บริการข่าวไทยรัฐ

เสพประวัติศาสตร์...ฮั่น ยลแดนสวรรค์ “จงหยวน”

ถ้ำหลงเหมิน

ใครเป็นแฟนมหากาพย์ “สามก๊ก” หรือแฟนหนังกำลังภายในจีน น้อยคนคงไม่มีใครได้ยินชื่อ “จงหยวน” ดินแดนที่ชาวฮั่นในสมัยโบราณ เชื่อกันว่า ใครได้ครองจงหยวนคนนั้นได้ครองโลก เพราะ 3 ใน 7 เมืองหลวงเก่าบนแผ่นดินจีน ได้แก่ อันหยาง ลั่วหยาง ไคเฟิง ล้วนอยู่ในดินแดน จงหยวน หรือมณฑลเหอหนาน ทั้งสิ้น

พลันที่ได้รับเชิญจาก คุณกุลนิษฐ์ นาคเลขา ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ให้ร่วมสำรวจเส้นทางบินใหม่ของ สายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์ จากกรุงเทพฯ ไปยังเมืองเจิ้งโจว เมืองหลวงของมณฑลเหอหนาน เมืองโบราณในเขตลุ่มน้ำฮวงโห มีหรือจะรอช้า รีบทำวีซ่าและเก็บเสื้อผ้าติดตามร่วมคณะทันที

เช้ามืดวันอาทิตย์ สายการบินไทยสมายล์ เที่ยวบินที่ WE680 พาเราเหินฟ้าสู่เมืองเจิ้งโจว ใช้เวลาบินไม่นานแค่ 4 ชั่วโมง เราก็มาถึงเจิ้งโจว ซึ่งตรงกับเวลา 8 โมงเช้าของที่นี่พอดี เร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง

ผัดผักร้อนๆ พร้อมข้าวต้มหอมกรุ่นถูกยกมาเสิร์ฟเป็นมื้อเช้า ที่โรงแรมในสนามบินเพื่อทำเวลา เพราะหลังจากนี้เราต้องนั่งรถบัสขึ้นทางด่วนไปยังเมืองไคเฟิง ที่อยู่ห่างไปตะวันออกของเจิ้งโจว ประมาณ 70 กม.

เดิม ไคเฟิง เป็นเมืองเล็กๆ ชื่อว่า เปี้ยนโจว ต่อมา จูเฉวียนจง เสนาบดีคนสำคัญในยุคปลายราชวงศ์ถัง ประกาศตั้งตนเป็นใหญ่ สถาปนาราชวงศ์โฮ่วเหลียง หรือแคว้นเหลียง ขึ้นมาแทนราชวงศ์ถัง และย้ายเมืองหลวงจาก ฉางอัน หรือ ซีอาน มาอยู่ที่ไคเฟิง สถานที่แรกที่เราได้ไปเยือนในเมืองนี้ คือ พระราชวังเก่าเมืองไคเฟิง หรือ “ศาลามังกร หลงถิง” ที่ใต้พื้นดินและทะเลสาบบริเวณนี้ คือ พระราชวังโบราณ ของ 6 ราชวงศ์ ที่ผลัดกันขึ้นมาครองจงหยวน หลังราชวงศ์ถังล่มสลาย

ถัดจากศาลามังกรหลงถิง ลงไปทางใต้ เป็นที่ตั้งของ ศาลเจ้าขุนศึกตระกูลหยาง ตระกูลขุนศึกที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ซ่งที่มีความจงรักภักดีและพร้อมตายในสนามรบอย่างสมศักดิ์ศรี

จากศาลขุนศึกตระกูลหยาง ไปต่อกันที่ ศาลไคเฟิง ของท่านเปาบุ้นจิ้น หรือที่คนจีนเรียกว่า เปากงฉือ เป็นสถานที่พิพากษาคดีของขุนนางผู้ที่มีความซื่อสัตย์ยุติธรรม จนเป็นที่เลื่องลือแห่งราชวงศ์ซ่ง ภายในมีการจำลองห้องพิจารณาคดีที่มีเครื่องประหารหัวสุนัข หัวพยัคฆ์ และหัวมังกร ที่ท่านเปา ใช้ลงโทษบรรดาเหล่าราชวงศ์ ขุนนาง และราษฎรที่ได้กระทำผิด เหมือนที่เคยเห็นกันในหนังนั่นละ

ออกจากไคเฟิง เดินทางต่อไปอีกราว 100 กม. คืนนี้เราจะไปพักกันที่เมืองซินมี่ อยู่ทางใต้ของเจิ้งโจว ที่แม้จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็คึกคักไม่เบา เพราะเป็นเมืองทางผ่านสำหรับผู้คนที่จะเดินทางไปเทือกเขาซงซาน ในเขตเมืองเติงฟง ที่กั้นเขตแดนระหว่างเจิ้งโจวกับลั่วหยาง

