วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปลงเสียเถอะแม่จำเนียร

สถานการณ์รอบบ้านผ่านเมืองเต็มไปด้วยความวุ่นวาย การก่อความรุนแรง กระจายเป็น วงแหวนแห่งไฟ ลุกลามไปทั่วทั้ง ยุโรปและเอเชีย โดยเฉพาะในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีเชื้อไฟอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ รวมทั้ง ประเทศไทย ด้วยที่ตกอยู่ในความหวาดวิตกกับภัยก่อการร้ายในทุกรูปแบบ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้มีคำเตือนจาก รัฐบาลสิงคโปร์และมาเลเซีย ให้ระวังการก่อความรุนแรงจาก กลุ่มไอเอส ที่แทรกซึมเข้ามาปฏิบัติการในภูมิภาคนี้อย่างเต็มรูปแบบ

คำเตือนอยู่ในระดับสีแดง เพราะ พบแผนการก่อวินาศกรรม การจับตัวผู้นำ การระเบิดคาร์บอมบ์ ระเบิดฆ่าตัวตาย ซึ่งการ ปฏิบัติการของ กลุ่มก่อการร้ายไอเอส ต้องการที่จะตอบโต้การใช้มาตรการรุนแรงปราบปรามกลุ่มไอเอสที่มีรังใหญ่อยู่ในประเทศซีเรีย ซึ่งถูกถล่มอย่างหนักในเวลานี้

การข่าวด้านความมั่นคงในบ้านเรา ให้ความสำคัญกับข่าวการก่อความรุนแรง ที่มีการซ่องสุมกำลังอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน มากกว่า กลุ่มคนร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากพบว่าเส้นทางการขนส่งอาวุธและยุทธปัจจัยให้กับกลุ่มคนร้าย ได้เปลี่ยนทิศทางจากประเทศกลุ่มมุสลิมมาเป็นประเทศเพื่อนบ้านอีกด้านหนึ่งที่มี นักโทษการเมืองของไทย หนีเข้าไปพักอาศัยอยู่หลายกลุ่ม และจากการข่าวยังพบว่ามีการเชื่อมโยงสนับสนุนจากกลุ่มคนที่มีความคิดในแนวทางเดียวกันจาก ประเทศสหรัฐฯและยุโรป และเชื่อมโยงไปถึงความรุนแรงในภาคใต้ด้วย

ที่ปรากฏเป็นข่าวว่า มีอดีตทหารกลุ่มหนึ่งที่อยู่แถวๆชานเมืองเชี่ยวชาญเรื่องของวัตถุระเบิด เกี่ยวข้องกับการวางระเบิดทั้งที่หน้ากองสลาก ข้างสนามหลวงและโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ หรือมีจดหมายเตือนการก่อเหตุร้ายตามโรงพยาบาลของรัฐ 3-4 แห่ง เชื่อว่าทั้งหมดนี้ต้องการที่จะเบี่ยงเบนประเด็นมากกว่า

แต่ไม่ว่าจะเป็นระเบิดการเมืองหรือระเบิดโดยฝีมือกลุ่มคนร้ายในภาคใต้ ก็ไม่เป็นผลดีกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งนั้น ที่น่าสังเกตก็คือหลังเกิดเหตุระเบิด กลุ่มที่เคยเคลื่อนไหวทางการเมืองได้รีบออกมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้และประณามการก่อความรุนแรงที่ทำให้มีผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

ที่ต้องตั้งข้อสังเกตอีกประเด็นคือแนวทางการสอบสวนระหว่าง เจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจ แยกดำเนินการกันอย่างชัดเจน การเก็บข้อมูลหลักฐานต่างๆ วิธีการสืบสวน การตั้งประเด็นต้องสงสัยก็ไม่เหมือนกัน ทั้งนี้อาจจะเป็นด้วยเหตุผลที่ว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนมีสี หรือ มีการข่าวที่เชื่อได้ว่าจะกระทบกับความมั่นคงชั้นสุดยอด ที่จะปล่อยให้รั่วไหลไม่ได้เด็ดขาด

ในแง่ของหมากเกม ระเบิดป่วนเมือง ต้องยอมรับว่าเป็นการกดดัน คสช.ในเชิงยุทธวิธีโดยตรง รัฐบาล คสช.จะประกาศใช้มาตรการทางกฎหมายที่รุนแรงเข้มข้นก็จะไม่เข้ากับบรรยากาศของประเทศในขณะนี้ จะใช้มาตรการนิ่มนวลก็จะไม่ได้ผล จับมือใครดมไม่ได้ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก การจับกุมผู้ต้องสงสัยจึงไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเพราะไม่เคยได้ตัวผู้บงการที่แท้จริง กลับจะเป็นข้อสงสัยของสังคม จับแพะบ้าง สร้างสถานการณ์บ้าง ตราบใดที่บ้านเมืองยังอึมครึม ต้องทำใจปรับไปตามสภาพแวดล้อม ประเทศไทยไม่เคยก้าวข้ามกับดักการเมือง ปลงเสียเถอะแม่จำเนียร.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th