วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลองของใหม่ BMW NEW SERIES-5 G30

BMW Group Thailand จัดทดสอบ BMW New Series-5 รหัสร้อนใหม่ล่าสุด G30 รถซาลูนขนาดกลางรุ่นขายดีที่กำลังทำตลาดในประเทศไทย เป็นการแนะนำตัวและเผยให้เห็นถึงประสิทธิภาพของรถยนต์รุ่นใหม่ภายใต้สัญลักษณ์ตราใบพัด ยานยนต์ผู้บริหารระดับสูง New Series-5 G30 ทั้ง 520d Luxury และ 530i M-Sport ควบรวมมาตรการลดน้ำหนักโดยใช้โครงสร้างและชิ้นส่วนจากอะลูมิเนียม แมกนีเซียมและเหล็กกล้า ทำให้น้ำหนักตัวของ 520d Luxury รหัส G30 น้อยกว่า 520d F10 รุ่นที่แล้ว 70 กิโลกรัม สำหรับค่าตัวของ New Series-5 ก็ไม่ได้แพงกว่ารุ่นเก่ามากจนสะดุ้ง พี่ใหญ่อย่าง BMW 530i พร้อมชุดแต่ง M Sport ราคา 4,399,000 บาท ส่วนน้องเล็ก BMW 520d Luxury มีราคา 3,899,000 บาท

BMW 530i M-Sport รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว TwinScroll ลูกเดียวโดดๆ เบาขึ้นกว่า 528i F10 ถึง 115 กิโลกรัม ตัวถังแบบใหม่มีส่วนผสมหรือ DNA ของ New Series-7 G12 ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงของไฟหน้าและกระจังหน้า แนวเส้นด้านข้างตัวถัง จัดเต็มด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ 0.22 (cd 0.22) ทำให้ New Series-5 G30 มีความลู่ลมด้วยค่าแอร์โรไดนามิกที่ดีที่สุดในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดกลาง ส่วนการกระจายน้ำหนักของรถรุ่นใหม่สามารถทำตัวเลขได้ดีที่ 50/50

การวางเครื่องยนต์ตามยาวไว้ที่ด้านหน้าโดยร่นตำแหน่งของเครื่องยนต์ให้ชิดกับผนังห้องโดยสาร เครื่องยนต์ถูกวางให้อยู่หลังแกนล้อหน้า และใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลังตามแนวทางของบรรพบุรุษ ท่อนหน้าของตัวรถมีน้ำหนักเบาลง ชิ้นส่วนอัลลอยถูกนำมาใช้ทำฝากระโปรงหน้า-หลัง บานประตูทั้งสี่และหลังคา ชุดคานรองรับเครื่องยนต์ คานขวางในบานประตู เบ้ายึดต่างๆ โดยเฉพาะจุดยึดคอนโซลใช้โลหะเบาแมกนีเซียมเพื่อลดน้ำหนักและคงความแข็งแกร่ง ตัวถังของ BMW New Series-5 G30 ทนทานต่อแรงบิดตัวมากขึ้น น้ำหนักที่ลดลงและจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง พร้อมการกระจายน้ำหนักที่ดีเยี่ยมช่วยส่งถ่ายการควบคุมที่ดีขึ้นมาก

ทรวดทรงองค์เอวของ BMW ยุคใหม่นั้นสวยงามลงตัว งานออกแบบเรือนร่างอันเข้มข้นของ New Series-5 ซึ่งใช้แนวคิด BMW Efficient Lightweight เน้นการใช้วัสดุน้ำหนักเบาอย่างอะลูมิเนียมและเหล็กกล้าที่มีความทนทานสูงแต่น้ำหนักเบา New Series-5 จึงมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อนถึง 70 และ 115 กิโลกรัม ตามลำดับ ตัวถังถูกออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ กระจายน้ำหนักอย่างสมดุลและมีแรงเสียดทานอากาศต่ำที่สุดในรถระดับเดียวกันจึงผสมผสานการขับขี่ที่คล่องตัวเข้ากับความนุ่มสบายของผู้โดยสาร ทีมวิศวกรของ BMW ทำงานอย่างหนักเพื่อลดค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศลง 10% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศอยู่ที่ 0.22 เป็นมาตรฐานใหม่สำหรับรถยนต์ซาลูนขนาดกลาง

