วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"เที่ยวจันทบุรี ชมอัญมณี ชิมผลไม้"

โบสถ์วัดพระแม่ปฏิสนธินิรมล

จังหวัดจันทบุรีได้รับการแนะนำโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดให้เป็นหนึ่งในเมืองต้องห้ามพลาด

เนื่องจากจันทบุรีมีเสน่ห์ในหลายๆด้าน คุ้มค่าแก่การเดินทางไปท่องเที่ยว ปลายเดือนพฤษภาคมอย่างนี้ แม้จะเข้าหน้าฝนแล้วนักท่องเที่ยวก็ยังเดินทางไปจันทบุรี เพื่อไปลองลิ้มชิมรส ราชาและราชินีแห่งผลไม้ ซึ่งก็คือ ทุเรียนและมังคุด นั่นเอง

นอกจากทุเรียนและมังคุดแล้ว เมืองเกษตรกรรมแห่งนี้ยังมีผลไม้ที่ขึ้นชื่ออีกมากมาย เช่น เงาะ สละ ลำไย หรือแม้แต่ กล้วยไข่ ก็เป็นผลไม้ส่งออกไปประเทศจีน จันทบุรีไม่ได้มีแค่ผลไม้ แต่ยังมีอาหารพื้นเมืองซึ่งปรุงจากสมุนไพรท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็น แหล่งกำเนิดอาหารทะเลสด และ ตำนานแห่งเส้นจันท์เลื่องชื่อ

ในด้านสถานที่ท่องเที่ยว จันทบุรีเป็นเมืองติดทะเลทางภาคตะวันออก และยังมีภูเขา น้ำตก แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เช่น ค่ายเนินวง อู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้า ตากสินมหาราช รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวัฒนธรรม เช่น ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน ชุมชนริมน้ำจันทบูร โบสถ์วัดพระแม่ปฏิสนธินิรมล

ชุมชนริมน้ำจันทบูร นั้น ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำจันทบุรี เป็นชุมชนเก่าแก่ที่เคยเป็นย่านการค้ามานานนับร้อยปี ตั้งแต่สมัยที่พ่อค้าชาวจีนนำสินค้าจากเมืองจีนมาขาย และซื้อเครื่องเทศ เช่น พริกไทย กระวาน จากจันทบุรีกลับไปขายที่เมืองจีน ปัจจุบัน ชุมชนแห่งนี้ ยังมีอาคารบ้านเรือนเก่าที่ยังรักษาสถาปัตยกรรมแบบโบราณไว้ บางบ้านทำเป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านค้าต่างๆ ในขณะที่บางบ้านก็ยังเป็นที่อยู่อาศัยของชาวชุมชนดั้งเดิมที่อยู่ตรงนี้มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวด

ส่วน โบสถ์วัดพระแม่ปฏิสนธินิรมล หรืออาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล เป็นโบสถ์คาทอลิก รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบกอทิก (Gothic) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2449  ลักษณะคล้ายมหาวิหารนอตเทรอดาม ที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส  (Cathédrale Notre-Dame de Paris) มีหลังคาสูงแหลม ภายในประดับด้วยกระจกสี และมีลวดลายปูนปั้นสวยงาม ได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นปี 2542 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์

ในด้านอัญมณี ทุกท่านคงทราบว่า จันทบุรีเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องอัญมณี ไม่เพียงระดับประเทศ แต่เป็นที่รู้จักมีชื่อเสียงไปทั่วโลกว่าเป็นแหล่งผลิตอัญมณีที่สำคัญแห่งหนึ่ง

ภาพที่เห็นชินตาในจังหวัดจันทบุรีคือ ในวันศุกร์และวันเสาร์จะมีชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาซื้อพลอยที่ตลาดพลอย บริเวณซอยกระจ่างและถนนศรีจันท์เป็นจำนวนมาก มีคนไทยสะพายกระเป๋าเดินกันเต็มตลาดพลอย คือ “คนเดินพลอย” ซึ่งจะนำพลอยจากโรงงานเจียระไนพลอยจากทั้งในตัวเมืองและอำเภอต่างๆในจังหวัดจันทบุรีเข้ามาขาย เท่าที่ทราบมา ในตลาดพลอยแห่งนี้ไม่เคยมีปัญหาฉกชิงวิ่งราวเลยตลอดเวลาเกือบ 50 ปี

