บริการข่าวไทยรัฐ

บางคู่แต่งงานแล้วแต่ไม่อยากมีลูก

โดย เมอร์ลิน

เคยดูรายการทำอาหารทางโทรทัศน์ของฝรั่งกันไหม? จะเห็นว่า รายการอาหารที่เชฟสอนวิธีปรุงแต่งในรายการนั้นน่ารับประทานอย่างยิ่ง แต่เชฟที่จะพูดถึงในที่นี้ไม่ใช่กอร์ดอน แรมซีย์ เซเลบคนนั้น ทว่าได้แก่นางไอน่า การ์เตน สาวใหญ่ที่เป็นสุดยอดเชฟคนหนึ่งของสหรัฐฯเหมียนกัน

เธอมีรายการสอนทำอาหารแถมยังเป็นนักเขียนหนังสือที่บอกสูตรและวิธีการทำอาหารหลายชนิด อย่างเป็นขั้นเป็นตอน จนมีผู้ติดตามผลงานจำนวนมาก

ไอน่า เป็นสาวใหญ่ชาวอเมริกันที่ยิ้มง่าย,ใจดีและเข้ากับคนอื่นง่าย จึงไม่แปลกที่จะมีผู้ชมรายการของเธอมากมาย แถมหนังสือเคล็ดลับบอกสูตรปรุงอาหารก็ขายดิบขายดี

ปัจจุบันอายุ 69 ปีแล้ว เธอเป็นชาวนิวยอร์ก และสโลแกนที่เธอมักบอกใครๆเสมอ ได้แก่ หากวันไหนไม่ใช่วันที่คุณ (กับคนรัก) จะต้องไปฉลองกันด้วยการทานดินเนอร์ตามร้านอาหารหรูๆแล้วไซร้ ลองซื้ออาหารที่เป็นวัตถุดิบชั้นดีกลับบ้านมาสิคะ แล้วจงลงมือเข้าครัวปรุงอาหารด้วยตัวคุณเอง มันเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความรัก ที่คุณตั้งใจจะสื่อไปถึง “สุดเลิฟ” ของคุณอย่างแท้จริง แม้รสชาติจะสู้การพากันไปทานอาหารนอกบ้านไม่ได้ (เพราะคุณเป็นแค่กุ๊กมิใช่เชฟ) แต่เมื่อคนที่คุณรักได้เห็นคุณลงมือปรุงอาหารเพื่อเค้าแล้ว รับรองเค้าจะชื่นใจผสมกับชื่นชมยินดีและทำให้รู้ว่า คุณนั้นรักเค้ามากเพียงใด? เป็นไงคะ คุณจะยอมทำอะไรเพื่อ “คนที่คุณรัก” ได้ไหม?

ถ้าสิ่งที่คุณเลือกเป็นการลงมือทำอาหารให้เค้าละก็ เค้าจะประทับใจไปอีกนานเลยทีเดียว!

โถ......ไอน่าช่างน่ารักอย่างนี้นี่เอง เธอจึงครองรักกับสามี-เจฟฟรีย์ ได้นานกว่า 48 ปีแล้ว แถมทั้งคู่ไม่ค่อยมีเรื่องแตกแยก,ตบตีหรือมีคนอื่นให้เป็นข่าวอื้อฉาวคาวโลกีย์ แต่เมื่อไม่นานมานี้ไอน่ากับเจฟฟรีย์ตกเป็นข่าว หลังมีผู้กังขาว่า ทำไมพวกเขาทั้งคู่ถึงไม่มีทายาทหรือลูกสักคนเลยหรือ?

ไอน่าให้สัมภาษณ์ว่า ขอบคุณที่หลายคนให้ความสนใจเรื่องของเธอกับสามีในประเด็นนี้

เธออธิบายว่า ผู้หญิงบางคนมีชีวิตเพื่อต้องการเป็นแม่ของลูก หรือมองว่า ครอบครัวที่สมบูรณ์ควรมีทั้งพ่อ-แม่-ลูก ทว่าเท่าที่เห็นมีเยอะไปที่แม่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว และสำหรับคู่ของเธอได้ตกลงกันตั้งแต่แรกอย่างรอบคอบแล้วว่า จะไม่มีลูกดีกว่า เนื่องจากประชากรโลกมีจำนวนมากอยู่แล้ว เราจึงไม่เห็นความจำเป็นต้องไปเพิ่มจำนวนประชากรให้มากขึ้นไปกว่านี้

