บริการข่าวไทยรัฐ

มอบวุฒิบัตร พระธรรมทูต รุ่น 23 รับแนวปฏิบัติ ยึดหลักสาราณียธรรม 6

ปิดอบรม มอบวุฒิบัตรพระธรรมทูต รุ่น 23 สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ แนะปฏิบัติงานยึดหลักสาราณียธรรม 6 ให้เกิดการยอมรับ ยกระดับการทำงานคณะสงฆ์ไทยให้มีความเจริญยิ่งขึ้น...

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่อาคารหอประชุมมวก. 48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา มีพิธีปิดโครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ 23 ประจำปี 2560 ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ(อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระบัญชาให้ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ปฏิบัติหน้าที่แทนในการเป็นประธานในพิธีปิด และมอบวุฒิบัตรให้กับพระสงฆ์ที่ผ่านการอบรม

ทั้งนี้พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส กรรมการมส. อธิการบดี มจร. กล่าวรายงานว่า มจร.โดยความเห็นชอบของมส. ให้จัดอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศมาตั้งแต่ปี 2538 ดำเนินการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศแล้ว 22 รุ่น มีพระธรรมทูตที่ผ่านการอบรมและไปปฏิบัติหน้าที่ยังต่างประเทศทั่วโลกรวม 1,658 รูป สำหรับรุ่นนี้เป็นพระธรรมทูต รุ่นที่ 23 มีพระสงฆ์ผ่านการอบรม 112 รูป โดยผ่านการอบรมทั้งสิ้น 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมี.ค.ถึงเดือนพ.ค. และในช่วงการอบรมต้องผ่านการอบรมกรรมฐาน 1 เดือน

จากนั้นสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ให้โอวาทให้กับพระธรรมทูตว่า การเป็นพระธรรมทูตต้องมีความอดทน ทำงานเป็นทีม สามัคคี เสียสละ และมั่นคงในพระธรรมวินัย ในทางพระพุทธศาสนานั้น พระพุทธเจ้าได้ตรัสหลักธรรมที่เป็นแนวทางในการเสริมสร้างความสามัคคี และเห็นเหตุแห่งความดีงามไว้คือ หลักสาราณียธรรม 6 ซึ่งเป็นหลักธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึง เป็นหลักธรรมที่จะเสริมสร้างความรู้สึกที่ดีให้เกิดขึ้นต่อกันและกันอยู่เสมอ เป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างความสามัคคี มีน้ำหนึ่งใจเดียวกันให้เกิดขึ้นในองค์กร ประกอบด้วย 1. เมตตามโนกรรม 2.เมตตาวจีกรรม 3.เมตตากายกรรม 4.สาธารณโภคี 5.สีลสามัญญตา และ6.ทิฏฐิสามัญญตา

สำหรับหลักสาราณียธรรมทั้ง 6 ประการนี้ เป็นหลักธรรมที่จะทำให้พระธรรมทูตทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี มีความสุข และเป็นเหตุให้นึกถึงความดีของกันและกันตลอดเวลา แม้เราจะกลับมาปฏิบัติศาสนกิจในประเทศไทย หรือย้ายไปปฏิบัติศาสนกิจในที่ใดก็ตาม จะทำให้เกิดการยอมรับ ความเป็นพระธรรมทูตจะปรากฏ จนกระทั่งเราสามารถพัฒนาให้เป็นเครือข่าย เป็นองค์กร เพื่อยกระดับการทำงานของคณะสงฆ์ไทยให้มีความเจริญยิ่งขึ้น.