม ส่วนใหญ่ร้อยละ 51.92 เห็นด้วย มีร้อยละ 27.92 ที่ไม่เห็นด้วย และส่วนใหญ่ร้อยละ 71.84 ยังเห็นด้วยกับหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง ผบ.ตร. ที่ต้องผ่านงานสอบสวนอย่างน้อย 2 ปี และร่วมรับผิดชอบสำนวนสอบสวนไม่น้อยกว่า 70 คดี ขณะเดียวกัน ส่วนใหญ่ร้อยละ 39.76 ไม่เห็นด้วยที่จะให้ตำรวจไปอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัด (ส่วนภูมิภาค) หรือ ให้ไปอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะขาดความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพการทำงาน และความโปร่งใส