ดังนั้น การตัดสินใจของสามี-ภรรยาคู่นี้ จึงเป็น “ ทางเลือก” ที่พวกเค้าตัดสินใจร่วมกัน ไม่ใช่ว่าฝ่ายหญิงต้องการแบบนี้ฝ่ายเดียว แต่สามีของเธอก็ต้องคิดและมองโลกในแบบเดียวกันถึงจะไปกันได้

เธอกับสามีกล่าวว่า พวกเรายอมรับการตัดสินใจของคู่อื่นเรื่องการมีลูก ดังนั้นจึงอยากให้คนอื่นเคารพในการตัดสินใจของพวกเราด้วย....เห็นด้วยเลยว่า คนเราควรเข้าใจคนอื่นด้วยในเมื่อต้องการแบบนี้ก็ช่างเขา

การจะมีลูกหรือไม่มี สามี-ภรรยาต้องผ่านการปรึกษากันอย่างรอบคอบ และไม่ใช่เรื่องใครถูกหรือผิด! โลกนี้เปิดกว้างมากแล้ว การมีลูกหรือไม่มีของคู่สามี-ภรรยาจึงเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งไม่จำเป็นที่ใครจะต้องมา “เอาอย่าง” แต่มองไปถึงความต้องการของครอบครัวตัวเองดีกว่าว่า ประสงค์จะใช้ชีวิตคู่ในแนวทางใด หากอยากมีลูกก็มีเลย ไม่มีใครห้ามอะไรนี่

ขณะเดียวกัน หลายคนอาจไม่เข้าใจคู่ของไอน่าก็ได้ แต่ไม่เป็นไร เธอคงไปอธิบายให้ทุกคนเข้าใจไม่ได้ งั้นสามีภรรยาคู่นี้จึงเข้าใจกันเองก็พอ ส่วนใครไม่เห็นด้วยก็ช่างเค้าสิ ทว่าไม่ควรก้าวก่ายกัน!

ในบ้านเรารู้สึกว่ายังมีคู่รักดาราที่มีความเห็นคล้ายๆกันนี้ และเอาเข้าจริง มีคนคิดแบบนี้เยอะนะ (แต่ไม่ค่อยเป็นข่าว) คือแม้แต่งงานแล้วก็ไม่วอรี่ที่จะมีลูกหรือไม่?

งั้นมามะ มาดูว่า ทำไมคู่สมรสบางคู่ถึงไม่อยากมีลูก กันดีกว่า ว่าเพราะสาเหตุใด?

1. เพราะฝ่ายหญิงหรือชาย ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีลูกไม่ได้หรือเปล่า?

สมมติในเมื่อมีบุตรไม่ได้ก็ไม่มีละกัน เรื่องนี้แม้แต่ในละครหรือนิยายยังพบเห็นได้เลย แต่ก็อีก ถ้าเป็นฝ่ายหญิงที่มีบุตรไม่ได้ คงรู้สึกผิดและอาจหาใครมาอุ้มบุญเพื่อจะได้มีลูกเป็นการชดเชยให้สามี

2. ถ้าฝ่ายชายเป็นหมันมีบุตรไม่ได้ แต่บังเอิญฝ่ายหญิงไม่ได้เป็นหมันด้วย

ส่วนใหญ่ฝ่ายหญิงจะคล้อยตามสามีด้วยความรัก ในเมื่อไม่มีลูกก็ไม่แคร์ อย่างนี้สามีจะรักจะหลงภรรยาเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่ผู้หญิงไม่ค่อยนอกใจไปมีคนอื่นแล้วเกิดท้องขึ้นมาหรอกนะ แต่ถ้ามีก็ถือเป็นความซวยของสามีตัวจริง ในเมื่อมีเมียไม่รักดีไปมีลูกเพราะตัวเธอต้องการกับชายอื่น ก็ถีบส่งไปเลย

ขืนทำอย่างนี้เป็นการหักหาญน้ำใจกันมาก ใครอยากมีลูกกับชู้บ้างถามจริง?

3. ถ้าฝ่ายหญิงและฝ่ายชายต่างก็ไม่ได้มีความผิดปกติอะไร? สามารถมีลูกได้แต่ไม่อยากมีเอง ตรงนี้ควรปรึกษาและตัดสินใจอย่างถี่ถ้วน เมื่อตกลงใจแล้วว่าไม่อยากมีจริงๆ ก็อย่าไปแคร์เสียงครหาจากความไม่เข้าใจของใครแล้วกัน.

@ @ @

เมอร์ลิน