บริการข่าวไทยรัฐ

พาณิชย์ฟุ้งผลงาน “ชิ้นโบแดง” โละสต๊อกข้าวเน่าเกลี้ยงเจ๊งยับเฉียด 2 แสนล้าน

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้เสนอผลการพิจารณาระบายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลกลุ่ม 3 หรือข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มิใช่คนและสัตว์บริโภค ซึ่งเปิดประมูลไปเมื่อวันที่ 28 เม.ย.60 ให้กับประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) พิจารณาและได้อนุมัติขายให้กับผู้ชนะการประมูล 10 ราย ใน 81 คลังปริมาณ 500,000 ตัน จากปริมาณที่เปิดประมูลทั้งหมด 1.03 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 1,523 ล้านบาท หรือเฉลี่ยกิโลกรัม (กก.) ละ 3 บาท “การอนุมัติขายข้าวเสื่อมลอตนี้ คณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว ซึ่งมีปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานได้พิจารณาแล้วและได้กำหนดเกณฑ์ราคาที่จะอนุมัติขายไม่ต่ำกว่าตันละ 2,000 บาท ส่วนที่เสนอต่ำกว่าก็ไม่อนุมัติขาย ทั้งนี้ ภายหลังจากการอนุมัติขายข้าวลอตนี้ 500,000 ตันแล้ว ทำให้ตั้งแต่ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บริหารประเทศ สามารถระบายสต๊อกข้าวสารรัฐบาลออกไปได้แล้ว 12.74 ล้านตัน มูลค่า 114,792 ล้านบาท”

สำหรับการเปิดประมูลข้าวสารเป็นการทั่วไปลอตสุดท้ายซึ่งเป็นข้าวกลุ่ม 1 ที่ใช้เพื่อการบริโภคปกติปริมาณ 1.82 ล้านตัน เมื่อวันที่ 24 พ.ค. มีผู้ยื่นซองเสนอราคา 58 ราย โดยราคาที่เสนอซื้ออยู่ที่ประมาณตันละ 4,000-11,000 บาท ถือว่าการเปิดประมูลครั้งนี้คึกคักมากหากสามารถขายลอตนี้ได้หมด จะทำให้เหลือข้าวในสต๊อกรัฐบาลอีกประมาณ 2.5 ล้านตัน ซึ่งเป็นข้าวเสื่อมต้องเข้าสู่อุตสาหกรรมเท่านั้น โดยจะทยอยระบายให้หมดภายในปีนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การระบายข้าวสารสต๊อกรัฐบาล 12.74 ล้านตัน มูลค่า 114,792 ล้านบาท หรือขายได้เฉลี่ยตันละ 9,038 บาท จากราคารับจำนำข้าวเปลือกตันละ 15,000 บาท หรือคิดเป็นต้นทุนข้าวสารตันละ 24,000 บาท ส่งผลให้รัฐบาลขาดทุนตันละ 14,900 บาท รวม 12.74 ล้านตัน จะขาดทุนทั้งสิ้น 190,000 ล้านบาท โดยสาเหตุที่ขาดทุนมาก เพราะมีการอนุมัติขายข้าวเสื่อมที่ไม่เหมาะสำหรับเป็นอาหารของคนและสัตว์ ในราคาต่ำมากเฉลี่ยเพียง กก.ละ 2-3 บาท หรือตันละ 2,000-3,000 บาท ทั้งๆที่ข้าวบางคลังยังสามารถปรับปรุงเพื่อการบริโภคของคนได้ ซึ่งจะได้ราคาดีกว่า.