บริการข่าวไทยรัฐ

ฝนถล่ม! หลายระลอก กทม.จม สายหลักอัมพาต

นายกฯคาดโทษ ต้นไม้-เสาไฟล้ม เข้มจุดท่วมบ่อย

กรุงเทพฯอ่วมฝนถล่มหลายระลอก ถนนสายหลักจมบาดาลรถติดหนึบ เจ้าหน้าที่เร่งระบายโกลาหล “จักกพันธุ์” ลงพื้นที่สางปัญหา วางมาตรการกำจัดขยะขวางทางระบายน้ำ พะเยา-เลย น้ำป่าทะลักชาวบ้านเดือดร้อนหนัก กรมชลฯ เร่งระบายน้ำรองรับมรสุม เตือน 7 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยารับมือน้ำเพิ่มสูง นายกฯสั่งเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำใกล้ชิด จี้ผู้ว่าฯ กทม.ตรวจพื้นที่เสี่ยง คาดโทษหากเกิดเหตุต้นไม้-เสาไฟล้ม

กรุงเทพฯอ่วมพายุฝนกระหน่ำหลายระลอก เปิดเผยเมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 26 พ.ค. ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ รายงานว่า พื้นที่กรุงเทพฯ เกิดฝนตกปานกลางถึงหนักปกคลุมฝั่งพระนคร ส่วนเขตดอนเมือง หลักสี่ ลาดพร้าว จตุจักร ประเวศ สวนหลวง สะพานสูง บึงกุ่ม คันนายาว ฝนตกปานกลาง และฝนตกเล็กน้อยในพื้นที่เขตมีนบุรี ลาดกระบัง คลองสามวา บางเขน แนวโน้มลดลง ช่วงบ่ายฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางเขตบางขุนเทียน ทุ่งครุ พระโขนง บางนา สวนหลวง ประเวศ ลาดกระบัง ปริมาณฝนรวมสูงสุดที่เขตห้วยขวาง 55 มม.

มีรายงานน้ำท่วมถนนสายหลัก 5 เส้นทาง ประกอบด้วย 1.ถนนรัชดาภิเษก บริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพ เขตจตุจักร 2.ถนนพหลโยธิน บริเวณแยกเกษตร-กรมป่าไม้ เขตจตุจักร 3.ถนนรัชดาภิเษก แยกรัชดา-ลาดพร้าวถึงคลองน้ำแก้ว เขตจตุจักร 4.ถนนประชาสงเคราะห์ บริเวณหอนาฬิกา-ตลาดห้วยขวาง เขตดินแดง และ 5.ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ หน้าตลาดห้วยขวาง เขตดินแดง เจ้าหน้าที่ กทม.ระบายน้ำบนถนนแห้งเป็นปกติในเวลา 12.00 น. ยกเว้นบริเวณแยกรัชดา-ลาดพร้าว-คลองน้ำแก้ว ที่ต้องใช้เวลาในการระบายน้ำนาน เนื่องจากน้ำในคลองพื้นที่ใกล้เคียงมีระดับที่สูง ส่งผลให้การจราจรติดขัด