เพดานห้องโดยสารใช้วัสดุเก็บเสียงในตัว ช่วยลดเสียงรบกวนในห้องโดยสารได้ดี โดยเฉพาะในบริเวณที่ใกล้กับศีรษะเพื่อความผ่อนคลายสูงสุดของผู้โดยสาร ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่บนแชสซีได้รับการปรับให้มีน้ำหนักเบาลงมาก เช่น การรวมระบบเบรกมือไฟฟ้าเข้ากับคาร์ลิปเปอร์เบรกล้อหลังซึ่งลดน้ำหนักได้ 3 กิโลกรัม โดยรวมแล้ว การลดน้ำหนักของตัวเบรก ล้อและยาง ทำให้ New Series-5 มีน้ำหนักของระบบช่วงล่างเบาลง 9 กิโลกรัม มีผลต่อการตอบสนองและความนุ่มนวลในการขับขี่อย่างเห็นได้ชัด

มิติตัวถังของ BMW Series-5 G30 ทั้ง 520d Luxury และ 530i M-Sport มีความยาวฐานล้อ 2,975 มิลลิเมตร (เพิ่มขึ้น 7 มิลลิเมตร) ความกว้างฐานล้อหน้า 1,605 มิลลิเมตร (เพิ่มขึ้น 5 มิลลิเมตร) ความกว้างฐานล้อหลัง 1,630 มิลลิเมตร (เพิ่มขึ้น 3 มิลลิเมตร) BMW New Series-5 มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน สำหรับรุ่น 530i M Sport และ 520d Luxury มีฝากระโปรงหลังใหญ่ขึ้น ความจุ 530 ลิตร ขอบล่างของกระโปรงปรับให้มีระดับต่ำลงกว่าในรุ่นก่อน ทำให้จัดเก็บสัมภาระขนาดใหญ่ได้ง่าย ภายในช่องเก็บของที่ทั้งเปิดฝากระโปรงได้กว้างขึ้น และมีขนาดที่กว้างกว่าเดิม ฝากระโปรงหลังที่ทำจากอะลูมิเนียมทั้งบานลดน้ำหนักลงอีก 4.2 กิโลกรัม

กุญแจ DisplayKey ใน New series-5 มีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย เช่น การสั่งการทำงานของระบบปรับอากาศในรถ นอกจากนี้ กุญแจดังกล่าวยังมาพร้อมหน้าจอสีแสดงผลแบบระบบสัมผัส ซึ่งแสดงสถานะต่างๆ ของรถ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถรู้สถานะปริมาณของน้ำมันและระยะทางที่รถสามารถวิ่งได้รวมถึงข้อมูลที่สำคัญอื่นๆ โดยกุญแจนี้สามารถชาร์จได้ด้วยเครื่องชาร์จไร้สายที่ติดตั้งมากับรถหรือจากพอร์ต USB ทั่วไป

BMW 530i M Sport ใช้มาตรการลดขนาดเครื่องยนต์แต่ยังคงประสิทธิภาพในด้านแรงบิดด้วยระบบอัดอากาศ BMW TwinPower Turbo เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบรุ่นใหม่ ขนาด 2.0 ลิตร ซึ่งมาแทนเครื่องยนต์เบนซินเดิมที่ใช้ใน BMW 528i F10 เครื่องยนต์ตัวใหม่ใน Series-5 G30 รุ่น 530i เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ใช้เทอร์โบแปรผันแบบ Twin Scroll จำนวน 1 ตัว พร้อมชุดลดอุณหภูมิไอดีอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 185 กิโลวัตต์ หรือ 252 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 17.5 กิโลเมตรต่อลิตร อัตราการปล่อย CO2 ที่ 129 กรัมต่อกิโลเมตร ลดลงจากรุ่นก่อน 11 เปอร์เซ็นต์ สมรรถนะ เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติส่งกำลังไปขับเคลื่อนล้อหลังด้วยเกียร์ ZF-8HP เกียร์เทพของ BMW ที่ประจำการอยู่ในรถ BMW ไล่จาก Series-1 ไปจนถึง Series-7 จากประสิทธิภาพที่ดีด้านการทดกำลังจากเครื่องยนต์ เกียร์ 8 สปีดติดตั้งแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift (มีเฉพาะรุ่น 530i M-Sport)

