วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผบ.ตร.ลุยทีมป่วนบึม สาปแช่ง "หนักแผ่นดิน"

เหตุระเบิด “ไปป์บอมบ์” ที่คนร้ายประกอบระเบิดใส่ในแจกันดอกไม้ในห้องรับรองข้าราชการทหารบำนาญ (ห้องวงษ์สุวรรณ) ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เหตุเกิดวันที่ 22 พ.ค. มีพลเรือนและทหารเกษียณราชการที่เข้ามารักษาตัวได้รับบาดเจ็บ 25 ราย

ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเหตุระเบิดในโรงพยาบาล พื้นที่ปลอดภัย ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะมีเหตุขัดแย้งหรือการสู้รบใดๆ ต้องสงวนไว้ใช้รักษาผู้เจ็บป่วย

คนร้ายได้วางแผนใช้พื้นที่โรงพยาบาล เป็นการกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมร้ายแรง ลงมือก่อเหตุ มุ่งหวัง โดยไม่สนใจชีวิตของผู้ที่เจ็บป่วยที่มารักษาตัวที่โรงพยาบาล

เป้าหมายผู้สั่งการจงใจสร้างสถานการณ์อย่างหนึ่งอย่างใด เป็นเรื่องที่กระทำเกินไป สมควรได้รับการประณามผู้ที่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการร่วมก่อเหตุระเบิดลูกนี้

คงไม่พ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคลี่คลายคดีระเบิด และคุมสถานการณ์ทันที พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ด้านความมั่นคง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.ด้านป้องกันปราบปราม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. นำกำลังชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าร่วมตรวจหาพยานหลักฐานร่วมกับทหาร

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมาย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.รับผิดชอบงานสอบสวน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานป้องกันปราบปราม ร่วมกับ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ.

งานสืบสวน พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. รับ ผิดชอบ โดยเรียกระดมทีมสืบสวน ตร.ที่ตั้งมาสมัย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร.มี พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ส. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภ.7 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ศชต. ร่วมกับชุดสืบสวน บช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.ศสส.บช.น.

กำหนดพื้นที่เป้าหมายที่ต้องเข้าควบคุมป้องกันไม่ให้มีเหตุแทรกซ้อนขึ้นมาอีก ทั้งในสถานที่ราชการ พื้นที่ชุมชน แหล่งท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า และสถานที่เป็น “สัญลักษณ์” กลุ่มคนบางกลุ่มใช้สร้างสถานการณ์ ซึ่ง พล.ต.อ.
เฉลิมเกียรติได้ลงพื้นที่วางมาตรการร่วมกับภาคเอกชน เพื่อป้องกันเหตุรุนแรง

ส่วนชุดสืบสวนได้ตีกรอบวงรอบพื้นที่รอบโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า สืบหาพยาน วัตถุระเบิด และบุคคลต้องสงสัยจากกล้องวงจรปิด แม้วัตถุพยานสำคัญชี้ตัวคนร้าย กล้องวงจรปิดบางตัวของ รพ.เสียใช้การไม่ได้ ซึ่งเป็นปัญหาทำให้ยากต่อการตามตัวมือระเบิด จำ เป็นต้องใช้พยานหลักฐานทางอื่นแทน

ผบ.ตร.สั่งให้นำเหตุระเบิดทั้งที่หน้ากองสลากเก่า และโรงละครแห่งชาติ มารวมเป็นคดีเดียวกัน เพราะมีหลักฐานน่าเชื่อเป็นฝีมือคนกลุ่มเดียวกัน ในลักษณะการทำงานแบบเป็นเครือข่าย

วงจร “ซิกเนเจอร์” ประกอบระเบิดเหมือนกับเหตุระเบิด 2 จุด ด้านหน้ากองสลาก และหน้าโรงละครแห่งชาติ ตรวจเก็บได้วัตถุพยานเหมือนกัน เศษชิ้นส่วนไอซีไทเมอร์ ส่วนวงจร สายไฟที่มีการเชื่อมต่อวงจร เพียงแต่เหตุระเบิดลูกล่าสุดที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า ใช้ตะปูเป็นสะเก็ดระเบิดมาเกี่ยวข้อง

