วันพุธที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดาราทำผิดซ้ำซาก ควรให้อภัยไหม?

จากเหตุการณ์ที่ดาราสาว แอนนา รีส เมาอาละวาดในผับ ทำลายข้าวของเสียหายแล้วขับรถหนีไปชนรถคันอื่น แต่ไปได้แค่ 500 เมตร ก็โดนตำรวจจับได้ แต่ฤทธิ์ยังไม่จบ มีการอาละวาดใส่ตำรวจและนักข่าว พูดจาว่า ตามถ่าย…กูเลยไหม? แถมยังยืนสูบบุหรี่โวยวายหน้าสถานีตำรวจและยังตามมาโวยวายเสียงดังตอนถูกควบคุมตัวมาด้านในสถานี โดยเจ้าหน้าที่ยืนหันหลังให้ ไม่กล้าแม้แต่หันไปสบตา

ที่บุ๋มเขียนถึงน้องแอนนา ไม่ได้ต้องการซ้ำเติมอะไร เพราะน้องคงต้องได้รับโทษหนักและโดนสังคมด่าทอมากมายอยู่แล้ว แต่จำเป็นที่จะต้องเขียนถึงเพราะมีหลายมุมอยากให้เห็น อย่างแรก บุ๋มตกใจที่เห็นข่าวนี้และบุ๋มเชื่อว่าหลายคนคงนึกคำเดียวกัน แอนนารีส อีกแล้วเหรอ? เพราะภาพเหตุการณ์ที่น้องเคยก่อไว้เมื่อปี 26 มิ.ย. 2558 ที่ได้ขับรถชนท้ายรถตำรวจที่นอนอยู่ในรถข้างทางด้วยความเร็วสูง จนทำให้ตำรวจท่านนั้นเสียชีวิตคาที่ ข้อสงสัยหลายอย่างเกิดขึ้นในภาพข่าววันนั้นคือ 1. เธอเมาหรือไม่ 2. ทำไมตำรวจไม่ควบคุมตัวแต่ปล่อยให้กลับบ้าน (มีผู้หญิงคนหนึ่งแอบมารับเธอออกไป) 3. คนสงสัยหนักมากว่า ถ้าเป็นคนทั่วไป ไม่ใช่ดารา จะโดนโทษจำคุกเลยไหม? ไม่รอลงอาญาแบบนี้ 4. โทษขับรถชนคนตาย จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท พร้อมพักใบอนุญาตขับรถ (แสดงว่าทนายต้องเก่งมาก) นี่คือคำถามที่ค้างคาใจหลายคนมานาน แต่หลังจากนั้นเราก็เห็นเธอในชุดนุ่งขาวห่มขาว บวชชีพราหมณ์ ซึ่งคนไทยเราใจดี ให้อภัยสำหรับคนที่อยากขอโอกาสและสำนึกผิด และเรื่องก็เงียบไป

พอวันนั้น คืนวันที่ 22 พ.ค. มาเกิดเรื่องเมาอาละวาด ภาพเก่าๆ ที่น้องเคยทำมันย้อนกลับมาในใจของหลายๆ คน บางคนเมนต์ว่า "ดาราอีกละ" เอิ่ม! น้องคะ เมาแล้วขับมีให้เห็นทุกวันป่ะ ส่วนดาราเมาแล้วขับสองปีมีหนค่ะลูก แล้วก็มีปัญหาอยู่ไม่กี่คน อย่าเหมารวมสิคะ แต่นี่คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ดาราคือคนดัง ทำอะไรก็ผิดสังเกตและถูกจดจำได้ง่าย ดังนั้นพอเกิดอะไรขึ้น คนก็จะจำได้ง่ายกว่าว่า “ดาราทำอีกละ” แล้วยิ่งดังเข้าไปใหญ่เมื่อ ผบช.น. ลงมาสอบสวน แอนนารีส ด้วยตัวท่านเอง โห! ถือว่าเป็นคดีใหญ่เลยนะเนี่ย เพราะปกติเมาแล้วขับ เมาแล้วอาละวาดก่อเรื่อง ทะเลาะวิวาท มีคดีให้ตำรวจทำทุกวัน งานแบบนี้ระดับร้อยเวรก็พอแล้ว ไม่ต้องถึงระดับท่านก็ได้ ต้องถือว่าท่านให้ความสำคัญนะน้อง

