"บิ๊กตู่" พร้อมจัด ม.44 แก้เศรษฐกิจ

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

"บิ๊กตู่" พร้อมจัด ม.44 แก้เศรษฐกิจ

Date Time: 24 พ.ค. 2560 07:30 น.

Summary

คสช.จ่อออกมาตรา 44 เร่งรัดการลงทุนในอีอีซีรอบสอง ให้บอร์ดสิ่งแวดล้อมร่นขั้นตอนการทำงานเพื่อออกอีไอเอ พร้อมให้บอร์ดอีอีซีอนุมัติโครงการพีพีพี ฟาสต์แทร็ก ได้เลย รวมถึงการยกเว้นปฏิบัติตามกฎหมายทางเดินอากาศเรื่องคนไทยถือหุ้นใหญ่

Latest

อัปยศ! จากคนป่วยสู่คนโกงแห่งเอเชีย บี้ “นายกหนู” เร่งกู้ศรัทธา

คสช.อนุมัติคำสั่งเพิ่มปลดล็อกลงทุนกระตุ้น“อีอีซี”


คสช.จ่อออกมาตรา 44 เร่งรัดการลงทุนในอีอีซีรอบสอง ให้บอร์ดสิ่งแวดล้อมร่นขั้นตอนการทำงานเพื่อออกอีไอเอ พร้อมให้บอร์ดอีอีซีอนุมัติ โครงการพีพีพี ฟาสต์แทร็ก ได้เลย รวมถึงการยกเว้นปฏิบัติตามกฎหมายทางเดินอากาศเรื่องคนไทยถือหุ้นใหญ่ ขณะที่ นายกฯ สั่งไปแต่ละกระทรวงไปสังคายนานโยบายสำคัญหากติดขัดอะไรให้เสนอมาจ่อจัดมาตรา 44 ปลดล็อกให้ได้

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งเป็นคำสั่งครั้งที่ 2 เรื่องมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการจัดตั้งอีอีซีเป็นไปด้วยความรวดเร็ว เนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วนและมีโครงการสำคัญที่ต้องดำเนินการ ไม่อาจรอร่างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ... ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญและจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่คาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า 3 เดือน ทำให้จากเดิมที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือน เม.ย.นี้ขยายไปมีผลประมาณเดือน ต.ค.2560 ได้

สำหรับคำสั่ง คสช.ครั้งนี้ ประกอบด้วย 3 เรื่องคือ คำสั่งที่ 1.พิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เป็นแบบเร่งรัด (ฟาสต์แทร็ก) โดยกำหนดให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีกระบวนการทำงานแบบเร่งรัดเฉพาะโครงการสำคัญเร่งด่วนในอีอีซี โดยให้แต่งตั้งคณะกรรมการผู้ชำนาญการเพื่อพิจารณารายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการหรือกิจการสำคัญและเร่งด่วนเป็นการเฉพาะ พร้อมให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษเพิ่มเติม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายพิเศษให้แก่คณะกรรมการผู้ชำนาญการได้ ซึ่งผู้ที่จะมาจัดตั้งบริษัทหรือลงทุนพร้อมเสียเงินเพิ่มอยู่แล้ว ขอให้รวดเร็วทันใจ และให้ใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ได้รับรายงาน ทั้งนี้ กรณีที่ไม่มีผู้ชำนาญการหรือมีน้อยกว่า 3 ราย ให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมอนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยที่มีประสบการณ์ทำนองเดียวกับกิจการนั้นเป็นผู้ชำนาญการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้ด้วย

“กระบวนการที่ใช้อยู่ในปัจจุบันออกแบบไว้ใช้กับโครงการทั่วไปจึงใช้เวลานานและผู้ได้รับใบอนุญาตมีน้อย รวมทั้งการให้ผลตอบแทนกับคณะกรรมการผู้ชำนาญการค่อนข้างต่ำจึงทำให้ใช้เวลาค่อนข้างมากในการพิจารณา จึงเป็นกระบวนการที่ไม่เหมาะสมสำหรับโครงการเร่งด่วนในอีอีซี”

คำสั่งที่ 2.สำหรับกระบวนการพิจารณาการร่วมทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน (พีพีพี) ซึ่งปัจจุบันใช้เวลานานมาก เพราะใช้กับโครงการทั่วไป กรณีนี้เห็นว่าแตกต่างจากโครงการสำคัญในอีอีซีที่เป็นประโยชน์สูงกับประเทศ เช่น โครงการเมืองการบินภาคตะวันออก รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือสัตหีบและท่าเรือมาบตาพุด จึงต้องกำหนดให้มีกระบวนการทำงานภายใต้ระบบพีพีพีในอีอีซี โดยใช้เฉพาะกับโครงการเร่งด่วนสำคัญ ที่คณะกรรมการนโยบายพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้อนุมัติ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วขึ้น โดยให้รักษาเจตนารมณ์ตามพระราชบัญญัติร่วมทุนกับเอกชน แต่เพิ่มความรวดเร็ว โดยจะขึ้นอยู่กับลักษณะของแต่ละโครงการซึ่งแตกต่างกันไป ตามกระบวนเร่งรัดกระบวนการพีพีพี ฟาสต์แทร็กของรัฐบาล จาก 15 เดือน ให้เหลือ 8-9 เดือน

คำสั่ง 3.เป็นกรณีของหน่วยซ่อมอากาศยานให้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมตามลักษณะการลงทุน ซึ่งตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตหน่วยซ่อมต้องมีสัญชาติไทย คือ มีคนไทยถือหุ้นเกินกว่า 50% แต่กิจการหลายประการที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมเครื่องบินอะไหล่ชิ้นส่วนอากาศยานนั้น ส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มีเทคโนโลยีสูงและมีสิทธิบัตรสำหรับผลิตภัณฑ์นั้นๆ จึงจะไม่ยอมลงทุน โดยมีผู้ถือหุ้นอื่นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ดังนั้น จึงให้ปรับปรุงลักษณะ ของผู้รับใบรับอนุญาตการประกอบธุรกิจนี้ในอีอีซี ไม่ต้องดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ภายหลังการประชุม คสช.ได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวในที่ประชุมว่า ขอให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาโครงการรัฐที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เช่น ที่เกี่ยวข้องกับระบบการขนส่ง การบริการสาธารณะ และกิจการที่เป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลควรเร่งรัด ให้เกิดผลในการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 ซึ่งในบางครั้งอาจจะติดขัดข้อกฎหมายหรือมีปัญหาการบูรณาการระหว่างกระทรวง จึงขอให้แก้ปัญหาเรื่องนี้โดยจัดทำข้อเสนอมาที่นายกรัฐมนตรี เพื่อที่นายกรัฐมนตรีจะนำมาพิจารณาออกมาตรา 44 เพื่อปลดล็อกปัญหาให้ได้.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