บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกษตรกรเพชรบูรณ์ ทำปุ๋ยมูลไส้เดือนขายรายได้งาม

เกษตรกรชาวสวน จังหวัดเพชรบูรณ์ นำมูลไส้เดือนมาสร้างมูลค่า ทั้งจำหน่ายเป็นอาชีพเสริมและสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ทางการเกษตรของตนเอง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 พ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรชาวสวนในพื้นที่หมู่ 8 บ้านปากตก ต.ยางงาม อ.หนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ นำมูลไส้เดือนมาสร้างมูลค่า ทั้งจำหน่ายเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ทางการเกษตรกรของตนเอง เกษตรกรชวนกันตั้งเป็นกลุ่มสตรีบ้านปากตก มีสมาชิก จำนวน 10 คน พากันลองผิดลองถูก จนสามารถผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนได้สำเร็จ 

ซึ่งในปัจจุบัน ปุ๋ยมูลไส้เดือนเริ่มได้รับความสนใจและมีผลตอบรับค่อนข้างดีจากผู้นำไปใช้ แต่ทางกลุ่มฯ ยังคงขาดองค์ความรู้และงบประมาณในการขยายฐานการผลิต จึงมองหาแนวทางขอสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทั่งล่าสุด สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอหนองไผ่ ลงพื้นที่ดูโครงการ เพื่อเตรียมสนับสนุนให้กลุ่มปุ๋ยมูลไส้เดือน สามารถเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อขยายกลุ่มรองรับความต้องการของลูกค้าในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นข้าราชการเกษียณอายุ เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้มีกำลังซื้อ และรักในการดูแลสุขภาพ ต่างหันมาเลือกซื้อสินค้าที่ปลอดสารเคมีกันมากขึ้น

จากการตรวจสอบ ณ จุดผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนของกลุ่มสตรีบ้านปากตก โดย มีนางอารียา พ่อค้า อายุ 46 ปี ประธานกลุ่มฯ บอกว่า จุดเริ่มต้น ที่คิดทำปุ๋ยมูลไส้เดือน เนื่องจากสภาพพื้นที่ดินในไร่-สวนส่วนใหญ่เป็นหินลูกรัง ปลูกอะไรก็ไม่งาม กระทั่งได้มีผู้นำเอาปุ๋ยมูลไส้เดือนมาให้ทดลองใช้รองก้นหลุม ปรากฏว่าดิน หินลูกรังที่แห้งแข็ง จนไม่สามารถอุ้มน้ำได้ กลับมีความอุดมสมบูรณ์ดีขึ้น พืชพักที่ปลูกไว้ก็งดงามและให้ผลผลิตดีขึ้น

จึงมองเห็นทาง ตัดสินใจริเริ่มทำใช้เอง และได้แบ่งปันให้กับเพื่อนบ้านทดลองใช้ในแปลงปลูกผักและสวนผลไม้ควบคู่กันด้วย ปรากฏว่าเมื่อนำผักและผลไม้ที่ใช้ปุ๋ยมูลไส้เดือนไปขาย ต่างได้รับการตอบรับจากท้องตลาด ว่ามีความสด กรอบ และมีรสชาติอร่อยกว่าผักและผลไม้ที่ใช้ปุ๋ยเคมีทั่วไป นางอารียา พ่อค้า ยังเผยอีกว่า เมื่อเห็นว่าปุ๋ยมูลไส้เดือนนั้นได้ผลดี จึงติดต่อหาซื้อพันธุ์ไส้เดือน โดยเลือกไส้เดือนพันธุ์ แอฟริกัน AF ซึ่งเป็นไส้เดือนที่ตัวใหญ่ ย่อยสลายวัตถุอินทรีย์ได้แทบทุกชนิดและขับถ่ายออกมาเป็นปุ๋ยอย่างดี จากนั้นนำมาเพาะเลี้ยง ทำบ่ออนุบาลไส้เดือนที่บ้าน เริ่มต้นแค่ 3 กะละมัง

จนปัจจุบันขยายเพิ่มกว่า 80 กะละมังแล้ว โดยที่สมาชิกในกลุ่ม จะต้องร่วมกันสนับสนุนมูลสัตว์ (ขี้วัว) ของแต่ละคนพร้อมกะละมัง ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันดูแล รักษาอุณหภูมิบ่อเลี้ยงให้เหมาะสม เพื่อให้ไส้เดือนย่อยสลายมูลสัตว์และขยายพันธุ์ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งใน 1 กะละมังที่ใช้เลี้ยง จะปล่อยพันธุ์ไส้เดือนประมาณ 200 ตัว ใช้ระยะเวลาย่อยสลาย ประมาณ 1 เดือนครึ่ง ถึง 2 เดือน จากนั้นจะแยกตัวไส้เดือนออกจากกะละมังเพื่อขยายพันธุ์ต่อไป โดย 1 กะละมังที่เคยปล่อยไส้เดือน 200 ตัว เมื่อครบกำหนดไส้เดือนจะขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นกว่า 500-600 ตัว สามารถนำไปแยกใส่กะละมังเพิ่มต่อไปได้เรื่อยๆ

สำหรับมูลสัตว์ ที่ผ่านการย่อยสลายแล้วนั้น จะนำไปตากแดดให้แห้ง จากนั้นจะนำมาร่อนผ่านตะแกรงเพื่อคัดเอาแต่มูลไส้เดือนล้วนๆ ขั้นตอนสุดท้ายจะแพ็กใส่ถุง บรรจุถุงละ 1 กิโลกรัม เปิดจำหน่ายเพียงถุงละ 20 บาท หรือหากจะซื้อเป็นพันธุ์ไส้เดือน ก็สามารถแบ่งขายให้ได้ ในราคากะละมัง 200 บาท ปล่อยไส้เดือนให้ประมาณ 150 ตัว เบื้องต้น ปุ๋ยมูลไส้เดือนมีขายในจำนวนจำกัด หากผู้ใดสนใจ สามารถสั่งซื้อได้โดยตรงที่กลุ่มฯ โทร. 086-2463695

ทางด้าน นางสาวเรณู แสงคำพันธ์ นักวิชาการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า เบื้องต้นได้เข้ามาสำรวจ พร้อมเตรียมให้การสนับสนุนในด้านแหล่งเงินทุน เพื่อให้ทางกลุ่มฯ มีกำลังในการขยายธุรกิจ ปุ๋ยมูลไส้เดือน อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังจะสนับสนุนช่องทางการตลาด เตรียมผลักดันให้เป็นสินค้าโอทอป ของดีอำเภอหนองไผ่ เพื่อให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย