วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บิ๊กตู่’โยน 4 คําถามวัดใจ ยื้อเลือกตั้ง

แก้ลําโดนทวงสัจจะ พท.ตามบี้โรดแม็ป

พท.ขย่มไม่หยุด “บิ๊กตู่” จ้องยื้อโรดแม็ป “นพดล” เตือนผู้นำต้องรักษาคำมั่นสัญญา “อนุดิษฐ์” ย้อน “ประยุทธ์” ชอบพูดนักเป็นชายชาติทหาร ต้องยึดสัจจะวาจา “อำนวย” สับอย่ามาอ้างความไม่สงบเลื่อนเลือกตั้งทำชาติเสียหาย “วัฒนา” ฉะคนพาลฉวยโอกาสโยนบาปชาวบ้าน “พัลลภ” เตือนเหตุบึมถี่รัฐบาลทหารคุมไม่อยู่ สะท้อน คสช.ปฏิวัติเสียของ เด็ก ปชป.หยัน คสช.จะอยู่ยาวต้องมีฝีมือ แฉแผนดัน หน.คสช.สืบทอดอำนาจไม่ใช่โมเดล “ป๋าเปรม” ขณะที่ “นายกฯตู่” หัวชนฝาไม่ได้นำพาประเทศล้มเหลว โวประชาชนไว้ใจพร้อมร่วมมือ ไม่ต้องแถลงผลงาน ทิ้งไพ่ตายโยน 4 ข้อถามใจประชาชน ส่งคำตอบผ่าน มท. เอาหรือไม่เอาเลือกตั้ง จะยอมให้นักการเมืองไม่ดีหวนคืนเวทีอีกหรือ กมธ.การเมือง สปท.ชงขึงพืดใช้ รธน. 10 ปี ถึงแก้ได้ “มีชัย” ส่ายหัวข้อเสนอเป็นไปได้ยาก

กรณีคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คชส.) ที่ระบุว่า หากบ้านเมืองยังมีความวุ่นวาย ไม่สงบ เกิดเหตุลอบวางระเบิด จะยังไม่มีการจัดการเลือกตั้ง ยังเป็นประเด็นร้อนที่พรรคการเมืองต่างระดมกันออกมาคัดค้าน โดยทวงสัจจะวาจาและย้ำเตือนให้นายกฯยึดมั่นในสัญญาประชาคมที่จะเดินหน้าตามโรดแม็ปเดิมอย่างต่อเนื่อง

พท.ขย่มนายกฯต้องยึดมั่นสัญญา

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย อดีต รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่า หากบ้านเมืองยังไม่สงบ มีความวุ่นวาย จะยังไม่มีการจัดการเลือกตั้งว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดไว้ตามเวทีต่างๆทั่วโลกว่าประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งตามโรดแม็ป เราต่างหวังว่ารัฐบาลและ คสช.จะดำเนินการตามนั้น เพราะการทำตามคำมั่นสัญญาของรัฐบาลเป็นสิ่งสำคัญ ในการสร้างความเชื่อมั่นสำหรับนักลงทุนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ นักธุรกิจจะได้วางแผนการลงทุนในอนาคตได้ถูก เพราะทุกวันนี้ภาคเอกชนลงทุนกันน้อย การลงทุนของภาครัฐฝ่ายเดียวไม่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การรักษาคำมั่นสัญญาโดยเฉพาะเรื่องการเลือกตั้ง จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นในการขับเคลื่อนประเทศเป็นอย่างยิ่ง เพราะผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนในทุกสำนักโพลออกมาตรงกันว่า อยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และปากท้องเป็นอันดับต้นๆ