BMW 530i M Sport ติดตั้งชุดแต่ง M aerodynamics ล้ออัลลอย M ขนาด 19 นิ้วแบบ Double-spoke ภายในโดดเด่นด้วยพวงมาลัยหนังในแบบ M หลังคากระจกเปิดปิดด้วยไฟฟ้า ฝากระโปรงหลังพร้อมระบบเปิดปิดอัตโนมัติ สำหรับระบบใหม่ที่ติดตั้งมาให้ใน 530i M-Sport เป็นระบบช่วยนำรถเข้าที่จอด (Parking Assistance) ทำให้การจอดรถง่ายดายขึ้นด้วยระบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการจอดรถในรูปแบบแนวขนานหรือการจอดแบบเข้าซอง ฟังก์ชันพิเศษเพิ่มเติม โดยในรุ่นนี้ระบบช่วยจอดรถสามารถทำการจอดรถได้ในพื้นที่จอดที่มีความยาวกว่าตัวรถเพียง 80 เซนติเมตร ทำให้การเข้าจอดในพื้นที่จำกัดสามารถทำได้ดียิ่งขึ้น

ระบบอัลตร้าโซนิคเซ็นเซอร์ (ultra sonicsensors) สามารถช่วยค้นหาพื้นที่จอดที่เหมาะสมได้ในขณะขับขี่ที่ความเร็วสูงสุด 35 กม./ชั่วโมง โดยเมื่อพบจุดจอดแล้ว ระบบจะทำการจอดรถเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเกียร์หมุนพวงมาลัย ตลอดจนผ่อนคันเร่งหรือเบรกโดยอัตโนมัติ และในกรณีที่พื้นที่จอดรถทำมุมกับถนนระบบจะต้องการพื้นที่ว่างด้านข้างตัวรถเพียงข้างละ 40 เซนติเมตรเท่านั้นในการทำงานแบบอัตโนมัติ

ระบบ Gesture Control ซึ่งเป็นฟีเจอร์ควบคุมฟังก์ชันหลักด้วยท่าทางการเคลื่อนไหวของมือ BMW เปิดตัวออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรกในรถยนต์ New Series-7 เมื่อปีที่ผ่านมา โดยมีการนำเอาระบบสั่งงานแบบใหม่ดังกล่าวมาติดตั้งไว้ใน New Series-5 ในรุ่น 530i ระบบดังกล่าวพร้อมกับหน้าจอความละเอียดสูงขนาด 10.25 นิ้ว แสดงผลข้อมูลระบบนำทางโทรศัพท์ เพลง หรือเมนูฟังก์ชันต่างๆ ของตัวรถ นอกจากจะสั่งการได้ผ่านทางปุ่ม iDRIVE Controller แล้วระบบควบคุมนี้ยังรองรับการสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของมือ เสียงหรือการสัมผัสปุ่มบนหน้าจอ สำหรับระบบ Gesture Control นั้นนำเสนอการใช้งานในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและสะดวกสบายในทุกฟังก์ชันทั้งระบบ infotainment และโทรศัพท์ ผ่านการขยับมือหรือนิ้วมือ ซึ่งจะถูกตรวจจับโดยระบบเซ็นเซอร์ 3D บริเวณคอนโซลและแปลเป็นคำสั่งต่างๆ ตามการเคลื่อนไหว เช่น สามารถรับโทรศัพท์ได้ด้วยการชี้นิ้วชี้ไปที่หน้าจอ หรือสามารถปัดมือเพื่อปฏิเสธสายเรียกเข้า

