วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยังเอาอยู่! เกษตรพญาเม็งรายยัน คุมเข้มป้องปลูกกล้วยอาบสารเคมี

หมอในเชียงรายส่งโดรนบินสำรวจสวนกล้วยริมฝั่งโขง พบสวนกล้วยนิยมปลูกฝั่งแม่น้ำอิง ด้านเกษตรอำเภอพญาเม็งราย ยันตรวจเข้ม ป้องปลูกด้วยวิธีใช้สารเคมี เผยเจาะเลือดตรวจสุขภาพคนงานแล้ว มั่นใจคุมได้ ..

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 60 มีผู้ใช้ FB ชื่อ Shinshiro Kenji Arthur โพสต์ข้อความและมีภาพสวนกล้วยหอมจีนรวม 19 ภาพ มองเห็นจำนวนหลายพันไร่ ที่บันทึกภาพมุมสูงด้วยโดรนบินบังคับ บนผืนดินของอำเภอพญาเม็งราย จ.เชียงราย จากก่อนนี้เคยบินโดรนบันทึกสวนกล้วยฝั่งลาว ตรงข้าม อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย หลังพบชาวลาวได้รับผลกระทบมารักษาตัวฝั่งที่ไทย 

ทั้งนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Shinshiro Kenji Arthur หรือ นพ.สมหมาย เอี่ยวประดิษฐ์ นายแพทย์อายุรกรรม เปิดคลินิกรักษาผู้ป่วยอยู่ที่ ตลาดอำเภอเชียงของ จ.เชียงราย ได้ระบุในเฟซบุ๊กว่า ภาพมุมสูงสวนกล้วยจีนที่อำเภอพญาเม็งรายใกล้กับแม่น้ำอิงที่ผมรัก (แม่น้ำอิงเป็นแม่น้ำโปรดเส้นหนึ่งของผม ที่ชอบมากคือความคดเคี้ยวสวยงามมีเสน่ห์มากๆ เมื่อมองจากมุมสูง ผมบินโดรนถ่ายแม่น้ำอิงไว้หลายส่วน ทั้งที่ไหลผ่านอำเภอพญาเม็งราย ขุนตาล เชียงของก่อนไหลลงแมน้ำโขง) เมื่อวานผมได้รับแจ้งพิกัดแหล่งปลูกสวนกล้วย จึงเดินทางด้วย Google Map ไปจนถึงบริเวณดังกล่าวแล้วบินสำรวจดู ก็พบว่าสวนกล้วยอยู่ใกล้แม่น้ำอิงมาก มีการวางระบบน้ำอย่างดีเพราะใช้น้ำค่อนข้างมาก เท่าที่ดูเฉพาะที่ผมเห็นนะครับ ผมว่ายังไม่ได้เช่าพื้นที่ใหญ่มากเหมือนในลาว ผมไม่ได้ต่อต้านเรื่องนี้ ถ้าทำอย่างเหมาะสมปลอดภัยต่อแหล่งน้ำธรรมชาติและชุมชน ไม่สร้างปัญหาสารเคมีตกค้างในระยะยาวกับผืนแผ่นดิน

“ผมเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชมการทำเกษตรอินทรีย์แบบที่ปลอดภัย ได้อาหารสดๆ จากธรรมชาติมาบริโภค โดยไม่ต้องปรุงแต่งผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรม แต่เป็นห่วงเรื่องการใช้สารเคมีตกค้าง ซึ่งเราไม่มีทางรู้เลยว่าปนเปื้อนมากแค่ไหนเพราะเราไว้ใจว่ามาจากธรรมชาติ ผมจึงเป็นห่วงเรื่องนี้มาก หากเป็นการทำถูกต้องปลอดภัยผมไม่คัดค้าน แต่หากหมกเม็ดสารเคมีอันตราย หรือกรรมวิธีกระบวนการผลิตนำมาซึ่งอันตราย และผลกระทบด้านลบกับชุมชน ผืนแผ่นดิน ไม่ว่าระยะสั้นหรือระยะยาว ผมขอค้านด้วยจุดยืนนี้นะครับ” นพ.สมหมาย ระบุในเฟซบุ๊ก

ด้านนายเลิศชัย ดอนชัย เกษตรอำเภอพญาเม็งราย จ.เชียงราย กล่าวว่า จากที่มีความกังวลของชาวบ้านเรื่องผลกระทบการสวนกล้วยหอมส่งออกจีน หลังจากที่ข่าวสวนกล้วยฝั่ง สปป.ลาวถูกนำเสนอ แต่ยืนยันว่า สวนกล้วยฝั่งไทย พื้นที่พญาเม็งรายและอำเภอใกล้เคียง ไม่มีการขยายแปลงเพิ่ม และมีการควบคุมการใช้ปุ๋ยและสารเคมีอย่างต่อเนื่อง จากหน่วยงานและกรมวิชาการเกษตรที่มาเก็บตัวอย่างสุ่มตรวจ น้ำ ดิน ตามตารางเวลา ส่วนเรื่องการตรวจสารพิษในเลือด ได้มีการส่งตรวจครั้งที่สอง ไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่าน โดยแบ่งตรวจเป็น 3 กลุ่ม คือ คนงานในสวน เกษตรกรรอบๆ สวนกล้วย และเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเกษตรกรในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มาทำวิจัยเก็บตัวอย่าง ตรวจสารพิษตกค้างในสวนกล้วยด้วยเช่นกัน ส่วนปัญหาการใช้น้ำในปีที่ผ่านมาไม่มีการร้องเรียนจากชาวบ้าน เนื่องจากปีนี้ฝนมาเร็ว ทำให้ไม่มีปัญหาการแย่งชิงน้ำ น้ำเพียงพอ ยังไม่มีการเจาะบ่อบาดาลเพิ่มใช้น้ำจากลำน้ำอิง และบ่อบาดาลเดิม 2 บ่อ ในฐานะเกษตรอำเภอที่ต้องดูแล ก็จะมองทั้งสองด้าน หากสวนกล้วยอยู่ได้ เป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ ถ้าเป็นสารพิษ ก็ไม่ดี ก็ต้องควบคุมดูแลไม่ให้ส่งผลเสีย

ขณะที่ นางวงเดือน คล้ายวิเชียร ผจก. หจก.พญาเม็งรายการเกษตร กล่าวว่า จากปีที่แล้วยังไม่ได้ปลูกกล้วยหอมเพิ่ม ยังคงปลูก 1,000 กว่าไร่ ในพื้นที่แปลง 2,700 ไร่ แต่ได้เตรียมแปลงที่จะปลูกกล้วยไข่กำแพงเพชรเพิ่มอีก 300,000 ต้น บนพื้นที่ประมาณ 750 ไร่ เนื่องจากขณะนี้ ชาวจีนสนใจรับซื้อกล้วยไข่กำแพงเพชร ซึ่งในพื้นที่จันทบุรีมีการปลูกกล้วยดังกล่าว และชาวจีนได้ตั้งเต็นท์รับซื้อและส่งออกทางด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ที่ อ.เชียงของ ซึ่งบางครั้งผลไม้อื่นหรือกล้วยไข่ที่จันทบุรีไม่เต็มตู้ ก็จะมาแวะรับซื้อกล้วยหอมที่สวนไปเพิ่ม ตนจึงเตรียมลงกล้วยไข่เพิ่ม เพราะชาวจีนเริ่มนิยมมากขึ้น โดยทุกวันนี้จะส่งออกประมาณวันละ 2 ตู้ หรือประมาณ 2 หมื่นกว่ากิโลกรัม