วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดตำนาน 'ป๋างแปด' พิธีบวงสรวงเมืองล้านนา 'เจ้าหลวงเวียงแก่น'

เปิดตำนานพิธี 'ป๋างแปด' งานบวงสรวงเจ้าเมืองล้านนา 'เจ้าหลวงเวียงแก่น' เพื่อความเป็นสิริมงคลของชาวเวียงแก่น จ.เชียงราย 

นายสมศักดิ์ บุญยวง กำนัน ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย กล่าวว่า ชาวบ้านใน อ.เวียงแก่น อยู่ในช่วงประกอบพิธีบวงสรวง เจ้าหลวงเวียงแก่น และเจ้าเมืองอื่นในพื้นที่ หรือเรียกเป็นภาษาถิ่นว่า พิธีป๋างแปด เพื่อความเป็นสิริมงคล และขอบคุณเจ้าที่เจ้าเมืองก่อนฤดูกาลเพราะปลูกของปี

ทั้งนี้ พิธีป๋างแปด เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกัน โดยชาวบ้านจะมาร่วมกันเตรียมสิ่งของที่เจ้าหลวงเวียงแก่น ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านยายใต้ ตามประเพณีพิธีกรรมจะกำหนดไว้ 2 วัน ในวันขึ้น 3 ค่ำเป็นวันดา คือวันเตรียมของ และวันขึ้น 4 ค่ำ เป็นวันพิธีบรวงสรวง ของเดือน 8 หรือช่วงปลายเดือน พ.ค.-มิ.ย. ของทุกปี ในปีนี้ตรงกับวันที่ 28-29 พ.ค. 60 และ 31 พ.ค.-1 มิ.ย. ในวันแรกของการทำพิธีกรรม จะเรียกว่า วันปาด หมาก

โดย ผู้เฒ่าผู้แก่จะถือว่าวันดังกล่าวเป็น วันก๋ำ โดยจะมีการเตรียมสถานที่และสิ่งของเซ่นไหว้ ได้แก่ กรวยดอกไม้ ธูปเทียน กรวยใบพลู หญ้าช้าง หญ้าม้า ผ้าขาว ผ้าแดง หมาก และเหล้าขาว ก่อนวันพิธีจะนำหมูหรือควายมาบอกกล่าวเซ่นไหว้ เจ้าหลวงเวียงแก่น ก่อนจะให้คนนำไปฆ่าในช่วงเช้าวันประกอบพิธีบวงสรวง เพื่อทำอาหารนำมาถวาย

สำหรับ สัตว์ที่ใช้เป็นเครื่องสังเวยในพิธีกรรมจะต้องเป็นหมูหรือควายตัวผู้สีดำเท่านั้น และจะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันในแต่ละปี คือ จะใช้หมูเป็นเครื่องประกอบพิธี 2 ปี หลังจากนั้นจะเปลี่ยนมาใช้ควาย 1 ปี การเตรียมสิ่งของหรือเครื่องประกอบพิธีกรรมต่างๆ จะเป็นหน้าที่ของ พ่อเข้าจ้ำ คือ ผู้รับหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างชาวบ้านกับดวงวิญญาณ เจ้าหลวงฯ และบรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน รวมไปถึงกลุ่มวงดนตรีสะล้อซอซึงพื้นบ้าน ซึ่งถือว่ามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในพิธีกรรมดังกล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังจากเชิญดวงวิญญาณเจ้าหลวงฯ อาทิ เจ้าคำเหลือง เจ้าเวียงดึง เจ้าฟ้าแสนศึก เจ้าที่นับถือในแต่ละหมู่บ้านลงมาประทับร่างทรง พ่อเข้าจ้ำ ก็จะเปลี่ยนเครื่องแต่งกายให้ร่างทรงของเจ้านั้นๆ แล้วจัดนำสิ่งของเซ่นไหว้ถวาย หลังจากนั้นผู้ร่วมในพิธีก็จะเข้าขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล หรือสอบถามสิ่งที่กังวลใจ ทั้งเรื่องส่วนตัว ครอบครัว รวมทั้งชุมชน การทำไร่ ทำสวน เพื่อให้ช่วยชี้แนะแก้ไขปัญหาจากนั้น