ต่อมาเวลา 13.00 น. เกิดมีฝนตกหนักในกรุงเทพฯ อีกครั้งโดยเฉพาะในเขตวังทองหลาง ฝนตกหนักน้ำระบายไม่ทันทำให้มีน้ำท่วมขังภายในซอยลาดพร้าว 64 แยก 4 ที่มุ่งหน้าออกแยกสุทธิสาร แขวงและเขตวังทองหลาง ก่อนถึงสะพานข้ามคลองลาดพร้าว ระยะทางประมาณ 300 เมตร มีน้ำท่วมสูงประมาณ 15-30 ซม. ขณะที่ซอยแยกย่อยที่อยู่ต่ำกว่าพื้นผิวถนนมีน้ำไหลเข้าบ้านหลายหลังคาเรือน รถ จยย.ต้องใช้ความระมัดระวัง เจ้าหน้าที่เทศกิจ สำนักงานเขตวังทองหลางมาปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ใช้เส้นทางเข้ามาในซอย การจราจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก ส่วนสำนักระบายน้ำตั้งเครื่องสูบน้ำของ กทม. 2 เครื่อง เร่งระบายน้ำลงคลองลาดพร้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากเหตุน้ำท่วมมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตวังทองหลาง มาบริการประชาชนด้วยการนำยากันน้ำกัดเท้าและเบตาดีนมาแจกให้กับประชาชนและผู้ขับขี่รถ จยย. เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อจากโรคน้ำกัดเท้า และส่งพนักงานเก็บขยะมาช่วยกันเก็บเศษขยะ ถุงพลาสติกที่ไปอุดตามช่องระบายน้ำเพื่อช่วยให้ระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ตรวจติดตามการเฝ้าระวังและแก้ปัญหาน้ำเร่งระบาย รวมถึงการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ บริเวณซอยชินเขต ถนนงามวงศ์วาน หน้าไปรษณีย์ไทยสำนักงานใหญ่ ร.1 พัน. 2 รอ. และบริษัท โฟร์โมสต์อาหารนม (กรุงเทพฯ) จำกัด ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ นายจักกพันธุ์ เปิดเผยว่า วางมาตรการและดำเนินการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำเร่งระบายอย่างต่อเนื่อง เช่น ล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำความยาวรวมประมาณ 6,300 กิโลเมตร ทำความสะอาดคลองความยาว 2,600 กิโลเมตร ติดตามการพยากรณ์อากาศ เตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำ รวมถึงอุโมงค์ระบายน้ำทั้ง 7 แห่ง ความยาวรวม 19 กม. และแก้มลิงรับน้ำ 25 แห่ง รับน้ำได้ประมาณ 13 ล้าน ลบ.ม. นอกจากนี้มีเจ้าหน้าที่คอยเก็บขยะหน้าตะแกรง เพื่อไม่ให้ขยะขวางทางระบายน้ำ

เมื่อเวลา 15.15 น. เกิดฝนเล็กน้อยฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรีตอนล่าง และฝนปานกลางถึงหนักปกคลุมเขตจตุจักร ดุสิต พญาไท ดินแดง ราชเทวี ห้วยขวาง วังทองหลาง เคลื่อนทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณฝนสูงสุดเขตหนองจอก 44 มม. ต่อมา 16.00 น. ฝนปานกลางตอนบนพื้นที่ฝั่งธนบุรี และฝนเล็กน้อยถึงปานกลางครอบคลุมพื้นที่ฝั่งพระนคร ปริมาณฝนรวมสูงสุดเขตพญาไท 75 มม. มีรายงานว่ามีถนนสายหลักถูกน้ำท่วมขัง 13 จุด ดังนี้ 1. ถนนประดิพัทธ์ ช่วงแยกสะพานควาย 2.ถนนรัชดา หน้าธนาคารกรุงเทพ 3.ถนนประชาสุข จากถนนสุทธิสารถึงซอยอินทมาระ 59 4.ถนนพหลโยธินจากซอย 8 ถึงแยกสะพานควาย 5.ถนนพระราม 6 เขตพญาไท ช่วงลงทางด่วน 6.ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ บริเวณหน้าตลาดห้วยขวาง 7.ถนนประชาสงเคราะห์ ตลาดห้วยขวางถึงหอนาฬิกา 8.ถนนสุทธิสาร ซอยอินทามระ 1-9 9.ถนนรัชดาภิเษก บริเวณแยกรัชดา-ลาดพร้าว 10.ถนนนครไชยศรี ช่วงตลาดศรีย่าน 11.ถนนราชวิถี ช่วงเชิงสะพานกรุงธนบุรี 12.ถนนราชวิถี บริเวณหน้ามหาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และ 13.ถนนวิภาวดีรังสิต หน้าอาคารแสงโสม

เวลา 17.30 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยหลังลงพื้นที่ตรวจการระบายน้ำ ที่วัดลาดพร้าว ว่า พื้นที่วัดลาดพร้าวยังคงมีน้ำที่ต้องเร่งระบาย เนื่องจากมีฝนตกลงมาในพื้นที่ปริมาณมาก ส่งผลให้น้ำในคลองลาดพร้าวสูงขึ้นและล้นตลิ่งไหลท่วมเข้ามาในวัด กทม.แก้ไขปัญหาด้วยการนำกระสอบทรายมากั้นพร้อมสูบน้ำออก รวมถึงระบายน้ำจากคลองลาดพร้าวไปสู่คลองอื่นๆ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ กทม.ติดตามสถานการณ์ และประจำจุดเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้พร้อมในการช่วยเหลือประชาชน

