วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เขมรล้วงกระเป๋า

ห็นข่าวตำรวจ 191 สืบสวนจับกุมแก๊งเขมรล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวที่ตลาดผ้าประตูน้ำข้างตึกใบหยก เขตราชเทวี ได้ผู้ต้องหาครบแก๊งทั้ง 5 คน เป็นเรื่องที่มีนักท่องเที่ยวร้องเรียนเกี่ยวกับแก๊งล้วงกระเป๋า-กรีดกระเป๋าชาวเขมรและชาวเวียดนามระบาดอย่างหนักในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะตามห้าง หน้าวัด หน้าวัง

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. ให้ชุดสืบสวนรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำผู้เสียหาย วิเคราะห์พฤติกรรมคนร้าย เป็นชาวกัมพูชา ชาวเวียดนาม และมีคนไทยร่วมวางแผน

แบ่งหน้าที่ทำกันเป็นทีม

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ สั่งให้ พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. พ.ต.ท.กัมพล รัตนประทีป รอง ผกก.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต กก.2 บก.จร. พ.ต.ท.พงศ์ดนัย วิมุกติบุตร สว.สส.สน.ดินแดง

ตำรวจท่องเที่ยว พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.ทท. พ.ต.ท.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผกก.1 บก.ทท. พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ สว.ส.ทท.2 กก.1.บก.ทท. พ.ต.ท.ศิลา ตันตระกูล สว.งานสืบสวน กก.1 บก.ทท. พ.ต.ต.คริษฐ์ ปริยะเกตุ สว.สส.สน.พญาไท

จัดกำลัง เฝ้าสังเกตการณ์ตามจุดเสี่ยง จุดล่อแหลม ที่มักเกิดเหตุเป็นประจำ

เน้นกลุ่มกัมพูชาเป้าหมาย

จนวันเกิดเหตุ น.ส.ดวง หรือดาธิดา อายุ 35 ปี ชาวกัมพูชา ได้ออกมาล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวคนไทย มี น.ส.เม อายุ 28 ปี สัญชาติกัมพูชา และ น.ส.อ้อย อายุ 32 ปี สัญชาติกัมพูชา ทำหน้าที่เดินบังไม่ให้คนทั่วไปสังเกตเห็น ก่อนรับทรัพย์สินที่ล้วงมาได้เดินเลี่ยงออกจาก จุดที่เกิดเหตุตลาดผ้าประตูน้ำ

พอเห็นพฤติกรรมของกลุ่มคนร้าย ชุดตำรวจที่เฝ้าอยู่ในย่านประตูน้ำแสดงตัวเข้าจับกุม น.ส.ดวง น.ส.เม และ น.ส.อ้อย แก๊งล้วงกระเป๋าชาวกัมพูชา พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

สืบสวนขยายผลจับกุม นายฐเดช หรือต่อ นิธิธัชชัย อายุ 45 ปี สัญชาติไทย ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเดินทางและจัดหาที่พัก นำทรัพย์สินที่ได้ไปจำหน่าย และ นายสมปอง หรือดำบุตรี อายุ 65 ปี สัญชาติไทย เป็นผู้รับเงินจากแก๊ง อ้างว่าเคลียร์พื้นที่ให้ก่อเหตุได้ และคอยดูต้นทางตำรวจที่มาตรวจ

ตามคำสั่ง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ สนธิกำลังตำรวจ 191 ตำรวจท่องเที่ยว และพื้นที่ เน้นพื้นที่เสี่ยงคดีล้วงกระเป๋า-กรีดกระเป๋าในย่านแหล่งท่องเที่ยว ใช้วิเคราะห์ภาพผู้ต้องสงสัยจาก “กล้องวงจรปิด” และซักถามผู้เสียหาย เป็นข้อมูลเบาะแสตามหาตัวผู้ที่ก่อเหตุ จนเป็นผลจับกุมแก๊งต่างชาติที่เป็นภัยต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย

แต่น่าเจ็บใจที่มีคนไทยรู้เห็นเป็นใจ.

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th