Gesture Control เป็นหนึ่งในระบบควบคุมและสั่งการที่เชื่อมต่อการทำงานของระบบให้ความบันเทิงเริงรมย์โดยการใช้สัญญาณมือโบกผ่านหน้าจอที่ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับ คนขับสามารถเร่งหรือหรี่เสียงเพลงได้ง่ายแค่ใช้การวนนิ้วแต่ก็ต้องใช้ความคุ้นเคยเพื่อทำให้นิ้วอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ระดับความคมชัดของหน้าจอมอนิเตอร์ใน New Series-5 G30 จะสูงกว่า Series-5 F10 รุ่นที่แล้ว โดยให้รายละเอียดของภาพกราฟิกที่คมชัด ชุดควบคุม iDRIVE เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดมาพร้อมหน้าจอมอนิเตอร์ขนาด 10.25 นิ้ว ช่วยให้เจ้าของรถสั่งการผ่านปุ่มควบคุม iDRIVE ได้ง่ายและสะดวกกว่าปุ่มแบบคลิก รวมถึงรูปแบบของการสั่งงานในระบบสาระบันเทิงที่คล้ายการสั่งงานด้วยโทรศัพท์สมาร์ทโฟน พร้อมฟังก์ชัน Message Centre ภายในระบบ iDRIVE สำหรับการพิมพ์ข้อความ ตอบอีเมลหรือข้อมูลอื่นๆ ออปชั่นมาตรฐานของ New Series-5 G30 ติดตั้งลำโพงคุณภาพสูง 6 ตำแหน่ง แต่สามารถจ่ายเพิ่มเพื่ออัพเกรดเป็นระบบพรีเมียมเซอร์ราวซาวด์ Bowers & Wilkins เต็มชุดซึ่งจัดลำโพง 16 ตัวพร้อมแอมป์ 10 ช่องสัญญาณ รวมถึงไดมอนด์ทวิตเตอร์ รถ BMW New Series-5 G30 อัดเทคโนโลยีและวิทยาการใหม่ๆ มาจนเต็มคันรถคล้าย New Series-7 ด้วยไอคอนที่สวยงามน่าใช้ เช่น Ambient Air Package ระบบจะแยกไอคอนมวลอากาศภายในห้องโดยสารด้วยกราฟิกที่น่าตื่นตะลึง! พร้อมการเติมกลิ่นหอมเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีของการขับขี่ ฟังก์ชัน Apple CarPlay เพื่อเสียบต่อเชื่อมกับโทรศัพท์ iPhone ผ่านปุ่มควบคุม iDRIVE โดยไม่ต้องใช้สายต่อเชื่อมและเป็นระบบที่ดีที่สุดในปัจจุบัน

520d Luxury ซาลูนเครื่องดีเซลที่เน้นประสิทธิภาพด้านแรงบิดและความประหยัด อุปกรณ์ตกแต่งภายนอกแตกต่างจากรุ่นพี่อย่าง 530i M-Sport โดยเน้นความสง่างามแบบรถยนต์ของผู้บริหารระดับสูงที่เป็นตัวตนของรถรุ่น Series-5 รุ่นLuxury ใช้ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วแบบ W-spoke เครื่องยนต์ดีเซล 4 กระบอกสูบขนาด 2.0 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบคอมมอลเรล ไดเรคอินเจคชั่น เสริมแรงบิดด้วยระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์กับชุดลดอุณหภูมิไอดีอินเตอร์คูลเลอร์ มีค่าการปล่อย Co2 ต่ำ ระดับ EURO-6 เครื่องดีเซลเทอร์โบเดี่ยวขนาด 2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ หรือ 190 แรงม้า แรงบิดจัดหนักถึง 400 นิวตันเมตร BMW 520d รหัส G30 มีตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 20 กิโลเมตรต่อลิตร และมีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 132 กรัมต่อกิโลเมตร สมรรถนะ เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

BMW New Series-5 รุ่นเบนซิน 530iM Sport และรุ่นดีเซล 520d Luxury มาพร้อมกับปุ่มควบคุมฟังก์ชันพร้อมระบบสัมผัส iDrive พร้อมแสดงระบบนำทางระบบโทรศัพท์ ระบบความบันเทิง และระบบการทำงานของรถผ่านจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาด 10.25 นิ้ว โดยรองรับการควบคุมผ่านทาง iDrive Controller สั่งงานด้วยเสียงหรือท่าทาง หรือสัมผัสที่หน้าจอโดยตรง

