บริการข่าวไทยรัฐ

ยอดกษัตริย์นักบิน พระอัจฉริยภาพสะท้อนความเป็นชายชาติทหาร

กษัตริย์ทั่วโลกต่างก็มีพระปรีชาสามารถแตกต่างกันไปหลากหลายด้าน โดยหนึ่งในพระปรีชาสามารถที่โดดเด่นของกษัตริย์ยุคใหม่คือ พระอัจฉริยภาพด้านการบิน ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นชายชาติทหารเต็มตัว

เป็นที่ทราบกันดีว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 มีความสนพระราชหฤทัยในด้านการบินมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โดยมีพระอุปนิสัยโปรดความมีระเบียบวินัย ทรงละเอียดถี่ถ้วน แม่นยำในขั้นตอนที่ซับซ้อน ทรงพระปรีชาเรื่องเครื่องยนต์กลไกต่างๆ และทรงมุ่งมั่นอยู่กับการทหารและการบินมาโดยตลอด

หลังทรงสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยการทหารดันทรูน กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย และทรงสำเร็จหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร จากประเทศอังกฤษ ทรงพระวิริยอุตสาหะในการฝึกและเพิ่มพูนความรู้ ตลอดจนประสบการณ์ด้านวิทยาการการบินมาอย่างต่อเนื่อง โดยทรงเข้ารับการฝึกเพิ่มเติมและทรงศึกษางานทางการทหารในออสเตรเลีย ด้วยทุนกระทรวงกลาโหม ทรงประจำการ ณ กองปฏิบัติการทางอากาศพิเศษ การทำลายและยุทธวิธีรบนอกแบบ หลักสูตรต้นหนชั้นสูง หลักสูตรการลาดตระเวนและต้นหนชั้นสูง หลักสูตรส่งทางอากาศ

นอกจากนี้ ยังทรง ศึกษาหลักสูตรการบินเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป แบบเอเอช-1 เอส คอบร้า ของบริษัทเบลล์ ทรงฝึกฝนเครื่องบินปีกตรึงแบบต่างๆ และเครื่องบินขับไล่ ส่งผลให้ทรงมีประสบการณ์และทรงเชี่ยวชาญการบินในระดับสูงมาก ทรงเป็น “พระอาจารย์” ของนักบินขับไล่แห่งกองทัพอากาศไทย พระราชทานการฝึกสอน ถ่ายทอดวิชาความรู้ และเทคนิคสมัยใหม่แก่นักบินเสมอมา

แม้ภายหลังเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์แล้ว ก็ยังทรงทำการบินอยู่เนืองๆ โดยทรงเป็นกัปตันทำการบินเครื่องบินพระที่นั่งโบอิ้ง 737-400 ของบริษัทการบินไทย และทรงขับเครื่องบินพระที่นั่งเสด็จพระราช ดำเนินไปทรงงานต่างประเทศเสมอๆ นับว่าทรงเป็นหนึ่งในพระราชวงศ์โลกที่มีพระปรีชาญาณในวิทยาการด้านการบินเป็นอย่างยิ่ง ทรงรอบรู้เทคนิคสมัยใหม่ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากสำหรับนักบิน

อีกหนึ่งพระราชวงศ์โลก ที่ทรงหลงใหลเรื่องการบินจนเป็นที่เลื่องลือคือ “สมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์ แห่งเนเธอร์แลนด์” เคยพระราชทานสัมภาษณ์ว่า ถ้าข้าพเจ้าไม่ได้เกิดในพระราชวัง ความฝันของข้าพเจ้าคือการขับเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ “โบอิ้ง 747”

ล่าสุด กลายเป็นกระแสโลก เมื่อหนังสือ พิมพ์ เดอ เทเลกราฟ ของเนเธอร์แลนด์ นำเสนอบทสัมภาษณ์ว่า “สมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์” ทรงงานเป็นนักบินผู้ช่วยของสายการบินแห่งชาติ KLM ต่อเนื่องเป็นเวลา 21 ปีแล้ว โดยทรงทำการบินเดือนละ 2 ครั้ง ซึ่งผู้โดยสารไม่ล่วงรู้เลยว่ากำลังโดยสารเที่ยวบินที่ทรงเป็นนักบิน

ตั้งแต่สมัยยังทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นมกุฎราชกุมาร “สม เด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์” ทรงสนพระราชหฤทัยในการบินมาก ทรงได้รับใบอนุญาตขับเครื่องบินส่วนพระองค์ และใบอนุญาตขับเครื่องบินพาณิชย์ ภายหลังเสด็จขึ้นครองราชย์ในปี 2556 พระองค์ยังทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินอย่างลับๆเรื่อยมา ความลับนี้ได้รับการเปิดเผยจากพระองค์เอง ขณะพระราชทานสัมภาษณ์ โดยทรงยืนกรานว่า โปรดการบินเป็นชีวิตจิตใจ และมีพระราชประสงค์จะทรงงานนี้ต่อไปเรื่อยๆ โดยอนาคตอันใกล้จะทรงเรียนขับเครื่องบินโบอิ้ง 737 ด้วย

