บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กห.เผย 3 เดือน ปรองดองคืบ แจงผุดเอกสารความเห็นร่วมฉบับสมบูรณ์

โฆษก กห.เผย 3 เดือน ทำปรองดอง คืบหน้ามาก ปชช.ตื่นตัวให้ความร่วมมือดี ระบุอยู่ในช่วงจัดส่งเอกสารความร่วมมือ พร้อมเดินหน้าทำร่างสัญญาประชาคม การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในอนาคต

เมื่อวันที่ 28 พ.ค.60 พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ฯ กล่าวถึงกระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดอง และผลการดำเนินงานกว่า 3 เดือน ตั้งแต่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ในภาพรวมมีความคืบหน้าไปมาก ประชาชนมีความตื่นตัวและให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง โดยหลังจากผู้แทนพรรคและกลุ่มการเมือง องค์กรภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และภาคประชาชนจากทั่วประเทศ ได้ร่วมกันสะท้อนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ รวมทั้งร่วมตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลอย่างครบถ้วนแล้ว ผ่านกระบวนการรับฟัง

โดยมีอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งมีปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน ข้อมูลจากการรับฟังดังกล่าว ได้ถูกส่งต่อให้อนุกรรมการพิจารณาบูรณาการข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โดยมี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เป็นประธาน ไปดำเนินการวิเคราะห์และสังเคราะห์ ร่วมกับผลศึกษาแนวทางสร้างความสามัคคีปรองดองที่มีมา ด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ตามหลักวิชาการ จนได้เอกสารความเห็นร่วมที่สมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดส่งเอกสารความเห็นร่วมดังกล่าวให้คณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการ ซึ่งมี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธาน เพื่อจัดทำเป็นร่างสัญญาประชาคม หรือกรอบความต้องการของประชาชนในการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติสุขในอนาคตต่อไป

"พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เน้นย้ำเป็นนโยบายถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการสร้างความสามัคคีปรองดองของสังคม โดยให้เปิดกว้างรับฟังประชาชนอย่างทั่วถึงในทุกภาคส่วน ดำเนินงานในทุกขั้นตอนด้วยความเป็นกลาง ตามหลักวิชาการอย่างรอบคอบ ครบถ้วนในทุกประเด็น เพื่อให้ข้อมูลที่ได้เป็นประโยชน์ในการจัดทำร่างสัญญาประชาคม และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถพิจารณาใช้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าว กำหนดเป็นแผนงานในระดับปฏิบัติการระดับนโยบายและระดับยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนแก้ปัญหาแต่ละพื้นที่ และเร่งคลี่คลายปัญหาความเหลื่อมล้ำของสังคม ซึ่งมุ่งเน้นสนับสนุนสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ตามนโยบายของรัฐบาลในภาพรวม โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นวาระเร่งด่วนและสามารถทำได้ทันทีในปี 60 ซึ่งเป็นปีแห่งการปฏิรูปประเทศ" พล.ต.คงชีพ กล่าว

พล.ต.คงชีพ กล่าวต่อว่า กระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดองมิใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่ทุกรัฐบาลพยายามแก้ปัญหาความขัดแย้งที่มีมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลปัจจุบันเพียงเข้ามาสานต่อโดยมุ่งเน้นความเป็นรูปธรรมด้วยการหยุดสถานการณ์ความขัดแย้งที่ใช้ความรุนแรงทันที และนำสังคมเข้าสู่ความเป็นปกติด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ควบคู่กับการเปิดกว้างรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อเข้าใจมูลเหตุหรือปัญหาพื้นฐานและกำลังใช้ความพยายามคลี่คลายปัญหาและทำความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ให้บรรลุผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ เราตระหนักดีว่าความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกภาคส่วนเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญ ขอเพียงเชื่อมั่นและมั่นใจกัน คณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดองทุกคนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อส่งเสริมการสร้างความสามัคคีปรองดองของคนในชาติให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ร่วมกันกำหนด.