อ้างเลื่อนเลือกตั้งชาติเสียหาย

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย อดีตประธานคณะกรรมาธิการทหาร สภา ผู้แทนราษฎร กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้หลักผู้ใหญ่เมื่อพูดอะไรออกมาต้องเป็นไปตามนั้น ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์เป็นอดีตนายทหารเก่า เคยเป็นถึงผู้บัญชาการทหารบก เมื่อพูดอะไรออกมาแล้วถ้าไม่เป็นตามนั้นจะเสียหาย เมื่อเคยบอกว่าการเลือกตั้งจะเป็นตามโรดแม็ปก็ต้องยึดตามนั้น จะใช้เหตุผลความไม่สงบมาเลื่อนการเลือกตั้งไม่ได้ ไม่เช่นนั้นภาพพจน์ของตัวท่านเองจะเสียหาย การที่ พล.อ.ประยุทธ์ซึ่งเป็นผู้นำประเทศไปพูดในเวทีต่างๆทั่วโลกว่าจะยึดตามโรดแม็ป เขาก็เชื่อถือ ดังนั้น ต้องรักษาคำพูดไม่เช่นนั้นจะกระทบกับภาพลักษณ์ประเทศด้วย

ซัดชายชาติทหารต้องถือสัจจะวาจา

ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ให้สัมภาษณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ควรเอาเรื่องความมั่นคงมาเป็นเงื่อนไขในการเลื่อนการเลือกตั้ง เพราะสวัสดิภาพความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน และความมั่นคงของประเทศ ไม่ว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหรือไม่ได้มาจากการเลือกตั้งต้องรับผิดชอบ การเอาความรับผิดชอบของตัวเองไปเป็นเหตุผลในการเลื่อนการเลือกตั้งถือว่าไม่สมเหตุสมผล ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่รัฐบาลควรทำขณะนี้คือ ทำให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัย และมีความชัดเจนในการคืนอำนาจให้ประชาชน โดยการจัดการเลือกตั้งตามโรดแม็ป เพราะมีการเลื่อนมาหลายครั้งแล้ว ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ยึดคำพูดครั้งหลังสุดที่จะจัดการเลือกตั้งตามเงื่อนเวลาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ หากยังเลื่อนออกไปไม่มีกำหนดอีก ผลกระทบเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นอาจหนักกว่าที่เป็นอยู่ในวันนี้ ที่สำคัญตอนนี้ประชาชนต้องการอำนาจคืน โดยการเลือกตั้งเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้รับการปรับปรุง

“ผมเป็นชายชาติทหาร ได้รับการสั่งสอนจากสถาบันให้ยึดมั่นคำพูด ซื่อตรงกับคำมั่นสัญญา จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นายกฯที่ชอบพูดตลอดว่าเป็นชายชาติทหาร จะทำตามคำมั่นสัญญาที่ได้เอ่ยปาก บอกกับประชาชนว่าจะเดินตามโรดแม็ปมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน” น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว

ฉะคนพาลชอบโยนบาปชาวบ้าน

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบ เกิดเหตุระเบิดหลายพื้นที่ นอกจากการที่รัฐบาลไม่มีปัญญาที่จะรักษาความปลอดภัย ทั้งที่เหตุเกิดที่ปลายจมูกตัวเองแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ยังมาฉวยโอกาสโยนบาปให้ประชาชนเพื่ออ้างว่าจะอยู่ต่อ นี่เป็นการพูดจาประสาคนหรือไม่ แบบนี้เรียกว่าพูดแบบคนพาล แต่คงไม่ว่าอะไร เพราะคนที่ยึดอำนาจจากประชาชนมาสามปี แล้วยังมาทวงบุญคุณทุกวันเป็นบุคลิกดั้งเดิม เมื่อถามว่า มีแนวโน้มว่านายกฯจะเลื่อนโรดแม็ป ไม่เป็นไปตามสัญญาหรือไม่ นายวัฒนาตอบว่า คำว่าสัจจะใช้ได้กับสัปบุรุษที่แปลว่าคนดีมีศีลธรรม แต่กับคนบางกลุ่มคงใช้ไม่ได้ พฤติกรรมที่แสดงออกมา จะทำให้เห็นเองว่าเป็นคนแบบไหน

