วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามบินรุกป่า สร้างบนเกาะพะงัน ป่าไม้แจ้งจับ121ไร่ กับ8รีสอร์ตผิดกม.

กรมป่าไม้ แจ้งความดำเนินคดีสนามบินเอกชนบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ แฉก่อสร้างตัดภูเขา 150 ไร่บนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมยึดที่ดินผิดกฎหมาย 40ไร่ และเพิกถอน น.ส.3 ก อีก 81 ไร่ ขณะเดียวกัน ดำเนินคดีกับขบวนการบุกรุกป่านำที่ดินของชาติ 300 ไร่ ไปขายให้ต่างชาติ ไร่ละ 6 แสนบาท ลุยจับ 8 รีสอร์ต

เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ร่วมกับหลายหน่วยงานออกตรวจสอบและจับกุมนายทุนบุกรุกผืนป่าบนเกาะดังใน จ.สุราษฎร์ธานี โดยตั้งแต่ช่วงเช้า วันที่ 27 พ.ค. นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำชุดปฏิบัติการพิเศษพยัคฆ์ไพร สนธิกำลังกับชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ชุดฉลามขาว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เจ้าหน้าที่ทหารจาก ศปป.4 กอ.รมน.และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าเกาะพะงันและเขตเตรียมประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติธารเสด็จ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีเป้าหมายเป็นนายทุนที่บุกรุกพื้นที่ป่าไม้ ยึดถือครอบครองที่ดินเพื่อก่อสร้างโรงแรม รีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ อย่างผิดกฎหมาย

จุดแรก นายชลธิศนำคณะลงตรวจสอบที่บริเวณหาดญวน ต.บ้านใต้ พบมีการก่อสร้างบ้านพักตากอากาศ รีสอร์ตจำนวนมากบนชายหาดและก่อสร้างสะพานบนโขดหินล้ำลงไปในทะเล เจ้าหน้าที่นำอุปกรณ์วัดพิกัดจีพีเอส เข้าตรวจสอบวัดแนวระวางและนำไปทาบกับพิกัดในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พบว่ามีรีสอร์ต 8 แห่งบุกรุกป่าสงวนฯ และมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ประกอบด้วย 1.BAMBOO HOT มีนายธีรภรณ์ เดียววาณิชย์ เป็นผู้เช่า 2.STONE บาร์ ไม่พบเจ้าของ 3.บิ๊กบลู มี น.ส.วนิดา เขมะราวาส เป็นผู้ดูแล 4.ร้านค้า มีนายวิชัย สมทรัพย์ เป็นผู้ดูแล 5.บ้านพัก ไม่พบเจ้าของปล่อยให้รกร้าง 6.วิลล่า มีนายสมาน ยาวะรัก เป็นผู้ดูแล 7.รีสอร์ตไม่มีชื่อ มีผู้ดูแล 2 คน คือนายวัชระพงษ์ เกษแก้ว กับนายอนันต์ ชมอินทร์ และ 8.ห้องพัก ของนางสำเนียง จิตรมุ่ง โดยทั้ง 8 แห่ง อ้างมี น.ส.3 ก. แต่ตรวจสอบพบว่าน่าจะเป็นการออกโดยไม่ถูกต้อง จึงแจ้งความดำเนินคดี

จากนั้นเข้าตรวจสอบจุดที่ 2 บริเวณหาดญวน ซึ่งห่างจากจุดแรกประมาณ 500 เมตร ลักษณะเป็นเนินเขา มองเห็นทะเลสวยงาม มีป่าธรรมชาติลักษณะป่าดิบปกคลุมอยู่ แต่บางจุดพบว่ามีการเปิดหน้าดินเป็นพื้นที่โล่งราว 300 ไร่ ใช้รถไถเชื่อมกันเป็นพื้นที่เดียวและมีการจับจองแบ่งเป็นล็อกๆ ตั้งแต่ 20-60 ไร่ พบนายประสิทธิ ภูศิริ อ้างว่าเป็นเจ้าของพร้อมกับนำเอกสารสิทธิ ส.ค.1 จำนวนหนึ่งมาแสดง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกลับพบว่า ส.ค.1 ที่นำมาแสดงมีพื้นที่รวมกันไม่ถึง 100 ไร่ และจากการตรวจวัดพิกัดพบว่า ส.ค.1 ดังกล่าวไม่น่าจะใช่เอกสารแปลงที่อยู่ในตำแหน่งที่มีการบุกรุก จึงแจ้งข้อหาบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินโดยมิชอบตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484

