บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป.รวบ 'เจ้เปิ้ล' ร่วมผัว อ้างเป็นดีเอสไอตั้งแก๊งคอลฯ ตุ๋นเงินนักธุรกิจ

กองปราบฯ รวบเจ้เปิ้ล สาวใหญ่ฝั่งธนฯ ร่วมสามีและพวก ตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตุ๋นเงินนักธุรกิจ ใช้ระบบแปลงหมายเลขโทรศัพท์ เป็นเลขเดียวกับ จนท.ดีเอสไอ อ้างเหยื่อทำผิด ขู่โอนเงินเคลียร์ จนท.ไล่ล่าอีก 3

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 พ.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.กรกช ยงยืน สว.กก.2 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ป. จับกุม น.ส.อรษา โตยะบุตร หรือ เจ้เปิ้ล อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 ซ.เพชรเกษม 79 แยก 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงจังหวัดนนทบุรี ที่ 249/2555 ลงวันที่ 25 ก.ค. 55 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง จับได้ที่ร้านอาหารสวัสดิการวิทยาลัยพยาบาลทหารเรือ กองบังคับการกรมแพทย์ทหารเรือ ถ.สมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงบุคคโล เขตธนบุรี

พ.ต.อ.อรุณ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาร่วมกับสามี (จับได้แล้วก่อนหน้านี้) และพวกอีก 3 คน รวมกลุ่มตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์ไปหลอกเอาเงินจากผู้เสียหาย โดยออกอุบายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานราชการต่างๆ ก่อนพูดจาข่มขู่ผู้เสียหาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ หลอกว่าธุรกิจที่ทำอยู่ผิดกฎหมาย หากไม่อยากให้ถูกดำเนินคดีหรือตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ ให้โอนเงินมาให้ตามบัญชีธนาคารที่ผู้ต้องหากลุ่มนี้ให้ไว้

"ที่ผ่านมามีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อถูกหลอกมาแล้วหลายราย บางรายถูกหลอกสูญเงินกว่า 3 ล้านบาท สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อมิจฉาชีพกลุ่มนี้ เนื่องจากทุกครั้งที่ก่อเหตุ กลุ่มผู้ต้องหาจะโทรศัพท์ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ VOIP แปลงสัญญาณดิจิตอล ซึ่งมีเทคนิคสามารถอำพรางหมายเลขโทรศัพท์ที่โทรไปหาเหยื่อ เป็นหมายเลขโทรศัพท์ของที่ใดก็ได้ ให้ปรากฏไปที่โทรศัพท์ของผู้รับปลายทาง เบอร์โทรส่วนใหญ่ที่กลุ่มผู้ต้องหาใช้จะเป็นหมายเลขโทรศัพท์ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ รวมทั้งเบอร์โทรของหน่วยงานราชการต่างๆ จึงทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัว"

พ.ต.อ.อรุณ กล่าวด้วยว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป. ได้สืบสวนติดตามจับกุมนายชายแดน สามีของผู้ต้องหารายนี้ ได้ที่บริเวณสถานีรถไฟหนองคาย ต.หนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย ก่อนจะขยายผลติดตามจับ น.ส.อรษา ผู้ต้องหาดังกล่าว ทำให้ขณะนี้เหลือเพียงผู้ต้องหา อีก 3 รายที่ยังคงหลบหนีการจับกุมตัว ขณะเดียวกัน น.ส.อรษา ให้การปฏิเสธ อ้างว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับคดีดังกล่าว ส่วนที่ถูกออกหมายจับในคดีนี้ อ้างเป็นเพราะว่าสามีแอบนำบัตรประชาชนของตนเองไปเปิดบัญชีธนาคารเพื่อใช้ในการกระทำความผิด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ ก่อนส่งตัวให้ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับตัวไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.