เฉ่งการเมืองนอกระบบทุบ ศก.พัง

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า รู้สึกเห็นใจคนทำงาน ที่ตั้งใจเชิญชวนนักลงทุนมาลงทุนในประเทศไทย แต่ต้องมีความเชื่อมั่นว่าทุนที่ลงไปนั้นจะเจริญงอกงาม ไม่สูญหาย ความเชื่อมั่นที่สำคัญที่สุดคือการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่มีเสถียรภาพและต่อเนื่อง การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ความบอบช้ำทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองในช่วง 10 ปีเศษที่ผ่านมา ประชาชนได้เรียนรู้อย่างลึกซึ้งพอสมควร แยกแยะออกว่าการเมืองการปกครองในระบบนั้น ประชาชนตรวจสอบได้ เชื่อมโยงกับโลกได้ ส่วนการเมืองการปกครองนอกระบบตรวจสอบไม่ได้ ที่สำคัญโลกไม่ยอมรับ ไม่คบค้าสมาคมด้วย เป็นสาเหตุสำคัญที่เราตกต่ำ ฝืดเคืองทางเศรษฐกิจอยู่ทุกวันนี้ มั่นใจว่าประชาชนส่วนใหญ่มีทางเลือกอยู่ในใจแล้ว เพียงแต่ผู้มีอำนาจจะตามโลกตามประชาชน แล้วบริหารจัดการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้หรือไม่

“พัลลภ” เตือน รบ.บึมป่วนถี่ไม่ปกติ

พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) กล่าวว่า สถานการณ์ของบ้านเมืองในขณะนี้ ที่มาเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงนี้ เช่น ล่าสุดเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ตนในฐานะอดีตนายทหารอยู่ในสนามรบตั้งแต่ยศ ร.ต.ยัน พล.อ. มีกฎสากลที่ใช้กันทั่วโลก การทำสงครามทุกครั้งไม่มีใครทำโรงพยาบาล ไม่มีใครไปแตะต้องหมอ พยาบาล ไม่รู้ฝีมือคนกลุ่มไหน แต่คนที่ทำมันสิ้นคิด ชั่วชาติ อุบาทว์จริงๆ ขอประณาม และพูดตรงๆมองว่าเวลานี้ไม่ปกติแล้ว สำหรับรัฐบาลทหารกระทบแน่ เพราะแบบนี้มองได้ประเด็นเดียวคือตั้งใจดิสเครดิตรัฐบาลทหาร ไม่สามารถคุมความสงบได้ เพราะรัฐบาลนี้เน้นความมั่นคง แต่เกิดเหตุติดกันถึง 3 ครั้งแล้ว ต้องเพิ่มความระมัดระวัง

คุมงานมั่นคงไม่อยู่ ปฏิวัติเสียของ

พล.อ.พัลลภกล่าวว่า รัฐบาลต้องหาให้ได้ว่ากลุ่มไหนเป็นคนทำ แต่อย่าโยนพรรคการเมือง อย่างตนก่อตั้งพรรคไทยรักไทยมาจนวันนี้เป็นพรรคเพื่อไทย เชื่อว่าพรรคการเมืองไม่ได้เป็นคนทำแน่ การเมืองบ้านเรายังเป็นการเล่นการเมืองเพื่อการเมือง ส่วนจะเป็นกลุ่มไหนไม่ทราบ แต่น่าจะเป็นกลุ่มที่เสียผลประโยชน์จากการถูกทหารเข้ายึดอำนาจการปกครอง รัฐบาลทหารต้องคุมความมั่นคงให้ได้ ไม่อย่างนั้นกระทบต่อความมั่นคงรัฐบาลแน่ เพราะการเป็นรัฐบาลที่มีการยึดอำนาจการปกครองมา ด้านเศรษฐกิจอาจจะอ่อนเพราะเป็นทหาร แต่ด้านความมั่นคงต้องมาอันดับ 1 ต้องรักษาให้ได้ ไม่อย่างนั้นปฏิวัติไปเสียของ ส่วนการเลือกตั้ง รัฐบาลยังมีเวลาเหลืออยู่ ยังเชื่อว่าจะทำตามโรดแม็ปที่ประกาศไว้ ถ้ายืดการเลือกตั้งไปจริง คงยืดไปไม่ได้มาก