ทั้งนี้ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นของขบวนการบุกรุกที่ดิน นายทุนมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติร่วมมือกัน ให้แรงงานต่างด้าวเข้าบุกรุกเพื่อเปิดป่าใหม่แล้วเข้าไปจับจองพื้นที่ จากนั้นนำที่ดินมาแบ่งเป็นล็อกๆ ประกาศขายบนเว็บไซต์ให้กับชาวต่างชาติ ราคาไร่ละประมาณ 6 แสนบาท โดยแปลงที่แบ่งขายมากที่สุดคือ 60 ไร่ ไร่ละ 6 แสนบาท รวมราคา 36 ล้านบาท ถ้ารวมทั้งหมดเป็นเงินหลายร้อยล้านบาท

ต่อมาได้ไปตรวจสอบยังจุดที่ 3 ที่หมู่ 5 ต.บ้านใต้ ซึ่งเป็นจุดที่มีการก่อสร้างสนามบินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเกาะพะงันและยังคาบเกี่ยวกับเขตเตรียมประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติธารเสด็จด้วย โดยบริษัทเอกชนด้านสายการบินโลว์คอสต์ราย หนึ่ง พบมีการตัดภูเขาเพื่อเปิดเป็นพื้นที่โล่งสำหรับสร้างเป็นลานจอดเครื่องบิน ประมาณ 150 ไร่ และพบรถแบ็กโฮจำนวนหนึ่งจอดอยู่ ขณะที่สภาพพื้นที่ ที่มีการปรับพบมีการกัดเซาะของน้ำทำให้ดินพังทลายไหลเป็นทางยาวลงสู่ทะเล ทั้งนี้ มีนายวาทิน สุนทะวงศ์ อ้างว่าเป็นผู้ดูแลพื้นที่ดังกล่าวมาแสดงตนพร้อมกับนำใบขออนุญาตปรับดินบนภูเขามาแสดง รวมทั้งเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. และ ส.ค.1 ทั้งหมดที่มีอยู่มาแสดง แต่เจ้าหน้าที่รังวัดมาระวางพื้นที่พบว่ามีส่วนหนึ่งราว 40 ไร่ ที่เปิดหน้าดินไปแล้วตรวจสอบพบว่าไม่มีเอกสารสิทธิหรือทำเกินกว่าเอกสารสิทธิที่นำมาแสดง เป็นการกระทำผิดข้อหายึดถือครอบครองที่ดินและทำประการหนึ่งประการใดให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและอุทยานฯ ส่วน น.ส.3 ก.ที่นำมาแสดง พบว่าเป็นเอกสารที่ออกโดยไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย จำนวน 81 ไร่ จึงสั่งให้เพิกถอนและแจ้งความดำเนินคดี รวมทั้งส่งเรื่องให้กับดีเอสไอ นอกจากนั้นให้ยุติและระงับการก่อสร้างสนามบินดังกล่าวด้วย

ด้านนายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า สนามบินดังกล่าวเป็นของบริษัทเอกชนด้านการบินรายหนึ่ง เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2557 และมีประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนมาที่กรมป่าไม้ จึงสั่งตรวจสอบอย่างละเอียด จนมั่นใจว่าการก่อสร้างน่าจะไม่ถูกต้อง เพราะมีการบุกรุกป่าสงวนฯ และพื้นที่คาบเกี่ยวการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ รวมทั้งเอกสารสิทธิที่นำมาแสดงออกไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงสั่งให้ยุติการก่อสร้างสนามบินทั้งหมด และดำเนินคดีกับนายวาทินข้อหาบุกรุกป่าสงวนฯ ส่วนการบุกรุกป่าสงวนฯ ป่าเกาะพะงัน ยังมีความรุนแรง เพราะพื้นที่มีความสวยงาม โดยกลุ่มนายทุนทั้งไทยและต่างชาติ เพื่อครอบครองที่ดินโดยไม่ชอบ มีการลักลอบตัดไม้ และการสร้างรีสอร์ต ที่พักแบบโฮมสเตย์รุกล้ำแนวเขตทะเลในพื้นที่ป่าสงวนฯ ที่ผ่านมามีคดีบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าไม้ 9 คดี เนื้อที่กว่า 393 ไร่ และมีคดีลักลอบทำไม้ในเขตอุทยานฯ และป่าสงวนฯ อีกหลายคดี