จุดเริ่มต้นที่ทำให้จันทบุรีเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่สำคัญของโลก น่าจะมาจากการที่เมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว มีการค้นพบแหล่งพลอยที่สำคัญที่ทุกคนรู้จักกันดีในนาม “ทับทิมสยาม” ในบริเวณจังหวัดจันทบุรีและตราด ที่อำเภอหนองบอน บ่อไร่ นาวง ฯลฯ สิ่งนี้เองที่ทำให้ชาวจันทบุรีได้สั่งสมภูมิปัญญาในการผลิตอัญมณีมายาวนาน

ภูมิปัญญาที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการเผาพลอย การคิดค้นและพัฒนาการเผาพลอยเริ่มอย่างจริงจังจากการที่มีเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่ตลาดน้ำพุ เมื่อปี พ.ศ.2511 หลังจากไฟดับลงพบว่าพลอยที่อยู่ในร้านของพ่อค้าพลอยที่ถูกไฟไหม้มีสีสันสวยงามขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ คุณสามเมือง แก้วแหวน มั่นใจว่าความร้อนสามารถเพิ่มความสวยงามให้กับพลอยได้ และได้เริ่มต้นพัฒนาการเผาพลอยอย่างจริงจังนับจากนั้นเป็นต้นมา ชาวจันทบุรีจึงยกย่องให้คุณสามเมืองเป็นคนแรกที่ริเริ่มการเผาพลอยของจังหวัดจันทบุรี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีการลองผิดลองถูกควบคู่กับการศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์ของกลุ่มผู้เผาพลอยเรื่อยมา

การเผาพลอยถือว่าเป็นกระบวนการที่สำคัญมาก ทำให้พลอยมีสีสวยงามขึ้นโดยใช้ความร้อนตั้งแต่ 900-1,500 องศาเซลเซียส อาจเผาด้วยเตาแก๊ส เตาน้ำมัน เตาไฟฟ้า หรือผสมผสานกัน พลอยจะถูกนำไปใส่ในเบ้าเผาพลอยที่เป็นถ้วยเซรามิกทนความร้อนสูง นำไปใส่ในเตาแต่ละชนิด ส่วนระยะเวลาในการเผาก็ขึ้นอยู่กับชนิดของพลอย
มีคำถามว่าทำไมคนจันทบุรีจึงเผาพลอยได้หลายชนิดคำตอบก็คือตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี พ่อค้าอัญมณีชาวจันทบุรีได้ออกแสวงหาแหล่งพลอยก้อนในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นพลอยแดงจากพม่า พลอยน้ำเงินจากศรีลังกา รวมทั้งพลอยหลากหลายชนิดจากประเทศในแอฟริกา มาลองเผาและเจียระไน และนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้จันทบุรีได้รับการขนานนามว่าเป็น “นครแห่งอัญมณี”

วันที่ 4 ถึง 11 มิถุนายน 2560 นี้ จะมีงาน “จันทบุรี นครอัญมณี” จัดโดยสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี ณ ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี นอกจากจะได้ไปชมอัญมณีและเครื่องประดับสวยๆ ที่นำมาจำหน่ายในราคาโรงงานแล้ว ที่ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรียังมีห้องภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอัญมณี และพิพิธภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับที่ทันสมัยและน่าสนใจเป็นอย่างมาก

หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่สมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 0-3930-3118 ถึง 9

นอกจากงาน “จันทบุรี นครอัญมณี” แล้ว ในช่วงระยะเวลาใกล้เคียงกันยังมี งาน “จันทบุรี มหานครผลไม้” วันที่ 3–11 มิถุนายน 2560 ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ภายในงานมีทั้งผลไม้สด ผลไม้แปรรูป ผลไม้หายาก การประกวดผลไม้ การจัดการแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “ปลูกดี กินดี ใต้ร่มพระบารมี” รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือทางการเกษตร

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจันทบุรี และจังหวัดจันทบุรีที่เอื้อเฟื้อภาพประกอบ

ทั้งขอเชิญชวนไปเที่ยวจันทบุรี จังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย อาหารอร่อย ผลไม้รสชาติดี อัญมณีคุณภาพเลิศ แหล่งประวัติศาสตร์ล้ำค่า ไปเที่ยว ไปชม ไปกิน ไปพักผ่อนหย่อนใจ

แล้วจะพบว่าจันทบุรีมีดีหลายด้าน สมเป็นเมืองต้องห้ามพลาดจริงๆ

.....สวัสดี

ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์