วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แค่ระเบิดคั่นรายการ

จัดหนัก มาเต็ม ตามฉากการสับเปลี่ยนกำลังให้กองพันจู่โจม กรมรบพิเศษที่ 3 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี หรือ “เบเรต์แดง” มารักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาล

เน้นเคลียร์จุด “สูงข่ม” ที่ล่อแหลมสุ่มเสี่ยง

โดยปรากฏการณ์ที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดของตำรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 หรืออีโอดี 191 เข้ามาตรวจความเรียบร้อยในห้องรับรอง ผบ.ทบ.รวมถึงตรวจสอบบริเวณโดยรอบลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ภายในกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) สนามเป้า

ก่อนที่ “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. คณะนายทหารระดับสูงของกองทัพบก เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองกำลังสุรสีห์ จังหวัดกาญจนบุรี

ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการนำหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดจากภายนอกเข้ามาตรวจแต่อย่างใด

บ่งบอกถึงการยกระดับสถานการณ์เฝ้าระวังความปลอดภัย “เข้มขั้นสูงสุด” ภายหลังเหตุระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ว่ากันตามเงื่อนไขสถานการณ์แบบที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดเป็นนัยขอร้องการนำเสนอข่าวของสื่อ วันนี้เราต้องการความเชื่อมั่นทางการค้า การลงทุน การประกอบการ การใช้จ่ายของประชาชน

ถ้าเกิดความไม่เชื่อมั่นด้วยความไม่ปลอดภัยแล้วอะไรจะเกิดขึ้นตามมา

คิดอย่างผู้นำทหาร เรื่องความรุนแรงอย่าไปขยายความกันมากนัก อย่างเหตุระเบิดคอนเสิร์ตที่เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ มีการบาดเจ็บสูญเสีย เป็นข่าววูบเดียวก็หายไป

แต่ประเทศเราช้ำแล้วช้ำอีก ระเบิดซ้ำแล้วซ้ำอีกมันไม่ดี

เอาเป็นว่า ถ้าไม่มีระเบิดมาคั่นรายการ โดยเกมอำนาจก็คงดำเนินไปตามธรรมชาติ กับสถานการณ์เตะตัด “บิ๊กตู่” ในช่วงท้ายโรดแม็ป ปลายเทอมรัฐบาล

นักการเมืองต้องกระตุกสัญญาณ เร้ากระแสเลือกตั้ง

ตามยุทธศาสตร์ที่เห็นกันได้ จากรูปการณ์ที่นักการเมืองอาชีพทุกป้อมค่าย ทุกยี่ห้อ แท็กทีมเดินหน้าล่อเป้า 3 รองนายกฯที่เป็น “เสาค้ำยัน” ผู้นำรัฐบาลทหาร คสช.

เจาะยาง “นายกฯลุงตู่” ให้รั่ว ลากเกมอำนาจไปต่อได้อีกไม่นาน

ไล่ตั้งแต่การถล่ม “บิ๊กป้อม” ในโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ เมด อิน ไชน่า ปั่นกระแสโห่ฮาผลาญงบประมาณ ในภาวการณ์ ที่ประเทศกำลังเผชิญปัญหาข้าวยากหมากแพง

กระตุกแรงกระเพื่อม ลากให้ “พี่ใหญ่” ตกอยู่ในตำบลกระสุนตก

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ก็เจอโห่ฮาปมเอาลูกชายมานั่งทำงานในคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อกำกับการปฏิรูปกฎหมาย ในคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.)

โดนข้อหาใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ลูกหลานคนใกล้ชิด

จาก “บิ๊กป้อม” ถึง “วิษณุ” เป้าหมายกระแทกชิ่งถึง “นายกฯลุงตู่”

แต่เซียนกฎหมายอย่างนายวิษณุใช้ลีลาพลิ้วเอาตัวรอดได้เนียนๆ ขณะที่ “บิ๊กป้อม” ถึงจะป้อแป้ แต่เรือดำน้ำก็ไม่จมแต่อย่างใด

ตามเกมนักการเมืองก็เลยต้องหันกระบอกปืนมาถล่มนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ จี้ “จุดบอด” ของรัฐบาลทหาร

แบบที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย ประสานเสียงประจาน ชาวบ้านกำลังเดือดร้อนปัญหาปากท้อง จากภาวะข้าวยากหมากแพง

จี้ให้โละทีมเศรษฐกิจ เพื่อรับผิดชอบกับความล้มเหลว

แต่เรื่องของเรื่องมันผิดฟอร์มไป ตามสภาพของคนที่ไม่น่าจะทนกับแรงเสียดทานทางการเมือง แต่มาถึงตรงนี้นายสมคิดยังนิ่งพอ ไม่ตอบโต้ ไม่ต่อปากต่อคำ ตั้งสมาธิอยู่กับเนื้องาน

ไม่หลงเหลี่ยมโดนลากเข้าเกม “รุมสกรัม”

นั่นหมายถึงรัฐบาลท็อปบูตก็ยังไม่เพลี่ยงพล้ำในเชิงกระแส.

ทีมข่าวการเมือง