จากนั้น พ่อเข้าจ้ำ จะนำอาหาร และเครื่องเซ่นไหว้ที่จัดเตรียมไว้ไปถวายให้กับเจ้าหลวงเวียงแก่น ได้แก่ ลาบ แกงอ่อม ส้า (ไม่ใส่เลือดแต่ใส่มะเขือแทน) เนื้อย่าง และ เครื่องในต้มที่ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาร้อยด้วยไม้ไผ่ เรียกว่ำ “จิ้นหิ้ว” พร้อมทั้งหัวหมูต้ม หาง และขาทั้ง 4 ขา

เมื่อเสร็จพิธีจะทำการยิงปืน จำนวน 16 นัด เป็นสัญญาณบอกกล่าวผู้ที่เข้าร่วมพิธีให้สามารถรับประทานอาหารได้ หลังจากนั้นจะทำพิธีสู่ขวัญให้กับ “ที่นั่ง” หรือ ร่างทรง เพื่อเรียกขวัญ และทำพิธีผูกข้อมือถือเป็นเสร็จพิธี หลังเสร็จพิธีเลี้ยงเจ้าหลวงเวียงแก่นแล้ว ในวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 8 บรรดากลุ่มเครือญาติหรือผู้ที่สืบสกุลเชื้อสายมาจากเจ้าเวียงดึง จะมาร่วมกันทำพิธีบวงสรวงเซ่น ไหว้ ณ หอเจ้าเวียงดึงในหมู่บ้านม่วงยายใต้ จากนั้นวันขึ้น 6 ค่ำ ชาวไทลื้อบ้านปอกลาง ต.ปอ ก็จะจัดเลี้ยงเป็นอันสิ้นสุด

สำหรับ เวียงแก่นในอดีตเคยเป็นเมืองเก่าที่มีอายุประมาณกว่า 700 ปี ตรงกับยุคสมัยกรุงสุโขทัยและเมืองเชียงราย เดิมเมืองเวียงแก่นเคยมี เจ้าหลวงเวียงแก่น เป็นเจ้าผู้ครองนครองค์สุดท้าย ภายหลังเกิดการสู้รบกับเจ้าพญามังราย บริเวณที่ราบทางทิศตะวันตกของเมือง เจ้าหลวงเวียงแก่นก็สิ้นพระชนม์ในสนามรบแห่งนี้ ส่งผลให้เมืองเวียงแก่นถูกทิ้งร้างเป็นเวลานาน

ปัจจุบัน จุดที่ตั้งเมืองเวียงแก่น หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เมืองโบราณดงเวียงแก่น ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากรให้เป็นแหล่งโบราณสถานสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย เพื่อเป็นการรำลึกถึงเจ้าหลวงเวียงแก่น ผู้คนที่ตั้งถิ่นฐานในพื้นที่แถบลุ่มแม่น้ำงาว ชาวบ้านได้ร่วมใจกันจัดพิธีบวงสรวงเจ้าหลวงเวียงแก่น รวมทั้งเจ้าต้นตระกูล

อย่างไรก็ตาม พิธีกรรมดังกล่าว ชาวเหนือล้านนา โดยเฉพาะที่เวียงแก่นจะถือปฏิบัติกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ถือเป็นประเพณีพิธีกรรมสำคัญของผู้คนในอำเภอเวียงแก่น ซึ่งแต่เดิมเป็นพิธีกรรมที่เรียบง่าย และปฏิบัติสืบทอดกันรุ่นต่อรุ่น แต่ในปัจจุบันพิธีกรรมดังกล่าว ได้กลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนในพื้นที่ การปฏิบัติในพิธีกรรมอาจปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรม เป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนในพื้นที่ ซึ่งจะทำก่อนฤดูกาลทำการเกษตร ไร่นา ประจำทุกปี