วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'วัชระ' เผยคน ปชป.หนุน 'มาร์ค' นำทัพ นั่งนายกฯ จี้ไฟเขียว ลต.ท้องถิ่น

"วัชระ" เผย อดีต ส.ส.ปชป.ยังหนุน "อภิสิทธิ์" นั่งหัวหน้าพรรคฯ-นายกฯ สมัยหน้า ชี้ ปชช.จี้จัดเลือกตั้ง อปท.-กทม. แนะใช้หลัก 2 ย.ปฏิรูป ตร."หยุดส่วย-แยกอำนาจสอบสวนจาก สตช."

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 60 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคฯ และเลขาธิการพรรคฯ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีบุคลากรที่หลากหลาย ทุกคนที่เข้ามาในพรรคฯต้องอยู่ภายใต้อุดมการณ์เดียวกัน อดีต ส.ส.ส่วนใหญ่ยังให้การสนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรคฯ และนายกรัฐมนตรีในสมัยหน้า ซึ่งในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญใหม่สามารถเสนอชื่อได้ 3 รายชื่อ โดยส่วนตัวตนจะเสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ และ นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์นั้น ตนก็ยังสนับสนุน นายจุติ ไกรฤกษ์ ให้ดำรงตำแหน่งต่อไป

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าไลน์ของ นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ระบุว่า มีคนของพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั้น นายวัชระ กล่าวว่า ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่รู้กันนานแล้ว เพราะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี

"ผมยืนยันว่าบุคคลภายนอกไม่สามารถครอบงำสมาชิกพรรคการเมืองได้ ทั้งนี้ การที่อดีต ส.ส.จะเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ ก็เป็นเรื่องส่วนตัว และเชื่อว่าจะไม่ผ่านมติพรรคฯ อย่างแน่นอน เนื่องจากเรื่องนี้หากมีการประชุมคงมีการอภิปรายอย่างเข้มข้น และพรรคประชาธิปัตย์จะไม่สนับสนุนเผด็จการแน่นอน" นายวัชระ กล่าว

นายวัชระ กล่าวต่อถึงปัญหาขยะในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ว่า ขณะนี้พื้นที่ดังกล่าวมีปัญหาขยะกว่า 245,000 ตัน ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยจะมีการดำเนินโครงการขนย้ายขยะทั้งหมดมาที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อฝังกลบ ซึ่งใช้งบประมาณดำเนินการถึง 381 ล้านบาท ซึ่งชาวสุราษฎร์ธานีสงสัยว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุดหรือไม่ และมีการทำประชาพิจารณ์ถามชาวสุราษฎร์ธานีหรือไม่ และหากเรือขนย้ายขยะล่มในทะเลก็จะทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและกระทบต่อการท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียงหรือไม่ ดังนั้น ตนเห็นว่าควรถามประชาชนก่อนที่จะดำเนินการ จึงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ทบทวนโครงการดังกล่าว ซึ่งตนจะเดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านเรื่องดังกล่าว ที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 29 พ.ค.นี้ เวลา 10.00 น.

นายวัชระ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีประชาชนเรียกร้องผ่านตนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อให้มีการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะนับตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 57 ที่ คสช.ทำการรัฐประหารนั้น ได้มีคำสั่งให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ รวม 7,853 แห่งทั่วประเทศ ทำหน้าที่ต่อ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนมาก เพราะประชาชนไม่มีโอกาสเลือกผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทำให้เกิดการทุจริต ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถตรวจสอบการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ ประชาชนจึงฝากตนช่วยเรียกร้องให้ คสช.เปิดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ เพราะวันนี้ผู้บริหารท้องถิ่นถือว่าตัวเองสามารถอยู่ในอำนาจได้ต่อเนื่อง ไม่มีเวลาจำกัด ตราบใดที่ คสช.อยู่ในอำนาจ ผู้บริหารก็อยู่ได้ไม่จำกัด ถือเป็นการสร้างฐานอำนาจ คสช.หรือไม่ และต้องการให้องค์กรปกครองท้องถิ่นเหล่านี้หนุน คสช.หรือไม่

นายวัชระ กล่าวต่อว่า ขณะที่ กทม.มีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ที่ คสช.แต่งตั้งขึ้นมาทำงาน 28 คน ซึ่งตนอยากถามว่ามีใครที่ลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชนหรือไม่ เพราะขณะนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม มีใครเดินลุยน้ำไปดูแลประชาชน ขณะที่แนวคิดของแม่น้ำ 5 สายที่จะให้มีการยกเลิกสมาชิกสภาเขตกรุงเทพมหานคร (สข.) นั้น ตนก็เห็นว่าเป็นการไม่เคารพประชาชน เพราะประชาชนควรมีสิทธิ์เลือก ส.ข. เพื่อดูแลปัญหา ตนจึงขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศโดยเร็ว

นอกจากนี้ นายวัชระ ยังกล่าวอีกถึงการปฏิรูปตำรวจ ว่า ข้อเสนอของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแผนการปฏิรูปกิจการตำรวจ ในคณะกรรมการประสานงานระหว่างสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่จะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไปสังกัดกระทรวงยุติธรรมนั้น ตนเห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด สร้างภาพหลอกลวงประชาชน รวมทั้งกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ มีแนวคิดให้ตำรวจไปสังกัดจังหวัดก็ยังไม่ถูกต้อง เพราะตราบใดที่ยังไม่แยกอำนาจสอบสวนออกจาก สตช. ก็จะมีปัญหาอยู่เหมือนเดิม ทั้งนี้ ตนจึงมีความเห็นว่าการแก้ปัญหาใช้เพียงแค่ 2 ย. คือ 1. หยุดส่วย และ 2. แยกอำนาจการสอบสวนออกจาก สตช. ดังนั้น การแยกอำนาจการสอบสวนจาก สตช.จะทำให้ประชาชนได้รับความยุติธรรม