ปชป.หยัน คสช.จะอยู่ยาวต้องมีฝีมือ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯระบุว่า ถ้าประเทศไม่สงบ จะไม่จัดการเลือกตั้งว่า เป็นสิทธิของรัฐบาล คสช.จะอยู่ต่อไป นอกเหนือจากที่บัญญัติไว้ตามรัฐธรรมนูญ 2560 เพราะยังมีมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ครอบงำอยู่เหนือรัฐธรรมนูญอีกชั้นหนึ่ง อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น มีระเบิดแล้วยืดการเลือกตั้งออกไปเรื่อยๆ ก็สามารถทำได้ เพราะท่านเป็นเจ้าของรัฏฐาธิปัตย์ นักการเมืองจะพูดว่าให้ทำตามรัฐธรรมนูญ อาจถูกตีความได้ว่าไปเร่งรัดให้มีการเลือกตั้ง ฉะนั้นขอให้ท่านเป็นรัฐบาลตามที่ใจท่านอยากจะเป็น แต่ขอให้ประชาชนมีความสุขปากท้องอิ่มและมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้ไหม อยากอยู่ 5 ปี 20 ปี ถ้ามีฝีมือบริหารประเทศอยู่ไปเลยไม่ขัดข้อง

เย้ยดัน “บิ๊กตู่” สืบอำนาจไม่เหมือน “ป๋า”

“ในอดีตเคยมีอดีตนายกฯประกาศกับข้าราชการ ว่าจะอยู่ 20 ปีก็อยู่ไม่ได้ แม้แต่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อครั้งเป็นนายกฯเคยเอ่ยอมตวาจาต่อหน้าผู้แทนพรรคการเมืองทุกพรรคที่ไปเชิญกลับให้มาเป็นนายกฯอีกครั้งหนึ่งว่า “ผมพอแล้ว” แต่สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คงไม่ใช่ เพราะกำลังมีคนคิดเป็นผู้จัดการรัฐบาลให้เป็นนายกฯต่อไป เท่ากับเป็นการสืบทอดอำนาจเหมือน พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกฯ อาจก่อให้เกิดวิกฤติการเมืองขึ้นอีก อนาคตของชาติอยู่ที่การตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์” นายวัชระกล่าว

“บิ๊กตู่” หัวชนฝาไม่ได้พา ปท.ล้มเหลว

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า คสช.ได้เข้ามา บริหารราชการแผ่นดิน เป็นเวลาครบ 3 ปีแล้ว ภายใต้ความไร้เสถียรภาพภายในประเทศ ผนวกกับความไม่มั่นคงของโลก ประกอบกับปัญหาซ้ำเติมเรื่องปากท้อง ทำให้เกิดความยุ่งยากในการบริหารงานมากกว่าในสถานการณ์ปกติ ยิ่งกว่านั้นยังมีภารกิจ มากมาย อาจจะมากกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆมา เพราะเป็นรัฐบาลที่อยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง และเป็นรัฐบาลที่เป็นความหวังของคนไทยส่วนใหญ่ทั้งประเทศ อีกอย่างน้อย 3 ประการด้วยคือ 1.การแก้ปัญหาที่หมักหมมมานานในอดีต ต้องแก้ทั้งระบบและปัญหาปลีกย่อย 2.เรื่องการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน และ 3.การกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แต่ถึงแม้ว่าปัจจัยต่างๆจะเป็นอุปสรรคกีดขวางการทำงานของรัฐบาลและ คสช. แต่ก็ไม่ได้นำไปสู่ความล้มเหลวแต่อย่างใด อยากยืนยันอย่างนั้น