เรื่องตำรวจ เรื่องคดีเก่า ไม่ติดใจบุ๋มเท่ากับคำพูดที่น้องบอกกับสื่อตอนสร่างเมาแล้วหรอกค่ะ น้องบอกว่า "ยอมรับว่าได้ดื่มสุราจริง เนื่องจากเครียดจากปัญหาครอบครัวหลายด้านและการโวยวายก็เป็นพฤติกรรมส่วนตัวที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง จึงขอฝากเตือนคนในวงการให้มีสติในการใช้ชีวิต เลือกคบเพื่อนและไม่อยากให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก" นอกจากนี้น้องยังพูดถึงการที่ตัวเองต้องรับผิดชอบคนในครอบครัวที่น้องของตัวเองเป็นเด็กลักษณะพิเศษ ซึ่งพี่ก็เห็นใจแล้วก็อยากขอเป็นกำลังใจในเรื่องนี้ โดยส่วนตัวมักจะชื่นชมคนที่เลี้ยงดูครอบครัวเป็นอย่างดี แต่พี่เองก็ช่วยเหลือคนมาหลายคนหลายครอบครัว พวกเขาเองไม่เคยทำให้ตัวเองเลวร้ายด้วยการพึ่งเหล้าพึ่งสุรา เพราะมักจะตระหนักดีว่าตัวเองมีความสำคัญต่อครอบครัวเพียงใด ถ้าตัวเองเป็นอะไรไปสักคน คนอื่นๆ ที่พึ่งพาอยู่จะอยู่กันอย่างไร มีหลายคนที่ลำบากกว่าหนูแต่พวกเขาไม่เคยท้อถอยต่อโชคชะตาชีวิต แล้วตอนนี้ถ้าหนูติดคุกไปใครจะเลี้ยงดูครอบครัว นี่เป็นคติสอนใจอีกอย่างหนึ่งได้ว่าใครที่เป็นเสาหลักของครอบครัวจะต้องคิดให้หนักว่าจะทำตัวอย่างไร ดูแลตัวเองอย่างไรให้ดีที่สุดเพื่อคนอื่น

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่สะกิดใจมากก็คือเรื่องของการเลือกคบเพื่อน อันนี้ก็เรื่องจริง เราจะอยู่ในสังคมที่ดีหรือไม่ดีเพื่อนมีส่วนสำคัญมากค่ะ แต่อยากจะบอกว่าเท่าที่ฟังมาหนูไม่เคยโทษตัวเองเลย หนูโทษครอบครัวโทษคนรอบข้าง โทษเพื่อน ทั้งๆ ที่การตัดสินใจทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวหนูเองทั้งนั้น นี่ยังโชคดีที่การขับรถในคืนนั้นมันเป็นการชนแค่รถคนอื่นเสียหายไม่ทำอันตรายถึงตาย ทำไมพี่ถึงจำเรื่องนี้ได้ขนาดนี้ เพราะพี่จำคำพูดที่หนูเขย่าศพนายตำรวจคนนั้นได้ว่า "พี่อย่าทำแบบนี้กับหนูสิ ลุกขึ้นมาคุยกับหนูก่อน" ถ้าสองปีที่ผ่านมาของการรอลงอาญา มันไม่ได้ช่วยให้หนูสำนึกได้เลย แถมยังขับรถแบบนี้เมาอาละวาดแบบนี้ หนูควรได้รับโทษที่ได้ทำกับนายตำรวจท่านนั้นเถอะนะคะ เพราะหนูทำให้ภาพลักษณ์ดาราเสียหายมาก และการที่หนูขับรถอันตรายแบบนี้มันคงไม่ดีแน่ที่เราจะอยู่บนถนนร่วมกัน อย่าหาว่าบุ๋มแรงเลยนะคะ แค่ต้องการเรียกร้องสิ่งที่ถูกต้องให้เกิดขึ้นในสังคม ไม่แบ่งแยกว่าคุณคือดาราหรือไม่ก็ตาม จริงไหมคะ?

IG: boompanadda



บุ๋ม ปนัดดา