ดีไซน์ภายนอกของ BMW 520d และ 530i ทั้งสองรุ่น ติดตั้งไฟหน้าแบบ LED ที่ปรับทิศทางตามการหมุนของพวงมาลัยอันถือเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับ Series-5 รุ่นใหม่ ไฟหน้าแบบ Adaptive LED มีระบบปรับการกระจายแสงให้เหมาะสมกับเส้นทางที่ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มแสงสว่างในมุมอับในขณะเข้าโค้ง ระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติในระยะไกลสุด 500 เมตร

ห้องโดยสารฉีกความซ้ำซากจำเจด้วยงานตกแต่งที่หรูหราเน้นบรรยากาศของการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ไล่เรียงจาก iDRIVE เวอร์ชั่นล่าสุด ปุ่มควบคุมระบบแอร์แบบใหม่ หน้าปัดมาตรวัดแบบจอภาพ TFT ที่ยกมาจาก New Series-7 ปรับเปลี่ยนหน้าจอมาตรวัดไปตามโหมดการขับเคลื่อน 4 รูปแบบ นอกเหนือจากพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารในห้องโดยสารที่เพิ่มขึ้น เทคโนโลยี SYNTAK (Special Synergy Thermoacoustic Capsule) ยังช่วยเสริมการเก็บเสียงเพื่อความผ่อนคลายโดยใช้วัสดุซับเสียงแบบใหม่ทำหน้าที่ป้องกันเสียงแปลกปลอมจากภายนอกได้ดีขึ้น  

นอกเหนือจากรุ่น 530i M Sport และรุ่น 520d Luxury แล้ว BMW Thailand ยังเปิดตัวรถยนต์ New Series-5 รุ่น 520d Luxury (Limited) โดยใช้รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกับ 520d Luxury ห้องโดยสารออกแบบมาเพื่อการขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพจากการจัดวางตำแหน่งของปุ่มและสวิตช์ต่างๆ งานตกแต่งภายในด้วยโลหะอะลูมิเนียม หนังแท้ ผ้าและพลาสติกเกรดสูง รวมถึงวัสดุธรรมชาติแบบลายไม้ในดีไซน์ที่หรูหรา แสดงออกถึงเอกลักษณ์ของยานยนต์ซาลูนจากแบรนด์ตราใบพัด ส่วนหน้าปัดแสดงผลอย่างง่ายบนแผงคอนโซล มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาด 8.8 นิ้ว ที่ทำงานควบคู่กับระบบ iDrive Controller BMW 520d Luxury (Limited) ราคา 3,599,000 บาท

ร่ายมายาวสามวาแปดศอกก็ถึงเวลาที่ได้ลองขับแบบจริงๆ จังๆ BMW Thailand จัดเส้นทางทดสอบ New Series-5 โดยมีรถรุ่น 520d Luxury มาให้สื่อมวลชนได้ทดสอบประสิทธิภาพด้วยการขับออกจากกรุงเทพฯ ไปยังเรนโชชาญวีในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่บนระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร ก่อนที่จะไปหวด 530i M-Sport แบบเต็มสูบบนรันเวย์ของสนามบินขนงพระแถบเขาใหญ่

เมื่อเข้าไปนั่งในห้องโดยสารของซาลูนราคา 3,899,000 บาท ก็จะพบกับความหรูหรามีระดับแบบรถผู้บริหารโดยเฉพาะงานตกแต่งที่ดูดีกว่า Series-5 F10 โดยใช้รูปแบบที่คล้ายกันแต่มีความทันสมัยและมีสีสันที่ลงตัวมากกว่า เบาะคนขับกับตำแหน่งของแป้นคันเร่งกับเบรกรวมถึงคันเกียร์คล้ายกับ BMW ที่หลายคนคุ้นเคย มาตรวัดแบบ TFT thin film transistor เปลี่ยนหน้าจอมาตรวัดไปตามโหมดของการขับเคลื่อน โทนสีภายในน้ำตาลตัดกับคอนโซลที่ประดับประดาด้วยงานลายไม้สีเข้มและอัลลอยสีเงิน ปุ่มควบคุมอุณหภูมิ ช่องแอร์ หน้าจอมอนิเตอร์ 10.25 นิ้วเอียงเข้าหาตำแหน่งคนขับเพื่อความง่ายในการใช้งาน

