วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พลิกแฟ้ม 'คดีเก่า' ล่ามือบึม พบคนต้องสงสัย

พยานเห็นในรพ.พระมงกุฎ ก่อนจะเกิดเหตุระเบิดขึ้นมา ระดมนักสืบหัวกะทิแกะรอย


“จักรทิพย์” สาปแช่งมือระเบิดให้ถูกลงโทษอย่างสาสม เชื่อเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีความคิดรุนแรง มั่นใจชุดสืบสวนที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่มีแนวทางคลี่คลายคดี ชุดสืบสวนรื้อแฟ้มคดีระเบิดเก่าดูตัวละครที่จับได้แล้วพ้นโทษและที่ยังจับไม่ได้ เอาภาพไปแห่ให้เหยื่อระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้าดู ยืนยันภาพ 1 คนอยู่ในที่เกิดเหตุ เร่งตามตัวมาสอบสวนแล้ว “โฆษก กห.” โต้โกตี๋ เชื่อประชาชนไม่เอาความรุนแรง ขณะที่ “คสช.” ซัดคนหนีคดี อยู่ไม่มีความสุข

กรณีคนร้ายลอบวางระเบิดห้องรับรองข้าราชการบำนาญ (วงษ์สุวรรณ) ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งพลเรือนและทหารเกษียณอายุรวม 25 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ตรงกับวันครบรอบ 3 ปีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยึดอำนาจ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบคนร้ายนำระเบิดซุกซ่อนในแจกันดอกไม้ติดไว้ที่ฝาผนังห้องดังกล่าวก่อนเกิดระเบิด หลักฐานในที่เกิดเหตุชี้ว่า คนร้ายประกอบระเบิดใส่ท่อพีวีซีแบบไปป์บอมบ์ลักษณะเดียวกับระเบิดที่หน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาลเก่า ถนนราชดำเนิน เมื่อเดือน เม.ย. และเหตุระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา จึงเชื่อว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน แต่การก่อเหตุครั้งนี้คนร้ายใส่ตะปูเป็นสะเก็ดระเบิดด้วย เป้าหมายเพื่อทำร้ายเหยื่อตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อวันที่ 27 พ.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่า เรื่องการป้องกันเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นมีความคืบหน้า ขณะนี้มอบหมายให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.รับผิดชอบดูแลสถานที่สุ่มเสี่ยง ทั้งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยง ชุมชน สถานที่เป็นสัญลักษณ์ และศูนย์การค้า ต้องเพิ่มความเข้มการวางกำลังตรวจสอบ สถานที่ต่างๆเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุแทรกซ้อนขึ้นอีก ส่วนการสืบสวนมอบหมายให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าชุดสืบสวน ระดมมือสืบสวนที่เคยเป็นทีมงานสืบสวนของ ตร.ที่ตั้งไว้สมัย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร.เข้าร่วมทีมทำงานสืบสวน อาทิ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ส. พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ศชต. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภ.7 เข้ามาสนับสนุนทีมสอบสวน ที่มอบหมาย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.รับผิดชอบงานสอบสวน

“แนวทางสืบสวนมีพยานหลักฐานเดินต่อได้ เชื่อว่าเป็นกลุ่มเก่าที่เคยก่อเหตุช่วงที่ผ่านมา เป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นกลุ่มของผู้ที่นิยมความรุนแรงชนิดสุดโต่ง ในการสืบสวนคดีระเบิดจะเน้นการใช้พยานหลักฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยงานสืบสวน และแนวทางสืบสวนเชื่อว่า คนที่ก่อเหตุมีความชำนาญ มีความรู้ในการประกอบวัตถุระเบิด” ผบ.ตร.กล่าว

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวด้วยว่า สำหรับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าซึ่งเป็นพื้นที่เปิด เป็นที่รองรับคนเจ็บป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ในโลกนี้ไม่มีใครก่อเหตุในสถานพยาบาลแม้ในช่วงสงคราม เหตุขัดแย้งรุนแรง ไม่มีใครคิดก่อเหตุในสถานพยาบาลที่มีสัญลักษณ์กากบาท เหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การประณาม ขอสาปแช่งคนที่มีส่วนร่วมก่อเหตุขอให้ถูกลงโทษอย่างสาสม ทั้งประสบอุบัติอุบัติเหตุหรือภัยพิบัติทุกรูปแบบ ให้สมกับความชั่วช้าที่ทำกับผู้ป่วย ขอใช้เรื่องไสยศาสตร์เข้ามาช่วยให้ลงโทษคนทำ จะต้องสืบสวนนำตัวคนกระทำมาลงโทษ เป็นเรื่องทางกฎหมายคิดว่า ขณะนี้คนที่ก่อเหตุคงนอนไม่หลับ ต้องคิดหนักในสิ่งที่ทำ จะต้องได้รับโทษ อย่างใดอย่างหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารเดินหน้าสืบสวน หาตัวผู้บงการและคนที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้