ส่วนบรรยากาศต่างจังหวัด จ.พะเยา มีฝนตกหนักช่วงกลางดึกจนถึงรุ่งเช้า ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นที่ ต.ป่าซาง ต.ดงสุวรรณ ต.ห้วยลาน อ.ดอกคำใต้ ทรัพย์สินและบ้านเรือนเสียหายเป็นจำนวนมาก พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 100 ไร่

ขณะที่นายณนรงค์ จีนอ่ำ นายอำเภอเมืองเลย เปิดเผยว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงลำห้วยน้ำภูและล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 4 บ้านท่าเปิบ หมู่ 2 บ้านตูบโกบ ต.กกดู่ หมู่ 10 บ้านน้ำภู หมู่ 3 บ้านปากภู ต.ในเมือง ระดับน้ำท่วมสูง 30 ซม. จนถึง 1.20 เมตร บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมเสียหาย 20 หลัง พื้นที่การเกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือแล้ว

นายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 ชัยนาท ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 2 ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัด ประกอบด้วย อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา ระบุว่า จากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทย จะทำให้มีฝนตกหนัก คาดว่าจะมีน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มมากขึ้น เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 649 ลบ.ม./วินาที อาจจะปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็น 700 ลบ.ม./วินาที ตามความเหมาะสมไประยะหนึ่ง จะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอีก ควรเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงนี้ประเทศไทยจะมีฝนตกเพิ่มขึ้นร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ขอให้ประชาชนทั่วไป เกษตรกร และชาวประมง ติดตามข่าวสาร การแจ้งเตือนภัย และปฏิบัติตามคำแนะนำด้วย ในส่วนของรัฐบาลนอกจากต้องบริหารจัดการน้ำไม่ให้เกิดอุทกภัย และมีน้ำเหลือเก็บไว้ใช้ต่อในอนาคตได้ด้วย โดยให้ทุกหน่วยงานเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ ในจุดที่มักจะเกิดปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมที่จะเข้าไปสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนหากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมได้อย่างทันท่วงที

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า สำหรับในกรุงเทพฯได้สั่งการกับผู้ว่าฯ กทม.ไปแล้ว ให้ทุกเขตจัดเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมเยือน ตรวจเยี่ยมทุกพื้นที่ที่มีฝนตกหรือก่อนฝนตก และในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ตนต้องการเห็นความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ทุกคนเตรียมความพร้อมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก รวมทั้งดูงานในทุกจังหวัดด้วย ตามภูมิภาคท้องถิ่นต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ รัฐบาลจะเข้มงวดกวดขันเรื่องเหล่านี้ด้วยกัน ในช่วงที่ประชาชนเดือดร้อน ทั้งนี้ ในช่วงฝนตก การใช้รถใช้ถนน ทุกคนใช้ด้วยความระมัดระวังเพิ่มขึ้น และถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน อย่าหงุดหงิดใส่กัน รักษาสุขภาพของท่าน และคนในครอบครัว เห็นใจเจ้าหน้าที่ด้วย บริษัทห้างร้านก็ขอให้ดูแลป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ให้แข็งแรงมั่นคง หน่วยงานในท้องที่ให้ตรวจสอบต้นไม้ สายไฟ เสาไฟขนาดใหญ่ โดยเฉพาะต้นไม้ในสวนสาธารณะและเสาไฟฟ้า ตามถนนและชุมชน ป้ายรถเมล์ อย่าให้เกิดเหตุไม่พึงประสงค์ ปล่อยให้เหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วก็มาใช้วิธีการแก้ไขทีหลัง วัวหายแล้วล้อมคอกเหมือนเช่นทุกครั้ง ไม่มีการป้องกัน ไม่ดี จะต้องถูกลงโทษ

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ฉบับที่ 13 ระบุว่า วันที่ 26-28 พ.ค. ประเทศไทยจะมีฝนตกชุกหนาแน่นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะได้รับผลกระทบ คือ ภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง จังหวัดราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา ภาคตะวันออก บริเวณเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่และตรัง สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะมีฝนตกต่อเนื่องตลอดช่วง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากได้

ส่วนคลื่นลมทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง ทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ทั้งนี้เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่างมีกำลังแรงขึ้น และมีแนวโน้มว่าจะเคลื่อนขึ้นไปบริเวณอ่าวเบงกอลตอนบนและประเทศเมียนมาในช่วงวันที่ 27-29 พ.ค. ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง