บริการข่าวไทยรัฐ

ครูกล้อนผมเด็กลงโซเชียล ดราม่าเดิมๆ น้ำเน่าวนไป

โดย ครูเคท

กลายเป็นประเด็นดราม่าในสังคมกันอีกแล้ว เมื่อคุณครูลงโทษเด็กนักเรียนที่ทำผิดระเบียบด้วยการกล้อนผมแล้วโพสต์ลงโซเชียล และเรื่องนี้ก็เหมือนละครน้ำเน่าในบ้านเรา ที่เล่นเรื่องเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา แต่เปลี่ยนตัวแสดงให้เข้ายุคเข้าสมัย และแล้วสื่อเกาะกระแสก็ต้องพากันเสนอข่าวให้อินเทรนด์กับเขาบ้าง ผู้คนก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันสนุกปาก จากนั้นก็เงียบหายไป และอีกไม่นานก็จะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ให้เป็นข่าวกันอีกเรื่อยๆ แสดงว่าคนไทยชอบเม้าท์ให้สนุกปาก แต่ไม่มีใครลุกขึ้นมาแก้ไขเรื่องกฎระเบียบของนักเรียนไทยกันบ้างเลย

สาเหตุที่ไม่มีใครลุกขึ้นมาแก้ไขกฎระเบียบสำหรับนักเรียก ก็เพราะว่าไม่มีใครอยากเอาตัวมาเสี่ยงกับคำวิพากษ์วิจารณ์ของสังคม วางกฎเข้มงวดเกินไปก็ถูกด่า หย่อนเกินไปก็ถูกด่า และที่สำคัญการจะลุกขึ้นมาแก้ไขอะไรในประเทศไทย ไม่ได้ทำกันง่ายๆ เพราะคนไทยเรานั้นเมื่อกฎระเบียบใดมีปัญหา แทนที่ผู้ที่เกี่ยวข้องจะมองให้ทะลุแล้วแก้ไขที่ต้นตอของปัญหาของกฎนั้นๆ กลับแก้กฎระเบียบใหม่ที่เปลือก แล้วก็ใช้ๆ กันไป มีปัญหาอีกก็ออกกฎใหม่ทับกฎเก่า ดังนั้นพอจะมีใครสักคนลุกขึ้นมาสังคายนากฎระเบียบที่เกี่ยวกับวินัยของนักเรียนจึงไม่มีใครอยากทำ

แต่กฎต่างๆ มันก็เป็นเพียงกระดาษที่เขียนเอาไว้ ความสำคัญของกฎคือการนำมาบังคับใช้ ซึ่งการจะนำมาใช้ให้ตรงกับเจตนารมณ์ของกฎนั้นก็ต้องมีการตีความ ปัญหาก็เกิดขึ้นอีกว่า คนไทยก็ชอบตีความแบบเถรตรง (เวลาเป็นปัญหาของคนอื่น แต่ถ้าเป็นปัญหาของตัวเอง จะตีความกฎเดียวกันให้เอื้อต่อตัวเองได้เก่งนัก) ยกตัวอย่างเช่น กฎที่ให้นักเรียนหญิงตัดผมเท่าติ่งหู นักเรียนชายต้องถากให้เตียนหรือตัดแบบรองทรง คุณครูคนบังคับใช้กฎก็เถรตรง ถึงกับเอาไม้บรรทัดมาวัดกันเลยว่าต้องยาวได้ไม่เกินเท่านั้นเท่านี้ ถ้าเกินก็ถืออำนาจ (ที่ไม่ถูกต้อง) ตัดสินและจัดการกล้อนผมเด็กด้วยอารมณ์ อย่างกับว่าผมของเด็กนักเรียนนั้นไม่ต่างจากขนรักแร้ของตัวเองที่ตนมีสิทธิจะตัดสั้นแค่ไหนก็ได้

ความจริงเจตนารมณ์ของกฎระเบียบเรื่องความยาวของเส้นผมนั้นเกิดขึ้นในสมัยโบราณที่บ้านเมืองเรายังมีเหาขึ้นอยู่บนหัวนักเรียนจำนวนมาก การออกกฎให้ตัดผมสั้นก็เป็นการป้องกันเหาและทำให้รักษาความสะอาดได้ง่าย แต่ในยุคปัจจุบัน เหาลดจำนวนลงไปมาก ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเส้นผมที่เต็มไปด้วยสารเคมีแรงๆ ประกอบกับอากาศร้อน เด็กๆ ทุกคนก็ชอบสระผมเพราะมันเย็นดี ดังนั้นผู้ออกกฎและควบคุมกฎควรดูว่ากฎนั้นล้าสมัยหรือได้ตอบโจทย์ที่ตรงกับบริบทในยุคปัจจุบันหรือไม่

