บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บินเร็ว แม่นยำ พรางตัว! อาชญากรหัวใส ใช้นกพิราบส่งยาข้ามชายแดน

หลังจากที่สื่อต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศคูเวต จับนกพิราบต้องสงสัยตัวหนึ่ง แอบขนยาเสพติดไว้บนหลัง จำนวน 178 เม็ด ก่อนบินข้ามชายแดนมาจากอิรัก (อ่านข่าว ตร.คูเวตตะลึง จับนกพิราบ ถูกแก๊งโฉด ใช้ส่งยาอี บินข้ามแดนจากอิรัก)

ไทยรัฐออนไลน์​ ได้สอบถามไปยังผู้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์ โดยสัตวแพทย์ท่านหนึ่ง อธิบายถึงเรื่องนกพิราบขนส่งยาเสพติด ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เหมือนนกพิราบส่งสารในอดีตเคยมีมา แต่ได้นำมาประยุกต์ใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องเท่านั้น

ทั้งนี้ นกพิราบถูกฝึกมาเป็นอย่างดีว่าให้บินไปยังจุดหมายแห่งหนึ่ง โดยในอดีตเวลาส่งสารจะมีกระดาษผูกติดอยู่กับข้อเท้าของนกพิราบ แต่จากเหตุการณ์นี้มนุษย์เอานกพิราบไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง โดยการทำกระเป๋าเป้ติดไว้บนหลัง และมีการพรางสีกระเป๋าให้สีเหมือนกับขนของนกพิราบ เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต เวลาบินผ่านหรือพักในที่ชุมชน

“แน่นอนว่าผู้ที่ฝึกนกพิราบต้องมีการคำนวณแล้วว่า จะหิ้วของไว้ส่วนไหนของนกพิราบ เพื่อให้มีน้ำหนักสมดุลพอที่นกพิราบจะสามารถบินได้ โดยที่ไม่เอียงและไม่ทำให้สัตว์เหนื่อย ซึ่งน้ำหนักในการแบกของจะไม่เกิน 10% ของน้ำหนักตัวนก เพื่อไม่ให้ตัวนกเสียสมดุลในการบิน ถ้าเกินจะเกิดปัญหากับตัวนก คือ จะบินลำบาก” แหล่งข่าวนักรักษาสัตว์ ระบุ

ส่วนถามว่า นกพิราบจะบินได้ไกลแค่ไหนนั้น สัตวแพทย์ชื่อดัง กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับเป้าหมายที่นกจะไป ซึ่งไม่ได้บินทีเดียวแล้วถึงเลย ก็อาจจะมีแวะพักบ้าง ฉะนั้น ขึ้นอยู่ว่าเป้าหมายอยู่ที่ไหน ใช้ระยะเวลาเท่าไร แต่จะบินไปถึงเป้าหมายอย่างแม่นยำแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการฝึกของเจ้าของว่ามีความชำนาญหรือไม่ และก็ขึ้นอยู่กับตัวนกด้วยเช่นกัน

เรื่องการฝึกนกส่งสารเป็นเรื่องตั้งแต่สมัยอดีตนานมากแล้ว ขณะที่ ในประเทศไทยก็มีการฝึกนกเหมือนกัน แต่การฝึกนกส่งสารส่วนใหญ่ที่เคยทราบมาจะเป็นชมรมคนรักเหยี่ยว ก็จะฝึกในการบิน รวมทั้งสามารถสั่งให้ส่งข้อมูลส่งสารได้ ซึ่งจะมีกลุ่มผู้เลี้ยงนกเหยี่ยวที่เขาสามารถฝึกแบบนี้ได้ ซึ่งก็เป็นความสามารถอย่างหนึ่ง เป็นงานอดิเรกของคนเหล่านี้