คุย ปชช.ไว้ใจร่วมมือเมินเสียงโจมตี

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือระดับของความเข้าใจไว้ใจและความร่วมมือของพี่น้องประชาชนทุกคนทุกฝ่ายที่จะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จอย่างแท้จริง การรายงานผลความคืบหน้าการ บริหารราชการแผ่นดินครบรอบ 3 ปีของรัฐบาลและ คสช.นั้น ขณะนี้ยังไม่จำเป็น อาจจะไม่เป็นประโยชน์มากนัก เพราะเราพยายามสร้างการรับรู้มาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีผู้ที่พยายามรอจังหวะและโอกาสบิดเบือนข้อเท็จจริงบั่นทอนกันเอง คงไม่ใช่เป็นการติเพื่อก่อ เป็นการวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่ผ่านกระบวนแสวงหาข้อมูลที่ครบถ้วน ไม่ฟัง ไม่อ่าน หยิบเอาเฉพาะบางประเด็น ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ต้องแก้ไขอยู่มาโจมตี ดังนั้นหากพี่น้องประชาชนติดตามการทำงานตามนโยบายรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่องแล้ว ความพยายามเหล่านั้นที่ไม่เป็นกุศลไม่มีเจตนาดีเหล่านั้น คงไม่ส่งผลกระทบใดๆ เพราะเราต้องอยู่กันบนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ ความไว้ใจที่พี่น้องประชาชน ให้โอกาสตน รัฐบาล และ คสช. ได้ทำงานตามที่ได้แถลงไว้ตั้งแต่ต้น

สวนสื่อต้องทบทวนปรับทัศนคติ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สำหรับพี่น้อง สื่อมวลชนอยากจะขอร้องให้ทบทวนได้มีการปรับทัศนคติใหม่ เราคิดอย่างเดิมทำอย่างเดิมกันไม่ได้แล้ว จากเดิมอาจต้องรายงานข่าวให้ดึงดูดให้โดนใจ อาจละเลยจรรยาบรรณของสื่อไปบ้าง แบบนี้เป็นการขาย ข่าวไม่ใช่ขายความรู้ ประชาชนอาจจะไม่ได้รับประโยชน์ อย่างไรก็ตาม พี่น้องประชาชนปัจจุบันมีการศึกษาสูงขึ้น วุฒิภาวะเพียงพอ รู้เท่าทันและรู้จักการตรวจสอบมากขึ้น น่าจะสามารถแยกแยะในการเสพสื่อ คงมีคนหรือสื่อส่วนน้อย ที่อาจจะยังไม่พัฒนาตนเองชอบความขัดแย้ง อาจจะมีทั้งเจตนา ไม่เจตนา หวังดี ไม่หวังดี และข้อสำคัญคือไม่มีความรับผิดชอบ รัฐบาลก็ต้องแบกรับปัญหาเหล่านี้ต่อไปเรื่อยๆ

ทิ้งไพ่ส่ง 4 คำถาม ลต.วัดใจ ปชช.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ในช่วงของการเปลี่ยน ผ่านการปฏิรูปประเทศเราต้องการมีความเป็นประชาธิปไตย โดยเนื้อแท้แล้วนั้น เราไม่ควรจะถือเอาว่าการเลือกตั้งคือประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ หรือไม่สนใจแต่เพียงการมีอำนาจอธิปไตย จากฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ รัฐบาลจำเป็นต้องปลูกฝัง เร่งสร้างบรรทัดฐานใหม่ รัฐบาลและ คสช. ยืนยันว่าจะต้องไม่เป็นประชาธิปไตยที่ล้มเหลว จะต้องมีรัฐบาลซึ่งยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล นำพาให้ชาติมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยอยากฝากประเด็นคำถามไว้ 4 ข้อ เพื่อรับทราบความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน และนำมาพิจารณาแนวทางการทำงานต่อไป คือ 1.ท่านคิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลหรือไม่ 2.หากไม่ได้จะทำอย่างไร 3.การเลือกตั้งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งอย่างเดียวที่ไม่คำนึงถึงอนาคตของประเทศและเรื่องอื่นๆ เช่น ประเทศชาติจะมียุทธศาสตร์และการปฏิรูปหรือไม่นั้น ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง และ 4.ท่านคิดว่ากลุ่มนักการเมือง ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในทุกกรณี ควรจะมีโอกาสเข้ามาสู่การเลือกตั้งอีกหรือไม่ หากเข้ามาได้อีกเกิดปัญหาอีก แล้วจะให้ใครแก้ไข และแก้ไขด้วยวิธีอะไร ขอให้ส่งคำตอบ และความคิดเห็นมาทางศูนย์ดำรงธรรมในทุกจังหวัด แล้วให้กระทรวงมหาดไทยรวบรวม ส่งมาตนยินดีรับฟัง