พวงมาลัยแบบสามก้านไม่มีแป้น Paddle Shift มาให้เหมือน Series-5 530i แต่รุ่น 520d Luxury ใช้การชิฟเกียร์ที่คันเกียร์ในตำแหน่ง +/- ปุ่ม iDRIVE มีขนาดใหญ่ การจัดวางปุ่มปรับโหมดการขับเคลื่อนก็ยังลอกเลียนแบบมาจาก New Series-7 เบาะหนังนั่งได้นิ่มสบายก้นมากกว่า Srries-5 F10 แต่ตำแหน่งท่านั่งในการควบคุมของคนขับก็ถือว่าคล้ายกับ Series-5 รุ่นที่แล้ว เมื่อกดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ เสียงเครื่องดีเซล 2 ลิตรติดขึ้นมาเบาๆ จนทำให้รู้สึกแปลกใจในความเงียบของเครื่องยนต์ มาตรการป้องกันเสียงแปลกปลอมจากภายนอกของ BMW New Series-5 ทำออกมาได้ดีเอามากๆ

เมื่อขับที่ความเร็วต่ำในเมืองตั้งแต่เริ่มออกจากถนนวิทยุจนไปโผล่ที่วงแหวนตะวันออกนั้นเงียบเชียบราวกับถ้ำหมี ความเงียบของห้องโดยสารใน New Series-5 รุ่น 520d Luxury คือความลงตัวของวัสดุที่ใช้ในการซับเสียงจากภายนอกให้ได้ยินน้อยที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ บนทางด่วนที่วิ่งไปยังเส้นวงแหวนตะวันออก 520d แสดงให้เห็นถึงความนุ่มนวลและความมั่นคง ย่านความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนทางด่วนมันก็ยังนิ่งและเงียบจนรู้สึกประหลาดใจ Series-5 F10 ที่มีการเก็บเสียงดีอยู่แล้วกลับดีขึ้นมากใน New Series-5 G30 ในจุดนี้ถือว่า BMW ทำออกมาได้ดีมาก

ภายนอกอาจดูคล้าย New Series-7 จากขนาดของตัวถังที่ใหญ่ขึ้น (นิดเดียว) น้ำหนักที่เบากว่า 520 F10 ซึ่งเป็น Series-5 รุ่นที่แล้ว 70 กิโลกรัมทำให้เกิดความปราดเปรียวแม้จะใช้เครื่องดีเซลตัวเล็กแต่ความคล่องตัวที่เกิดจากแรงบิดไม่ได้ลดลง ช่วงล่างหน้าดับเบิ้ลวิชโบนมีชิ้นส่วนทำจากอัลลอยอยู่เพียบทำให้น้ำหนักใต้สปริงไม่มากจนไปบั่นทอนการทำงานของช่วงล่าง รุ่นดีเซลเป็นรถซาลูนหรูราคาแพงที่มีศักยภาพสูง การขับที่ดีของมันสูสีกับ Mercedes Benz E220d W213 แต่น่าเสียดายที่แบรนด์ตราดาวเลิกขายรถ E-Class รุ่นเครื่องยนต์ดีเซลไปแล้ว เหลือเพียงแค่ BMW เท่านั้นที่ยังส่งรถรุ่นใหม่หัวใจดีเซลออกมาทำตลาด ด้วยความที่เป็นรถรุ่นใหม่ซึ่งเต็มไปด้วยความคาดหวังของลูกค้า BMW Group จึงทำการปรับปรุงทุกสิ่งทุกอย่างใน New Series-5 เพื่อทำให้ลูกค้าที่ได้ลองขับเจ้า G30 รู้สึกประทับใจ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบเงียบลงแม้จะถูกเร่งแบบเต็มกำลังมันก็ยังมีเสียงเครื่องที่เงียบกว่า 520d รุ่นที่แล้ว แรงม้า 190 ตัวกับแรงบิด 400 นิวตันเมตรเหลือเฟือสำหรับการขับใช้งานในประเทศไทยแต่ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อกลับมุ่งไปที่ 530i เนื่องจากออปชั่นและประสิทธิภาพที่เหนือกว่ารุ่น 520d

