บริการข่าวไทยรัฐ

ศพทหารพราน เหยื่อระเบิดกรงปินัง ถึงบ้านเกิดที่ศรีสะเกษ

ศพทหารพราน เหยื่อระเบิดกรงปินัง ถึงบ้านเกิดที่ศรีสะเกษ ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า ด้าน ผู้ว่าฯ เป็นผู้แทนพระองค์ อัญเชิญพวงมาลา พระราชทาน วางหน้าหีบศพ แม่เผย ลูกภูมิใจที่ได้เป็นทหาร ไม่เคยบ่นว่ากลัว แม้ต้องอยู่พื้นที่เสี่ยง ...

เวลา 18.00 น. วันที่ 24 พ.ค.60 ที่บ้านเลขที่ 104 หมู่ 10 ต.สิ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ทหารมณฑลทหารบกที่ 25 ค่ายวีรวัฒน์โยธิน จ.สุรินทร์ นำโดย พ.ต.ปรารถนา มุขสมบัติ นายทหารธุรการและกำลังพล ได้นำร่างของ อส.ทพ. ประเสริฐ กายชาติ อายุ 40 ปี พลยิงเครื่องยิงจรวด ชป.2 ร้อย ทพ. 4702 กรม ทพ. 47 บ้านสะปาเราะ หมู่ 5 ต.ยะหา อ.กรงปินัง จ.ยะลา ซึ่งเสียชีวิตจากการถูกระเบิดของแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้ เหตุเกิดที่บ้านควนนางา หมู่ 4 ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง กลับมายังบ้านเกิด โดยมีนางวัฒนา ไชยมูล อายุ 65 ปี และนางวิสุธินี กายชาติ อายุ 32 ปี มารดาและภรรยาของอาสาสมัครทหารพรานประเสริฐ พร้อมด้วยญาติ พี่น้อง มาร่วมรับศพ ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า

หลังจากที่เจ้าหน้าที่นำร่างของ อาสาสมัครทหารพราน ประเสริฐ กายชาติ มาตั้งที่บ้านเรียบร้อยแล้ว นายธวัช สุระบาล ผวจ.ศรีสะเกษ ได้เป็นผู้แทนพระองค์ อัญเชิญพวงมาลาพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พวงมาลาประทานของพระบรมวงศานุวงค์ทุกพระองค์ วางหน้าหีบศพ

ด้าน นางวัฒนา แม่ของอาสาสมัครทหารพราน ประเสริฐ กล่าวว่า ทหารพรานประเสริฐ เป็นลูกชายคนที่ 3 ในพี่น้อง 5 คน สมัครเข้าเป็นทหารพรานเมื่อปี 2551 แม่ก็ภูมิใจ ที่ลูกได้รับใช้ชาติ แต่ลูกก็มาอายุสั้น แม่เสียใจมาก ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้ ลูกชอบชีวิตทหาร ไม่เคยบ่นว่ากลัว เพราะทำงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยง จะอยู่จนกระทั่งเกษียณ จะไม่ลาออกก่อนแน่นอน แม่ก็ไม่ว่าอะไร ให้ลูกตัดสินใจเอง

ด้านนางวิสุธินี ภรรยา เผยว่า ตนกับสามีแต่งงานกันตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 มีลูกชาย 1 คน คือเด็กชาย ธนภัทร กายชาติ หรือ น้ององศา อายุ 5 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 1 ซึ่งตั้งแต่แต่งงานกันมา ตนก็อยู่ที่บ้านกับแม่มาตลอด นี่เพิ่งย้ายมาอยู่บ้านแม่ของสามี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา สามีชอบอาชีพนี้ เขามีความภาคภูมิใจในความเป็นทหาร ตนก็ภูมิใจในตัวสามี พอรู้ข่าวว่าสามีจากไปแล้ว ก็ตกใจและเสียใจมาก ทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าจากตนกับลูกไปเร็วขนาดนี้ ถ้าเค้ารับรู้ได้ อยากบอกว่า ขอให้ไปดี ไม่ต้องห่วงตนกับลูก และแม่ของพี่ ตนจะดูแลทั้งลูกของเราและแม่ของพี่อย่างดีที่สุด

“ตอนที่มีสามีอยู่ พี่เขาเป็นเสาหลักของครอบครัว ตนก็เป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก ไม่มีรายได้ หลังจากที่สิ้นพี่เขาแล้ว เตนอยากให้หน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้ช่วยให้ตนได้เข้ารับราชการทหาร เพื่อที่จะได้มีอาชีพมีรายได้มาเลี้ยงลูก และแม่ของสามีต่อไป และเมื่อลูกชายโตขึ้น ก็อยากให้เขาได้เป็นทหารด้วย” นางวิสุธินี กล่าว.