วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไป! ใครบ้าง? ดาราดังพลิกผันนั่งขายของตลาดนัด

ในยุคข้าวยากหมากแพง อะไรที่เคยทำได้เงินเป็นกอบเป็นกำก็เห็นทีจะได้ยากขึ้นกว่าเดิม ในวงการบันเทิงก็เช่นกัน มีขึ้นก็ต้องมีลง และยิ่งทุกวันนี้มีนักแสดงหน้าใหม่เข้ามาเรื่อยๆ คนเก่าๆ ยิ่งถูกเบียดตกขอบไป กลายเป็นที่ลืมเลือน

มีคนบันเทิงไม่น้อย ที่เมื่องานลดลงก็ไม่งอมืองอเท้ารอความช่วยเหลือจากคนอื่น แต่กลับมาลุกสู้ให้ถึงที่สุด แม้ว่างานนั้นอาจจะไม่มีหน้าไม่มีตาในสังคมเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็เป็นอาชีพที่สุจริต สามารถหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองได้อย่างดี

หลายคนไม่มีงานในวงการบันเทิงแล้ว ก็เบนเข็มมาขายของตามตลาดนัด หรือตามที่ต่างๆ ซึ่งอดีตชื่อเสียงก็สามารถเรียกลูกค้ามาช่วยอุดหนุนได้บ้าง หาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องกันไป แม้จะไม่ใช่เงินจำนวนมากที่ได้เป็นก้อนๆ หรือเป็นกอบเป็นกำเหมือนเมื่อครั้งยังมีชื่อเสียง แต่อย่างน้อยก็ช่วยต่อชีวิตและลมหายใจให้อยู่ได้...

นักแสดงสาว เอมี่ อาเมเรีย จาคอป หากใครยังจำเธอได้จากละครเรื่อง ธิดาวานร ซึ่งโด่งดังมาก พร้อมคำฮิตติดหูในสมัยนั้น “แม่มาๆ” จนใครหลายคนเรียกเธอว่า เอมี่ แม่มา จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมาหลายปี สาวเอมี่ได้หมดสัญญากับช่อง 7 และย้ายค่ายเซ็นสัญญากับบรอดคาซท์

แต่งานแสดงของเธอนั้นยังน้อย จนเกือบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ อาจจะมีบ้างแต่นานๆ ที ซึ่งสาวเอมี่ก็ไม่ซีเรียส แต่ก็ยังมีงานในวงการอยู่บ้าง เช่น เดินแบบ เดินสายออกงานต่างจังหวัดซะส่วนใหญ่ และขายน้ำเสาวรสที่ตลาดนัด ซึ่งทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่ไปตลาดหาซื้อเสาวรส ซื้ออุปกรณ์ในการทำและขาย ไปจนถึง คั้นสด บรรจุภัณฑ์ และไปขายตามตลาดนัด

อย่างล่าสุดไปขายที่ตลาดมะลิ เมืองทองธานี ผลตอบรับดีมาก เธอบอกว่า ก็มีหลายคนจำได้กับบท แม่มา มาช่วยอุดหนุนพร้อมกับถ่ายรูปด้วย ตอนนี้ธุรกิจขายน้ำเสาวรสของเอมี่กำลังเริ่มดีขึ้น เริ่มออกแบบฉลากเอง และกะว่าจะทำแล้วเอาไปฝากขาย

เอมี่ยังบอกอีกด้วยว่า ถ้าในอนาคตไม่มีงานในวงการแล้ว เธอก็อาจจะหันมาเอาดีด้านการขายน้ำผลไม้ก็ได้ โดยตอนนี้เริ่มจากน้ำเสาวรสก่อน แล้วต่อไปก็จะมีน้ำผลไม้อื่นๆ ตามมาอีก

ด้านนักร้องลูกทุ่งร่างเล็ก หนูเล็ก อาร์สยาม อดีตนักร้องลูกทุ่งวงบลูเบอร์ลี่ แม้ตอนนี้ยังไม่มีผลงานใหม่ให้ได้ติดตาม แต่เธอก็ไม่หยุดนิ่ง วิ่งขายเสื้อผ้าตามตลาดนัด จนโดนเม้าท์ว่า ตกอับ ไม่มีงานไม่มีเงิน จนต้องขายเสื้อผ้ามือสองตามตลาดนัด

แต่หนูเล็กก็ได้ชี้แจงแล้วว่า ความจริงตนเองเป็นคนชอบขายของมาตั้งแต่เด็ก เรื่องขายเสื้อผ้าก็จะขายตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว เวลาว่างจากงานร้องเพลงก็มาขาย ตอนเด็กๆ ที่ยังไม่ดังไม่มีชื่อเสียง ก็จะขายทุกอย่างที่ได้เงิน

เช่น ขายผลไม้ตามปั๊มน้ำมัน ขายหมูฝอย ขายขนม ขายลอดช่อง อะไรที่ทำแล้วได้เงินทำหมด ใครจะมองว่าตกอับก็ไม่แคร์ ดีกว่าอยู่เฉยๆ แล้วไม่ได้เงิน