สนามบินขนงพระในสนามกอล์ฟเรนโชชาญวีถูกดัดแปลงเป็นสถานีสลาลมเพื่อให้สื่อมวลชนได้ลองสัมผัสกับ BMW 530i M-Sport เป็นการขับสั้นๆ แค่แวบเดียวแต่ความสามารถที่เกิดจากประสิทธิภาพของตัวรถที่ส่งถ่ายออกมาพอให้รับรู้ได้ว่า 530i M-Sport เป็นซาลูนไซส์กลางที่แปลงร่างเป็นรถบ้านก็ได้หรือสวมบทบาทรถสปอร์ตในยามที่ต้องการความฉับไว การตอบสนองของเครื่องยนต์เบนซิน 2 ลิตรเทอร์โบอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม กำลัง 185 กิโลวัตต์ หรือ 252 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 17.5 กิโลเมตรต่อลิตร ทำให้เจ้า 5 รุ่นใหม่คันนี้มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่หรูหราเอามากๆ การขับแบบสลาลมนั้น อาการของชุดบังคับเลี้ยวจะถูกถ่ายเทออกมาให้สัมผัสในช่วงหักพวงมาลัยหลบไพลอน

ในโหมด Comfort พวงมาลัยคล่องแคล่วแม่นยำแต่การถ่ายเทน้ำหนักยังคงมีอาการย้วยอยู่บ้างเมื่อใส่มาหนักๆ ในโหมด Sport พวงมาลัยไฟฟ้าของ 530i แปรผันน้ำหนักให้หน่วงมือขึ้นเล็กน้อย ล้อขอบ 19 นิ้วกับยาง Pirelli รุ่น Cinturato P7 มีกริบที่ดีเหมือนกับยางคุณภาพสูงทั่วไป รองรับการวิ่งบนถนนเรียบได้ดีและมีเสียงบดลงไปบนผิวถนนที่ไม่ดังจนเกินไปเมื่อวิ่งในย่านความเร็วสูง การถ่ายเทมวลน้ำหนักขณะใช้เบรกโหดๆ ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก หน้าไม่ทิ่มมากจนเกินไปเมื่อกดเบรกแบบเต็มๆ รวมถึงการเร่งความเร็วจากจุดหยุดนิ่งบั้นท้ายก็ไม่ได้ย้วยจนเกินงาม เป็นรถที่ค่อนข้างเสถียรเมื่อขับเร็วและช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายเมื่อขับไปเรื่อยๆ แบบไม่รีบร้อน

BMW ปรับปรุง New Series-5 G30 ให้ดีขึ้นเพื่อเอาใจลูกค้าเก่า ไม่ว่าจะเป็น 520d ราคา 3.9 ล้าน หรือ 530i ราคา 4.3 ล้าน รถทั้งสองรุ่นมีความแตกต่างกันทั้งเครื่องยนต์ ออปชั่นและความสามารถแต่ก็ไม่ได้แตกต่างกันจนสุดกู่แบบเทียบกันไม่ติด ออกจะใกล้เคียงกันด้วยซ้ำถ้าคุณไม่ใช่พวกที่ชอบขับเร็ว ระบบปฏิบัติการ iDRIVE แบบใหม่ใช้งานได้ง่ายและอุดมไปด้วยฟังก์ชันแปลกๆ ที่ยัดเข้ามาเพื่อเอาใจผู้บริหารยุคใหม่ในโลกโซเชียล งานตกแต่งที่ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่า New E-Class รวมถึงพละกำลังของเครื่องยนต์ทั้งสองแบบก็ออกมาในแนวขับสนุกตอบสนองได้ดีตามสไตล์ของจักรกลราคาแพงจากแดนไส้กรอก งานวิศวกรรมที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ New Series-5 ขับได้ดีขึ้น เป็นการส่งสัญญาณไปถึงค่ายตราดาวว่างานผลิตซาลูนไซส์กลางนั้นไม่หมูและยังมี BMW เป็นหอกข้างแคร่อยู่เหมือนเดิมไม่มีวันเปลี่ยนแปลง. 

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/