เมื่อผู้คุมกฎพบปัญหานักเรียนไม่รักษากฎระเบียบและขาดวินัย ในฐานะที่เป็นครูบาอาจารย์ซึ่งเปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สองของเด็กๆ ก็ควรจะบังคับใช้กฎนั้นด้วยความเมตตากรุณา ไม่ใช่ใช้อารมณ์ขุ่นมัวที่ติดตัวมาจากบ้าน

อาชีพครูเป็นอาชีพอันดับต้นๆ ที่มีความเครียดสูงมาก เพราะครูส่วนใหญ่ต้องแบกอัตตา แบกเกียรติยศ แบกความคาดหวังของสังคมเอาไว้จนหนักอึ้ง ความเครียดจึงมีอยู่มากในใจและมักไม่รู้สึกตัว เพราะเครียดสะสมจนคิดว่าตนไม่เครียด พอเกิดประเด็นแม้จะเล็กๆ น้อยๆ ก็กลายเป็นการจุดชนวนให้เกิดระเบิดโทสะ การอบรมสั่งสอนเด็กๆ ด้วยเมตตา จึงกลายเป็นการระเบิดอารมณ์ขุ่นมัวใส่เด็กโดยครูไม่มีสติรู้ตัว

ถ้าเราไม่อยากเถียงกันด้วยเรื่องใครผิดใครถูกเพื่อเอาชนะ หรือเรื่องควรแก้ไขกฎระเบียบหรือไม่อย่างไร ครูเคทว่าเรามาเริ่มสร้างกฎที่ทุกคนจะอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ดีกว่า ขอแบ่งปันวิธีการที่ครูเคทใช้เวลานำนักเรียนหลายร้อยคนไปเข้าค่าย ปกติครูผู้ควบคุมค่ายจะเป็นคนออกกฎระเบียบบังคับทุกคนให้ปฏิบัติตาม และก็จะต้องมีเด็กๆ ที่อึดอัดไม่อยากทำตามและพยายามหาทางแหกกฎนั้นให้ได้ ที่ค่ายของครูเคท เราจะให้เด็กๆ เป็นผู้เสนอกฎเกณฑ์สำหรับการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ทุกคนมีสิทธิเสนอกฎต่างๆ ได้ จากนั้นเราจะอภิปรายกันว่ากฎนั้นมีเจตนารมณ์อย่างไร จากนั้นทุกคนก็จะโหวทกันว่าจะยอมรับกฎข้อใด กฎที่ไม่มีใครยอมรับ (แม้คุณครูอยากจะให้มีกฎข้อนั้นใจจะขาด) ก็เป็นอันต้องตกไปตามหลักประชาธิปไตยของเสียงข้างมาก เด็กๆ จะรู้สึกดีกับกฎระเบียบที่จะทำให้กลุ่มสังคมของเขามีความสงบสุขที่พวกเขาเลือกกันเอง ทุกคืนใครมีปัญหาอะไร ก็สามารถนำเรื่องราวต่างๆ เข้าสู่สภาเด็ก แล้วก็มีการอภิปรายกันว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด ผิดจริงหรือไม่ ถ้าผิดจริงเด็กๆ ก็จะช่วยกันคิดว่าการกระทำนั้นส่งผลเสียกับใครหรือสิ่งใดบ้าง (นี่คือสิ่งที่ขาดหายไปในการอบรมสั่งสอนเด็กในยุคนี้) ผู้ทำผิดควรจะรับผิดชอบหรือรับโทษอย่างไร ฯลฯ อย่าคิดว่าเด็กๆ เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ต้องทำตามสิ่งมีชีวิตที่ตัวใหญ่กว่า ลองสร้างระบบอย่างนี้ขึ้นในโรงเรียน แล้วจะพบว่าเด็กๆ มีความคิดที่น่าทึ่ง มองเห็นปัญหาชัดเจนและตรงไปตรงมามากกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า

ฝากพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ทั้งหลาย เข้าใจดีว่าเหนื่อยขนาดไหน แต่ความเหนื่อยไม่ใช่ข้ออ้างที่จะขาดสติ ให้ความรักและความเมตตาแก่ลูกศิษย์เหมือนลูกของตนเอง แล้วโรงเรียนจะกลายเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยความสุขสำหรับทั้งครูและนักเรียนค่ะ

ใครมีปัญหา ญาติพี่น้องติดกลุ่มลัทธิ ปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน ติดโซเชียล ติดเกม panic และ phobia มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center ต้องการนัดคิว โทร. 0814581165 หรือ เข้าไปฝากคำถามและแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer  และ YouTube channels: Kate Inspirer ได้นะคะ

อ่านเพิ่ม: สยบดราม่า! ครูโพสต์รูปกล้อนผม นร.ลงเฟซบุ๊ก ดอดขอโทษผู้ปกครองเด็กแล้ว 

ครูเคท