ที่ผ่านมาประชาชนชาวดัตช์ทราบแต่เพียงว่า พระองค์ทรงงานเป็นนักบินเครื่องบินฟอกเกอร์ และนักบินพิเศษ เพื่อรักษาใบอนุญาตขับเครื่องบิน ทว่า เมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลดัตช์ออกมาบอกใบ้ว่า พระองค์ทรงขับเครื่องบินโดยสารฟอกเกอร์ 70 ให้รัฐบาล และเที่ยวบินพิเศษในยุโรปของ KLM กระนั้น เครื่องบินรุ่นดังกล่าวกำลังจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 737 ในปีนี้

ด้าน “สมเด็จพระราชา-ธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละห์ แห่งบรูไน” โปรดการขับเครื่องบินมาแต่ไหนแต่ไร มักจะทรงขับเครื่องบินพระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงงานต่างประเทศเสมอๆ เมื่อหลายปีก่อนเรียกเสียงฮือฮาไปทั้งโลก เมื่อกษัตริย์บรูไนทรงขับเครื่องบินจัมโบ้ โบอิ้ง 747 มูลค่ากว่า 100 ล้านดอล-ลาร์สหรัฐฯ ไปร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่นิวเดลี ประเทศอินเดีย โดยเป็นที่ร่ำลือว่าภายในเครื่องบินโบอิ้งดังกล่าวตกแต่งอย่างหรูหราฟู่ฟ่ามาก ประดับประดาด้วยหินอ่อน, คริสตัล และทองคำ จนติดอันดับเครื่องบินที่หรูเลิศอลังการที่สุดในโลก ยังไม่มีใครลบสถิติลงได้ นอกจากโบอิ้ง 747 แล้ว พระองค์ยังทรงเป็นเจ้าของเครื่องบินแอร์บัส 340, เครื่องบินขนาดเล็ก 6 ลำ และเฮลิคอปเตอร์อีก 2 ลำ



ขณะที่ “สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ที่สองแห่งจอร์แดน” ทรงเป็นนักบินเครื่องบินรบที่เก่งฉกาจหาตัวจับได้ยาก โดยเมื่อ 2 ปีก่อน มีข่าวลือสะพัดว่า พระองค์จะทรงขับเครื่องบินรบไปถล่มฐานที่มั่นของกองกำลังไอซิสในอิรักและซีเรีย ด้วยพระองค์เอง หลังทรงออกแถลงการณ์ประกาศกร้าวจะตอบโต้กลุ่มไอซิสอย่างถึงที่สุด เพื่อแก้แค้นให้กับการสังหารโหดเผานักบินชาวจอร์แดนทั้งเป็น กระนั้น โฆษกรัฐบาลจอร์แดนได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือพระราชวงศ์อังกฤษก็โปรดการขับเครื่องบินไม่แพ้การขี่ม้า โดย “เจ้าชายวิลเลี่ยม” ทรงติดพระยศเรืออากาศโท ปฏิบัติภารกิจเป็นผู้ช่วยนักบินเฮลิคอปเตอร์ค้นหาและกู้ภัย พร้อมช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นหน้าที่ที่ทรงภาคภูมิใจยิ่ง แต่เนื่องจากติดพระกรณียกิจในฐานะรัชทายาทอันดับสอง ทำให้เมื่อไม่นานนี้ ทรงประกาศหันหลังให้กับการเป็นนักบินแล้ว ส่วน “เจ้าชายแฮรี่” ทรงคลั่งไคล้การบินมาตั้งแต่เยาว์วัย ทรงฝึกหนักและเคี่ยวกรำตัวเอง จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นนักบินผู้ช่วยขับเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ไปร่วมรบในอัฟกานิสถาน กระนั้น ภายหลังทรงถูกสั่งห้ามมิให้เสี่ยงชีวิตอีก จึงต้องวางมือจากการขับเฮลิคอปเตอร์โจมตี และกลับมาประจำการทำงานบริหารในกองทัพอากาศ เมื่อ 2 ปีก่อน ก็ได้ทรงประกาศยุติการเป็นทหาร ลาออกจากกองทัพอังกฤษ หลังรับใช้ประเทศชาติมา 10 ปี.

ทีมข่าวหน้าสตรี