จุดหมายในวันที่สองของการเดินทาง คือ วัดเส้าหลิน บนเทือกเขาซงซาน เราออกจากโรงแรมที่พักแต่เช้า มุ่งหน้าสู่เมือง เติงฟง ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดเส้าหลิน หรือ เสี้ยวลิ้มยี่ วัดพุทธนิกายมหายาน อายุมากกว่า 1,500 ปี ที่มีอยู่จริง ไม่ใช่แค่ปรากฏในนิยายกำลังภายใน พระภิกษุที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของที่นี่ ก็คือ ปรมาจารย์ตั๊กม้อ นี่ก็มีตัวตนจริงๆอีก เป็นพระภิกษุที่เข้ามาเผยแผ่พุทธศาสนานิกายเซนที่วัดเส้าหลินเป็นครั้งแรก และเป็นผู้ถ่ายทอดวิชากังฟูให้แก่หลวงจีนของวัดเส้าหลิน อารามและวิหารภายในวัดเส้าหลิน เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณ ที่มีความงดงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น อารามหลวง หรือ อารามตั๊กม้อ เป็นสถานที่สำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆเป็นจำนวนมาก รอบนอก บริเวณอารามหลวง มีรูปสลักวิชากังฟูเส้าหลินทั้งชายและหญิงในกระบวนท่าต่างๆ จำนวน 24 กระบวนท่า และรูปปั้นพระโพธิธรรมหรือปรมาจารย์ตั๊กม้อ ผู้ให้กำเนิดวิชากังฟูเส้าหลิน

เราลงจากเขาซงซานในช่วงบ่าย เพื่อเดินทางต่อไปยังลั่วหยาง ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของหลายราชวงศ์ เช่น ราชวงศ์โจวตะวันออก ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก และราชวงศ์ถัง เพื่อไปยังถ้ำผาหลงเหมิน ถ้ำหินประตูมังกรในหุบเขาหลงเหมิน มีแม่น้ำอี๋สุ่ยไหลผ่านตรงกลาง มองดูเสมือนประตูที่มีมังกรโลดแล่นขนาบอยู่ จึงได้ ชื่อว่า หลงเหมิน ความยาวจากใต้สู่เหนือของถ้ำประมาณ 1 กิโลเมตร มีถ้ำหินกว่า 1,300 ถ้ำ และช่องบรรจุพระพุทธรูป 2,345 ช่อง มีคำเขียนและศิลาจารึกกว่า 3,600 ชิ้น เจดีย์พุทธศาสนากว่า 50 องค์ พระพุทธรูปกว่า 97,000 องค์ ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกแห่งหนึ่งของจีน ที่ใช้เวลาสร้างนานที่สุด คือ 24 ปี

ระหว่างทางกลับไปยังเจิ้งโจว แวะสักการะสุสานกวนอู ขุนพลใหญ่แห่งจ๊กก๊ก ที่ศาลเทพเจ้ากวนอู ในเมืองลั่วหยาง 1 ใน 3 ศาลเจ้ากวนอู ที่คนจีนเคารพศรัทธาและนิยมเดินทางมากราบไหว้มากที่สุดในเมืองจีน เนื่องจากเป็นที่ฝังศีรษะของกวนอู

วันสุดท้ายของการมาแดนจงหยวน เราเดินทางไปยังหุบเขาหยุนไถ่ หรือ “หยุนไถ่ซาน” หนึ่งในอุทยานแห่งชาติสำคัญของจีนและระดับโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติระดับ 5 เอ ที่ธรรมชาติบรรจงสร้างอย่างงดงาม ทั้งลำน้ำ
สีมรกตตัดกับผาแดง และน้ำตกที่มีฟองน้ำ ใสสะอาดกระจาย แสงสีรุ้งพาดโค้ง ภูเขาสูงตระหง่าน ที่นี่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “จิ่วจ้ายโกวน้อย” เพราะบรรยากาศคล้ายกับอุทยานจิ่วไจ้โกว ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในประวัติศาสตร์ยาวนานของชาวฮั่นในจงหยวน ความงามของ หยุนไถ่ซาน มีผู้เปรียบเปรยว่า ไม่ต่างกับแดนสวรรค์ จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า อุทยานสวรรค์หยุนไถ่ซาน

ใครที่อยากจะไปตามรอยหนังกำลังภายในหรือภาพยนตร์ประวัติศาสตร์จีน แนะนำที่นี่เลย จงหยวน ดินแดนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอันเล่าเท่าไหร่ก็ไม่รู้จบ...