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า สัตว์ชนิดอื่นส่งสารแบบนี้ได้ไหม? แหล่งข่าว เผยว่า ส่วนใหญ่จะเป็นนก เพราะว่า ถ้าเป็นสัตว์ชนิดอื่น ของที่แนบไปกับตัวสัตว์จะอยู่ได้ไม่นาน และการกำหนดทิศทางให้ไปสู้เป้าหมายจริง สัตว์ชนิดอื่นจะไปได้ยาก เพราะฉะนั้น นกที่บินบนท้องฟ้า โอกาสและปัจจัยอื่นที่ทำให้นกเบี่ยงเบนออกนอกเส้นทางจะมีน้อยกว่า ขณะเดียวกัน คนฝึกก็ต้องมีทักษะมีประสบการณ์ในการฝึกมากเช่นกัน ส่วนนกชนิดอื่นๆ ยังไม่เคยเห็นฝึกส่งสาร เท่าที่เห็นจะมีแต่นกพิราบ

“สำหรับเรื่องผลกระทบของตัวนก อย่างที่บอก ของต้องไม่เกิน 10% ของน้ำหนักตัว แต่หากมองเป็นเรื่องของทารุณกรรมนั้น ลืมไปได้เลย เพราะนกมันเหนื่อยก็พัก แต่ถ้าหนักมากก็บินไม่ไหวเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น คนทำในเมื่อต้องการให้สารไปถึงเป้าหมาย ถ้าหนักมากเกินน้ำหนักที่จะรองรับได้ หรือบาลานซ์ไม่ดี นกก็บินไม่ได้ และสารที่ต้องการส่งก็ไปไม่ถึงปลายทาง ฉะนั้น ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีที่ทำให้เห็นถึงพัฒนาการของนกเท่านั้นเอง” สัตวแพทย์ชื่อดัง กล่าว

ด้าน นายสิริชัย วัฒนวรรณ ชมรมฝึกเหยี่ยว Thaihawk Master กล่าวว่า โดยปกติแล้วนั้น นกพิราบจะบินกลับรังอยู่เป็นประจำ เพียงแค่เจ้าของเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็กให้อยู่ในพื้นที่นั้น พอนกจำบ้านของตัวเองได้ ก็เริ่มปล่อยให้บินกลับบ้านด้วยระยะทางที่ไกลขึ้นๆ มันก็จะกลับมารังของมันได้อย่างแม่นยำตามสัญชาตญาณของนก เช่น หากสมมติให้บ้านนกอยู่ทางภาคเหนือก็ค่อยๆ ฝึกให้มันบินไกลมากขึ้น โดยการเอาไปปล่อยในจุดต่างๆ มันก็จะบินกลับมาที่รังของมันเอง

เมื่อถามว่าใช้เวลาฝึกนกพิราบนานไหม นายสิริชัย กล่าวว่า น่าจะ 3 เดือนได้ เพราะเป็นสัญชาตญาณของมันที่มันจะบินกลับรังอยู่แล้ว ส่วนการบินข้ามประเทศก็เป็นเรื่องปกติ แต่รังของมันต้องอยู่ประเทศนั้นก่อนแล้วพามันไปอีกประเทศหนึ่งก่อนปล่อยให้มันบินกลับบ้าน แต่ก็ขึ้นอยู่กับการฝึก หากนกพิราบบินอยู่บ่อยๆ ก็ไม่จำเป็นต้องแวะพัก เพราะนกพิราบสามารถบินได้วันละ 300 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติมาก ส่วนความเร็วประมาณ 90-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

“จากข่าวคราวดังกล่าว คิดว่าน่าจะมีสายสืบที่ให้เพ็งเล็งเป็นพิเศษ เพราะนกพวกนี้บินข้ามชายแดนเป็นเรื่องปกติ ตรวจสอบไม่ได้อยู่แล้วเพราะมันบินอยู่บนท้องฟ้า และก็ไม่สามารถรู้ได้ว่า นกตัวไหนที่แอบขนยาเสพติดไว้ ซึ่งหากฝึกกันจนชำนาญก็สามารถใช้ประโยชน์จากนกได้หลายปี เพราะนกพิราบมีอายุขัยประมาณ 15 ปีเลยทีเดียว” ผู้เชี่ยวชาญการฝึกนก กล่าว.