งานหนักแก่ลง เงินน้อย แรงงานโบกมือลาภาคเกษตร ซ้ำพบผู้ประกอบการชะลอจ้าง

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

งานหนักแก่ลง เงินน้อย แรงงานโบกมือลาภาคเกษตร ซ้ำพบผู้ประกอบการชะลอจ้าง

Date Time: 26 พ.ค. 2560 15:21 น.

Video

ถอดโมเดล SpaceX เบื้องหลังเกมการเงิน Elon Musk เดิมพันใหญ่กว่าที่คิด | Digital Frontiers EP.53

Summary

สภาพัฒน์ฯ เผยการจ้างงานไตรมาสแรกปีนี้ ลดลง จากภัยแล้งทำให้แรงงานภาคเกษตรไหลสู่นอกภาคเกษตร รวมถึงงานหนัก ผลตอบแทนไม่จูงใจ และแก่ลง พบการจ้างงานในอุตสาหกรรมและก่อสร้างน้อยลง จากลงทุนชะลอตัว...

Latest


สภาพัฒน์ฯ เผยการจ้างงานไตรมาสแรกปีนี้ ลดลง จากภัยแล้งทำให้แรงงานภาคเกษตรไหลสู่นอกภาคเกษตร รวมถึงงานหนัก ผลตอบแทนไม่จูงใจ และแก่ลง พบการจ้างงานในอุตสาหกรรมและก่อสร้างน้อยลง จากลงทุนชะลอตัว...

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ แถลงข่าวภาวะสังคมไทยไตรมาสแรกปี 2560 ถึงสถานการณ์การจ้างงานไตรมาสแรกปี 2560 ว่า มีการจ้างงาน 37.4 ล้านคน ลดลงร้อยละ 0.6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตราการจ้างงานร้อยละ 0.19 โดยเป็นการจ้างงานภาคการเกษตรลดลงร้อยละ 1.4 ภาคนอกเกษตรลดลงร้อยละ 0.3

ทั้งนี้ การจ้างงานภาคเกษตรลดลง จากการเคลื่อนย้ายแรงงานไปสู่ภาคนอกเกษตรต่อเนื่อง ช่วงปี 2557-2559 เป็นผลมาจากเกษตรกรประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรง อีกทั้งแรงงานที่เข้ามาทดแทนแรงงานใหม่ลดลงเพราะสภาพงานที่หนักผลตอบแทนไม่แน่นอนและไม่จูงใจ รวมถึงแรงงานส่วนหนึ่งออกจากการเป็นกำลังแรงงานเนื่องจากเข้าสู่วัยสูงอายุ

สำหรับการจ้างงานภาคนอกเกษตรในสาขาอุตสาหกรรมและก่อสร้าง มีการจ้างงานลดลงร้อยละ 1.5 และ 8.7 ตามลำดับ เนื่องจากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนยังชะลอตัว ส่วนสาขาขายส่งขายปลีกโรงแรมและภัตตาคาร และการขนส่งยังมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9, 4.2 และ 2.9 ตามการบริโภคครัวเรือนและภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวดี ส่งผลให้มีอัตราการว่างงานโดยรวมของประเทศอยู่ที่ร้อยละ 1.2

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังไม่สะท้อนให้เห็นในการสร้างงานในปัจจุบัน เนื่องจากยังมีกำลังผลิตส่วนเกินจำนวนมากและยังสามารถเพิ่มชั่วโมงการทำงานของแรงงาน ทำให้ผู้ประกอบการยังคงชะลอการจ้างงานออกไป

ขณะที่สถานการณ์หนี้ครัวเรือน พบว่ายังมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนได้จากยอดคงค้างสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคของธนาคารพาณิชย์ที่ขยายตัวชะลอลง เหลือร้อยละ 4.6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการชะลอลงของสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากร้อยละ 7.0 ในไตรมาสที่ 4 ปี 2559 เหลือร้อยละ 6.1 ในไตรมาสแรกของปีนี้

ทั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากการเร่งซื้อที่อยู่อาศัยก่อนที่มาตรการการลดค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์จะสิ้นสุดลง ขณะที่สินเชื่อเพื่อซื้อหรือเช่าซื้อรถยนต์ ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.3 ในไตรมาสที่ 4 ปี 2559 ซึ่งสอดคล้องกับยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งในประเทศที่เพิ่มขึ้น.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