มีรายงานว่า ชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีระเบิดไปป์บอมบ์ทั้ง 3 คดี ได้รื้อแฟ้มคดีระเบิดที่เกี่ยวข้องกับการเมืองที่ผ่านมา ไล่ตั้งแต่คดีระเบิดคาร์บอมบ์เชิงสะพานกรุงธน ท้องที่ สน.บางพลัด คดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น ท้องที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อปี 53 คดีระเบิดท้องที่ สน.มีนบุรี เมื่อปี 57 และคดีระเบิดทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอส หน้าห้างสยามพารากอน เพื่อนำฐานข้อมูลผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับและที่ยังจับกุมไม่ได้ รวมทั้งเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาตรวจสอบว่า มีส่วนเกี่ยวกับการก่อเหตุวางระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าหรือไม่ นอกจากนี้ ชุดคลี่คลายคดีนำรูปผู้ต้องหาจากแฟ้มคดีระเบิดทั้งหมดไปให้พยานดูว่าพบเห็นผู้ต้องสงสัยอยู่ในที่เกิดเหตุระเบิดหรือไม่ และนำรูปไปตรวจสอบกับภาพกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสมือวางระเบิด เบื้องต้นมีพยานจำผู้ต้องหาจากแฟ้มประวัติคดีระเบิดได้ 1 คน ว่าอยู่ในจุดก่อนเกิดเหตุ ชุดสืบสวนสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งตามตัวมาสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดไปป์บอมบ์กลางกรุงทั้ง 3 คดีหรือไม่

ส่วนกรณีนายวุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำเสื้อแดง จ.ปทุมธานี เผยว่า กำลังฝึกนักรบพลเรือนเพื่อโค่นรัฐบาลทหาร พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวตอบโต้ว่า สังคมขณะนี้เป็นสังคมที่พัฒนา อยู่ในยุคที่ไม่ใช้ความรุนแรง เราไม่รู้ว่าสิ่งที่โกตี๋ทำอยู่ขณะนี้ตรงกับความต้องการของประชาชนหรือไม่ เพราะว่าสังคมปัจจุบันนี้ เป็นสังคมที่พูดคุยพูดจากันไม่ใช้ความรุนแรงแล้ว ดังนั้น ตนจึงไม่แน่ใจว่าการปลุกระดมของโกตี๋จะได้รับการตอบรับจากประชาชนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม โกตี๋ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะสิ่งที่เขาทำขัดต่อกฎหมายและเป็นการบ่อนทำลายประเทศชาติ เมื่อถามว่า เชื่อหรือไม่ว่าโกตี๋มีการฝึกนักรบพลเรือน พล.ต.คงชีพกล่าวว่า แล้วแต่เขา เพราะเขามีหน้าที่พูดก็พูดไป เเต่คนไทยจะเห็นด้วยหรือเปล่า ตนเชื่อว่าคนไทยด้วยกันไม่มีใครต้องการทำลายประเทศไทย

ด้าน พ.อ.ปิยะพงษ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีโกตี๋กล่าวผ่านรายการ youtube thaisvoice ระบุว่าเหตุการณ์ระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเป็นฝีมือทหารที่ทำกันเองว่า ต้องถามว่า พี่น้องประชาชนฟังคำพูดของคนหนีคดีด้วยหรือ คนประเภทแบบนี้ มีเครดิตพอที่จะพูดให้คนรับฟังได้หรือ เชื่อว่าคนไทยมีความรู้ มีวิจารณญาณ คงไม่สนใจคำพูดของคนเหล่านี้ คนที่สร้างเรื่องสร้างราวมีคดีติดตัวตลอดชีวิต หนีคดีไปต่างประเทศ เมื่อถามว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังประสานทางการ สปป.ลาว เพื่อติดตามตัวโกตี๋หรือไม่ พ.อ.ปิยะพงษ์กล่าวว่า ยังติดตามตัวอยู่ ขณะนี้ยังประสานขอความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ตนยังยืนยันไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหนและยังต้องติดตามตัวต่อไป เชื่อว่าอยู่อย่างไม่มีความสุข เพราะอยู่ในสถานะมีคดีต้องหลบหนี