รัฐเดินหน้าปราบเว็บหมิ่นฯ

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการกับเว็บไซต์ที่หมิ่นสถาบันและเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติว่า การโพสต์ข้อความหมิ่นที่พบทั้งเรื่องการเมือง ความมั่นคง และเรื่องสถาบัน พยายามดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ขณะที่หน่วยงานที่ให้บริการด้านอินเตอร์เน็ตเกิดความเข้าใจและให้ความร่วมมือกับรัฐบาลมากยิ่งขึ้น ส่วนกรณีที่มีคำสั่งศาลว่าโพสต์ใดผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ให้ดำเนินการลบออกจากระบบ เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการติดตามตัวผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่หลบหนีอยู่ในต่างประเทศซึ่งมีพฤติกรรมโพสต์ข้อความหมิ่นสถาบันและยุยงปลุกปั่น หรืออาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า ต้องแยกออกเป็นกรณีๆ กรณีผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ การติดตามตัวคนร้าย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังทำงานอยู่

คดีมั่นคงขึ้นศาลทหารยังไม่คืบ

พล.อ.อ.ประจิน ในฐานะรองหัวหน้า คสช. ยังกล่าวถึงแนวคิดจะนำคดีความมั่นคงเข้ามาพิจารณาในศาลทหารอีกครั้งว่า เท่าที่ทราบขณะนี้ยังไม่มีการสั่งการใดๆ แต่อาจมีการวิเคราะห์วิจารณ์ ขอให้รอติดตามว่าจะได้ข้อสรุปอย่างไร เมื่อถามถึงผลงานของ คสช.ครบรอบ 3 ปี ส่วนตัวรู้สึกพอใจหรือไม่ อย่างไร พล.อ.อ.ประจินกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “ส่วนตัวก็โอเค”

“มีชัย” หวั่นก่อปัญหาสิทธิมนุษยชน

ด้านนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่าง รัฐธรรมนูญ ในฐานะสมาชิก คสช. กล่าวถึงข้อเสนอการนำผู้ต้องหาในคดีก่อการร้ายขึ้นศาลทหารว่า ที่ผ่านมาทำได้หลายทาง หากอยู่ในพื้นที่ประกาศกฎ อัยการศึกจะกำหนดได้ หรือการออกคำสั่ง คสช.กำหนดเลยว่า คดีประเภทไหนต้องขึ้นศาลทหารบ้าง แต่ปรับเปลี่ยนไปหลังจากสถานการณ์ดีขึ้น ทั้งหมดจึงขึ้นอยู่กับผู้ดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จะเป็นผู้พิจารณาดู หากมีความจำเป็นอาจนำคำสั่งดังกล่าวกลับมาใช้ใหม่ได้ แต่การจะนำผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายขึ้นศาลทหารถาวรเลยคงไม่ได้ การจะเปลี่ยน จากศาลหนึ่งไปอีกศาลหนึ่ง จะทำเป็นเฉพาะกรณีหรือเมื่อมีเหตุจำเป็นเท่านั้น จึงต้องคิดให้รอบคอบ การทำถาวรตลอดไป จะทำให้เกิดปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนตามมา

กมธ.ถือหางเก็บค่าสมาชิกพรรค

ส่วนความคืบหน้าในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งนั้น วันเดียวกัน พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวว่า กมธ.พิจารณาใกล้เสร็จแล้ว ประเด็นค่าสมาชิกพรรคนั้น กมธ.เห็นว่าจะต้องเรียกเก็บค่าสมาชิกพรรค แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเรียกเก็บอัตราขั้นต่ำ 100 บาท ต่อปี ตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอมา หรือเก็บต่ำกว่า 100 บาทต่อปี ต้องรอฟังความเห็นจาก กมธ.อีกครั้งว่าจะเรียกเก็บเท่าใด แต่ต้องเรียกเก็บค่าสมาชิกพรรคแน่นอน

พรรคไม่มีทุนประเดิมห้ามส่ง ส.ส.

พล.อ.สมเจตน์กล่าวว่า ส่วนประเด็นทุนประเดิมการจัดตั้งพรรคการเมือง 1 ล้านบาท ตามที่ กรธ. เสนอมานั้น กมธ.จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1.กรณีไม่มี ทุนประเดิมก็สามารถจัดตั้งพรรคการเมืองได้ เพราะ กมธ.ไม่อยากให้เรื่องทุนประเดิมมาขวางกั้นการตั้งพรรคการเมือง เพื่อรองรับกรณีพรรคการเมืองที่เป็นการรวมกลุ่มกันของคนมีรายได้น้อย อาทิ ชาวนา แต่ไม่มีเงินทุนมากพอ อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองที่ไม่มีทุนประเดิมจัดตั้งพรรคจะไม่มีสิทธิส่งผู้สมัคร ส.ส. และไม่มีสิทธิได้รับเงินทุนจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองของ กกต. 2.กรณีมีทุนประเดิมในการจัดตั้งพรรคการเมือง ซึ่ง กมธ.เห็นว่าควรให้ กกต. เป็นผู้กำหนดทุนประเดิมการจัดตั้งพรรคการเมือง เพราะ กกต.จะทราบดีถึงเรื่องค่าใช้จ่ายของพรรค การเมือง ไม่ควรกำหนดตายตัวที่ 1 ล้านบาท อย่างไร ก็ตาม ทั้งสองประเด็นต้องรอนำเข้าที่ประชุม กมธ. อีกครั้ง เพื่อหาข้อยุติในสัปดาห์หน้า จะได้ข้อยุติอย่าง เป็นทางการไม่เกินวันที่ 2 มิ.ย.นี้

ลุ้นบทเฉพาะกาลดัน กกต.เดิมนั่งต่อ

นายตวง อันทะไชย ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ขณะนี้เหลือเพียงประเด็นเดียวที่ไม่ได้ข้อยุติคือ กรณีคุณสมบัติของ กกต.ชุดปัจจุบันบางคนที่มีปัญหาขัดกับรัฐธรรมนูญปี 2560 จะออกบทเฉพาะกาลให้ กกต.เหล่านี้ทำหน้าที่ต่อไปได้หรือไม่ ยังต้องรอฟังความเห็นจากสมาชิก สนช.14 คน ที่ขอแปรญัตติในประเด็นนี้ในวันที่ 29 พ.ค. และ 1 มิ.ย. โดย กมธ.จะนำความเห็น สนช.มาชั่งน้ำหนักความเหมาะสม คาดว่าจะได้ข้อยุติ ก่อนวันที่ 9 มิ.ย.