เป้าหมายเพื่อให้เกิดความรุนแรงมากกว่าเสียงดัง

เป็นระเบิดแสวงเครื่อง จุดระเบิดโดยการตั้งหน่วงเวลา การประกอบระเบิดใกล้เคียงเหตุระเบิดอีก 3 จุด ในช่วงปี 50 จุดแรกเมเจอร์รัชโยธิน จุดที่ 2 ข้างวังซอยราชวิถี 26 และ ที่หน้า บก.ทบ. ซึ่งจุดระเบิดด้วยไอซีไทเมอร์เป็นตัววงจรพื้นที่เหมือนกัน แต่วิธีการต่างกัน

ผู้ประกอบระเบิด ต้องมีความรู้ ผ่านการเรียนและฝึกอบรมมาจนควบคุมให้รุนแรงขนาดไหนก็ได้

เหตุระเบิดเกิดขึ้นในวันครบรอบ 3 ปี ที่ คสช.เข้ายึดอำนาจการปกครอง

เชื่อมโยงการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองหัวรุนแรงบั่นทอนอำนาจ คสช.

การข่าวกรองทุกหน่วยระบุ เป้าหมายระเบิดทั้ง 3 ลูก จงใจดิสเครดิต คสช. และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ตัดประเด็นกลุ่มก่อการร้ายบีอาร์เอ็นหรือไอเอสออกไป

เป็นฝีมือคนไทยด้วยกันเข้ามาป่วน ไม่ใช่ฝีมือคนต่างชาติ

ชุดสืบสวนพุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนมีสีขั้วอำนาจเก่า ที่เป็นกลุ่มผู้บงการ โดยใช้ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นพลเรือนหัวรุนแรง คนมีสี หวังผลทำให้สั่นคลอนภาพรวมรัฐบาลทหาร และ คสช.

งานนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ลงแกะรอยหาหลักฐานด้วยตัวเอง เชื่อมโยงกลุ่มผู้ก่อเหตุ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้กำชับมาตลอดเรื่องความมั่นคงและความปลอดภัยของชีวิตประชาชน มอบหมายให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.ดูเรื่องงานป้องกัน และ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.รับผิดชอบงานสอบสวน เชื่อว่าทำเป็นขบวนการ ซึ่งเป็นกลุ่มคนเดิมๆ ที่นิยมความรุนแรงหรือสุดโต่ง เชื่อมโยงเหตุระเบิดที่หน้าโรงละครแห่งชาติ และหน้ากองสลากเก่า แต่ครั้งนี้ผู้ก่อเหตุใช้ตะปูมาเป็นสะเก็ดระเบิดเพื่อให้รุนแรงมากยิ่ง จะต้องสืบสวนนำตัวมือระเบิดและคนสั่งมาลงโทษให้ได้”

“สำหรับเหตุที่เกิดในโรงพยาบาล พื้นที่เปิดรองรับคนป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ในโลกนี้ไม่มีใครก่อเหตุในสถานพยาบาลที่มีสัญลักษณ์กาชาด เนื่องจากมีเด็กและผู้ป่วย แม้ในสงครามหรือเหตุรุนแรงใดๆ ไม่ใช่แค่ประณาม หนักแผ่นดิน ขอสาปแช่งสาปส่งให้ได้รับอุบัติเหตุหรือภัยพิบัติให้สาสมกับความชั่วช้า เป็นคนจิตใจอำมหิต และทางกฎหมายจะรีบสืบสวนจับกุมมาดำเนินคดีให้ได้ โดยเฉพาะผู้บงการอยู่เบื้องหลัง หลังจากนี้จะต้องมีการเพิ่มมาตรการความเข้มข้นในการรักษาความปลอดภัยทุกพื้นที่ที่มีคนสัญจรไปมา จำนวนมากและนำบทเรียนที่ได้จากเหตุระเบิดมาป้องกันการก่อเหตุซ้ำ”

ระเบิดลูกนี้เป็นสัญญาณเตือนความไม่สงบสุขย้อนกลับมาอีกแล้ว

เป็นงานหนักของ “ฝ่ายความมั่นคง” รีบสกัดกั้นให้ได้ก่อนบานปลาย.

ทีมข่าวอาชญากรรม