วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กราบรถ-1.8แสน พิธีกร‘น็อต’ยอมไกล่เกลี่ย

ลุ้น30มิ.ย.ตัดสินคดีอาญา

“น็อต กราบรถกู” และเพื่อน พร้อมคู่กรณีเดินทางมาศาล อาญากรุงเทพใต้ หลังศาลนัดไกล่เกลี่ยค่าเสียหาย เหตุทำร้าย หนุ่มคัดกรองเอกสาร สำนักงานสรรพากรพื้นที่ตลิ่งชัน และบังคับให้กราบรถมินิคูเปอร์หลังขี่รถเฉี่ยวชน ใช้เวลานาน 3 ชั่วโมง ยอมจ่ายเงินเยียวยา และค่าทำดั้งจมูกใหม่ 180,000 บาท ให้เหยื่ออารมณ์ อดีตพิธีกรดังสำนึกผิดทำอะไรต้องมีสติ วอนให้โอกาสกลับสู่วงการบันเทิง ส่วนเหยื่อหนุ่มชี้วอนสังคมให้อภัย

“น็อต กราบรถกู” ไกล่เกลี่ยค่าเสียหายสำเร็จ เปิดเผยขึ้นที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง 63 เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 พ.ค. ศาลนัดไกล่เกลี่ยค่าเสียหาย คดีหมายเลขดำ กล.142/2560 ที่พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 2 เป็นโจทก์ฟ้องนายอัครณัฐ หรือน็อต อริยฤทธิ์วิกุล อายุ 29 ปี อดีตพิธีกรดังรายการเวคคลับ และนายวิทวัส ศรีบัณฑิตมงคล อายุ 29 ปี เพื่อนนายอัครณัฐ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดฯ โดยใช้กำลังประทุษร้ายจนต้องกระทำการนั้น หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นฯ และกระทำการอันเป็นการรังแกหรือข่มเหงผู้อื่นให้ได้รับความอับอายหรือความเดือดร้อนรำคาญ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ย.59 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้กำลังประทุษร้าย ดึงกระชากคอเสื้อนายกิตติศักดิ์ หรือบอย สิงห์โต พนักงานคัดกรองเอกสาร สำนักงานสรรพากรพื้นที่ตลิ่งชัน ผู้เสียหายคู่กรณีขี่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนจากที่นั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์มาอีกฝั่งหนึ่งของถนน บริเวณปากซอยเจริญกรุง 44 แขวงและเขตบางรัก ที่มีรถยนต์มินิคูเปอร์ของนายอัครณัฐ จำเลยที่ 1 จอดอยู่ แล้วใช้ฝ่ามือตบใบหน้าผู้เสียหาย 2 ครั้ง และต่อยใบหน้าอีก 1 ครั้ง ทำให้กระดูกจมูกชิ้นใหญ่ 4 ชิ้นหัก และกระดูกจมูกชิ้นเล็กอีกหลายชิ้นหัก รวมทั้งมีบาดแผลฟกช้ำบริเวณเบ้าตาทั้งสองข้าง และแก้มด้านซ้ายบวม เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส หลังจากนั้น จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันข่มขืนใจผู้เสียหายให้กราบรถยนต์ของนายอัครณัฐ ทำให้ผู้เสียหายต้องจำยอมกราบรถจำเลยที่ 1 โดยไม่ได้สมัครใจ ซึ่งเป็นการรังแกหรือข่มเหงผู้เสียหายให้ได้รับความอับอาย

นัดนี้ทั้งโจทก์และจำเลยพร้อมทนายความส่วนตัวมาศาล ทั้งหมดขึ้นไปไกล่เกลี่ยค่าเสียหายทางแพ่งกันที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยชั้น 10 และไม่อนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้ารับฟังการพิจารณา โดยนายอัครณัฐเดินทางมาศาลด้วยสีหน้ายิ้มแย้มยกมือไหว้สวัสดีทักทายสื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง เช่นเดียวกับนายกิตติศักดิ์ที่ผ่าตัดจมูกใหม่จนแทบมองไม่เห็นร่องรอยที่เคยบาดเจ็บ ภายหลังใช้เวลาเจรจาไกล่เกลี่ยนาน 3 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้น

คู่กรณีได้ลงมายืนที่หน้าอาคารศาลกรุงเทพใต้ เพื่อให้สัมภาษณ์ร่วมกันด้วยบรรยากาศชื่นมื่น นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความของนายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ศาลได้อธิบายคำฟ้องให้นายอัครณัฐและเพื่อนได้รับทราบ นายอัครณัฐและเพื่อนยอมรับผิด พร้อมให้เงินเยียวยาแก่นายกิตติศักดิ์ที่จะต้องไปผ่าตัดใหม่อีกครั้ง รวม 180,000 บาท และศาลมีคำสั่งให้สืบเสาะประวัติ พร้อมนัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น. ต้องขอบคุณที่นายอัครณัฐและเพื่อนแสดงความรับผิดชอบ ขอโอกาสให้กับนายอัครณัฐด้วย เมื่อเขากล้าทำก็กล้ารับถือเป็นลูกผู้ชาย ส่วนคดีของนายกิตติศักดิ์ที่ขี่รถเฉี่ยวชนนั้น ต้องไปฟังกันอีกครั้งว่าพนักงานอัยการจะมีความเห็นแย้งพนักงานสอบสวนหรือไม่ เพราะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ยอมความไม่ได้

นายอัครณัฐกล่าวว่า ขอขอบคุณศาลที่ดำเนินการไกล่เกลี่ยสำเร็จ รู้สึกดีใจ เป็นเรื่องดีมากที่มีกระบวนการไกล่เกลี่ย ทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นจบลงได้ด้วยดี ส่วนเรื่องงานในวงการบันเทิง ขณะนี้ตนไม่มีเลย ส่วนธุรกิจร้านอาหารก็ไม่ค่อยดี ตนเป็นเพียงแค่หุ้นส่วนรู้สึกเห็นใจคนอื่นที่ถือหุ้นในร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบ ด้านการกลับสู่วงการบันเทิงนั้นขึ้นอยู่กับว่าผู้ใหญ่จะเมตตาให้โอกาสตนอีกหรือไม่ ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น ทำให้เรียนรู้ว่าต้องมีสติ หากเกิดปัญหาเรื่องรถเฉี่ยวชนควรคุยกันให้ดี เพราะผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นกับตนเองเท่านั้น แต่ส่งผลไปถึงครอบครัวด้วย ขณะที่นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า อยากให้สังคมให้อภัยพี่น็อต เพราะคนเราทำผิดกันได้ แม้แต่ตนก็ทำผิดได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังให้สัมภาษณ์ทั้งคู่ได้จับมือกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม นายอัครณัฐเข้าไปกราบมารดาของนายกิตติศักดิ์พร้อมสวมกอด โดยที่มารดาของนายกิตติศักดิ์ถือพวงมาลัยพวงใหญ่ที่นายอัครณัฐมอบให้ในการกราบขอขมาด้วย