“เสรี” ย้ำชงขึงพืดใช้ รธน. 10 ปีค่อยแก้

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกรณี สปท.เตรียมพิจารณารายงานเสนอให้ทบทวนปรับแก้รัฐธรรมนูญให้ทันสมัยทุก 10 ปีว่า เป็นข้อเสนอแก้ปัญหาทางรัฐธรรมนูญ จะเสนอเป็นหลักการในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ตอนแรก กมธ.หารือว่าเมื่อใช้รัฐธรรมนูญไปแล้วทุก 10 ปี น่าจะให้รัฐสภาตั้ง กมธ.ขึ้นมาตรวจหรือปรับแก้การใช้รัฐธรรมนูญว่าเหมาะกับสถานการณ์ขณะนั้นหรือไม่ แต่พอหารือจนตกผลึกจึงสรุปให้ปรับแก้แค่ 10 ปีแรกก็พอ ไม่ใช่ทุกๆ 10 ปี เพราะในอดีตใช้รัฐธรรมนูญราว 10 ปีมีปัญหาทุกที มักอ้างเหตุว่ารัฐธรรมนูญเป็นทางตัน ถ้าข้อเสนอผ่าน สปท.ใหญ่ วันที่ 29 พ.ค. จะส่งเรื่องให้ประธาน สปท.ส่งต่อให้ ครม. พร้อมแจ้งรัฐบาล คณะกรรมการ ป.ย.ป. และ สนช.ทราบต่อไป ตนเชื่อว่าจะเป็นแนวทางหนึ่งแก้ปัญหาทางรัฐธรรมนูญไม่ต้องให้การเมืองติดล็อกเหมือนในอดีต

“มีชัย” ส่ายหัวเสนอได้แต่ทำยาก

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน นายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมถึงกรณีคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทุก 10 ปีว่า คงต้องใช้ไประยะหนึ่งก่อน คงบอกไม่ได้ว่าจะแก้เมื่อไหร่ เพราะถ้าจำเป็นก็ต้องแก้ หากพบว่าบ้านเมืองหรือวิธีคิดของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปแล้ว รัฐธรรมนูญไม่สอดคล้องกับวิธีคิดนั้นแล้วก็จำเป็น การบอกตายตัวว่า ต้องแก้ทุก 10 ปีคงยาก เพราะถือเป็นการกำหนดที่ไม่มีกฎเกณฑ์ ขนาดรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา ใช้มานานร้อยกว่าปี บางครั้งในรอบ 30 ปีไม่เคยแก้สักครั้ง ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ของเรามีส่วนที่แก้ไขยากไว้เพื่อเป็นเกราะ เพราะต้องการดูว่าเมื่อใช้ไประยะหนึ่งแล้วเกิดผลดีอย่างที่คิดไว้หรือไม่ แต่ถ้ามีผลเสียบ้านเมืองเสียหายก็ต้องแก้ ในฐานะคนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ตนไม่ห่วงว่าจะมีการแก้ไข ต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ อะไรดีก็ใช้ไป อะไรไม่ดีก็แก้ไขไป แต่ถ้าไม่มีเหตุแล้วจะแก้ไขไปทำไม

“รสนา” บี้ สตง.ทวงคืนท่อก๊าซ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน น.ส.รสนา โตสิตระกูล แกนนำเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) ยื่นหนังสือถึงนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ขอให้เร่งรัดกระบวนการทวงคืนท่อก๊าซจาก ปตท. จำกัด (มหาชน) โดย น.ส.รสนากล่าวว่าคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) มีมติเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ยังคืนท่อส่งก๊าซขาด 32,000 ล้านบาทเศษ และมีหนังสือให้รัฐบาลทวงคืนท่อก๊าซเมื่อวันที่ 24 พ.ค.59 ภายใน 60 วัน วันนี้ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ จึงจำเป็นต้องมาร้องให้ สตง.ดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

นายพิศิษฐ์กล่าวว่า หลังแจ้งเรื่องไป รัฐบาลได้ให้ สตง.หารือกับกระทรวงการคลัง ได้ความเห็นร่วมกันว่าให้ดำเนินการตามความเห็นของ สตง. ที่สุดจึงมีมติ ครม.ให้อัยการสูงสุดยื่นคำขอต่อศาลปกครองให้กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงานและ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาของศาลปกครองเรื่องการคืนท่อก๊าซ เพื่อให้มีผลผูกมัดกับทุกหน่วยงาน ล่าสุด สตง.ได้มีหนังสือถึงเลขาธิการ ครม. เมื่อเดือน เม.ย. เพื่อติดตามเรื่องโดยเร็ว