แม้จะไม่มีงานก็ไม่สน ตนเองก็ยังจะไปขายของ เพราะมันเป็นอาชีพและเป็นสิ่งที่ชอบ หอบของขึ้นแท็กซี่ไปนั่งขาย ตอนดังก็ทำ ตอนไม่ดังก็ยังทำ และยังบอกอีกด้วยว่า ถึงจะเป็นนักร้องแต่ก็เหมือนคนทั่วๆ ไป ที่ทำไม่ใช่เพราะตกอับแต่เป็นความชอบของตนเอง

เป็นดารานักแสดงตลกหญิง ที่เคยมีงานชุก สำหรับ จอย ชวนชื่น แต่ล่าสุดเธอก็ไปขายขนมที่ตลาดนัด เป็นเพราะงานในวงการบันเทิงเริ่มน้อยลงตั้งแต่ต้นปี 2560 ทั้งงานแสดง ละคร และตลก ประกอบกับเศรษฐกิจไม่ค่อยดี

จึงต้องหันมาประกอบอาชีพค้าขาย ทำให้สามารถมีรายได้เข้าบ้านได้ แม้ว่าจะได้เงินเพียงวันละ 400-500 บาท หรือ 1,000-2,000 บาท ก็ต้องทำ เพื่อเป็นค่ากับข้าวหรือให้ลูกได้ใช้จ่ายที่โรงเรียน รวมถึงต้องประหยัดค่าใช้จ่ายทุกๆ อย่างอีกด้วย

อาจจะมีบ้างที่ไปเดินเล่นที่ห้างเพื่อผ่อนคลาย แต่ก็น้อยลงกว่าเมื่อก่อนมาก โดย จอย ชวนชื่น ได้บอกว่า ไม่เคยรู้สึกน้อยใจในโชคชะตาหรือว่าโทษใครทั้งนั้น เพราะตนเองเป็นนักแสดงอิสระ

ทางต้นสังกัดหรือทางสถานีต้องเลือกใช้นักแสดงในสังกัดก่อน แต่ตนเองก็ยังรับงานเรื่อยๆ เล่นลิเกก็เคยเล่นมาแล้ว เพราะมีพี่ชายเป็นหัวหน้าคณะ และยังมีซิตคอมติดต่อมาแล้ว น่าจะมีรายได้เข้ามาบ้าง

ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเกินครึ่งชีวิต สำหรับตลกชื่อดัง เทพ โพธิ์งาม ที่ช่วงหลังผันตัวเองมาจับธุรกิจหลายอย่าง ก็ไม่รุ่ง เรียกว่าเจ๊งไม่เป็นท่าเลยก็ว่าได้ แต่สุดท้ายแล้ว ก็มาทำขนมเปี๊ยะขาย จนรุ่งและเริ่มมีชื่อเสียง

คนต่างแห่แหนมาชิมพร้อมซื้อกลับไปเป็นของฝากกันจำนวนมากจนไม่พอขาย เพราะวันหนึ่งป๋าเทพทำขายแค่ตามกำลังแรงคนช่วยทำเท่านั้นเอง

ธุรกิจกำลังเริ่มไปได้สวย มีทั้งคนติชมและชื่นชอบ บ้างก็ชื่นชอบเป็นแฟนคลับเลยมาช่วยอุดหนุน บ้างก็ซื้อเพราะอร่อยถูกปาก บ้างก็ซื้อช่วย เฮฮากันไป ถ้าดูไปดูมาทุกอย่างเหมือนเริ่มจะไปได้ดีไปได้สวย

แต่แล้วต้องสะดุด เมื่อมีคนก๊อบขนมเปี๊ยะของป๋าเทพไปขาย นำรูปไปแอบอ้างว่าเป็นแบรนด์ของป๋าเทพ แต่คุณภาพไม่ถึง ซึ่งก็ส่งผลให้ยอดขายของป๋าเทพตกลง แถมยังโดนตำหนิจากลูกค้าอีกด้วย

แต่ตัวป๋าเทพก็บอกว่า ไม่ซีเรียส ใครอยากทำก็ทำไปเพราะมันทำไม่ยาก ถือว่าทำบุญและเขาก็ได้งาน ไม่รู้จะห้ามยังไง ขอให้ของคุณภาพดีก็แล้วกัน

แต่เรื่องที่เกิดขึ้นมันส่งผลกระทบต่อตัวป๋าเทพมาก เพราะรายได้ที่เคยได้ก็ลดลง แต่ก็ค่อยๆ แก้กันไป ไม่เครียดเพราะเครียดมาเยอะแล้ว หากล้มอีกก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ไปทำอย่างอื่น มันล้มบ่อยๆ ทำให้สมองเราไม่หยุดนิ่ง ดิ้นรนไปเรื่อย

เห็นอย่างนี้แล้วคงต้องบอกคำคลาสสิก "คนขยันไม่มีวันอดตาย".