บริการข่าวไทยรัฐ

'ความกดดันทำให้เราก้าวหน้า' น่ารักเหมือนตุ๊กตา คิโกะ แฟชั่นไอคอนเอเชีย

จริงๆ แล้วเป็นลูกครึ่งอเมริกัน-เกาหลีแต่หลายคนเข้าใจผิดเพราะมาโตอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นสำหรับแฟชั่นไอคอนคนดัง คิโกะ มิซูฮาระ (Kiko Mizuhara) ที่สาวคิโกะมาเยือนประเทศไทยครั้งล่าสุดในงานสุดยิ่งใหญ่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี อวดโฉม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ งานนี้ไทยรัฐออนไลน์ได้รับเชิญเข้าไปสัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ

โดยสาว คิโกะ เดินทางมาในชุดสูทสีเหลืองลายวินเทจพร้อมสร้อยโช้คเกอร์สีดำที่เธอบอกว่า สร้อยโช้คเกอร์ คือเอกลักษณ์ความเป็นเธอนอกจากนี้ คิโกะ ยังสวยสะดุดตาแถมเชิญชวนให้อยากพูดคุยมากขึ้น เมื่อเวลาเธอยิ้ม เรียกว่าเราหลงรักเธอสุดๆ ไปเลย ...

ทั้งนี้เมื่อเราถามเธอในเรื่องของการมาทำงานที่เมืองไทยในครั้งนี้ คิโกะ เริ่มออกอรรถรสในการเล่าทันที โดยพูดถึงความเข้าใจผิดในเรื่องของแฟนที่เข้าใจว่าเธอเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นอีกด้วยว่า

Q : เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับประเทศไทย
A : เคยทำงานให้เมืองไทย หลักๆ ก็คือของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี แล้วก็รู้สึกสนุกมาก และกองถ่ายใหญ่มากเลย อากาศก็ร้อนมากด้วย และอีกหนึ่งอย่างที่เคยมาทำงานที่เมืองไทยและรู้สึกประทับใจมากเลยคือตอนที่มาถ่ายทีวีซีรีส์ญี่ปุ่นที่นี่ เป็นฉากแรกของเรื่องเลย

Q : คนชอบเข้าใจผิดว่าเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น?
A : จริงๆ แล้วคิโกะเป็นลูกครึ่ง อเมริกัน-โคเรีย แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องหนักหนาอะไร รู้สึกดีใจด้วยซ้ำว่าเป็นคนมีแบล็กกราวน์ค่อนข้างหลากหลาย และอีกอย่างแม่ของคิโกะเองก็เกิดที่ญี่ปุ่นด้วยและตอนนี้อยู่ที่แอลเอ ซึ่งคิโกะเองก็รู้สึกว่านี่เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้คิโกะได้ค้นพบด้านใหม่ๆ ของตัวเอง เพราะว่ามีทั้งด้านที่เป็นเกาหลี เป็นอเมริกัน และเป็นญี่ปุ่น

เมื่อถูกถามต่อว่าในฐานะที่เป็นนางแบบและแฟชั่นไอคอนของเอเชีย รู้สึกกดดันมั้ย เธอเล่าให้เราฟังต่อว่า

Q : ในฐานะที่เป็นนางแบบและแฟชั่นไอคอนของเอเชีย รู้สึกกดดันบ้างหรือไม่
A: มันก็ต้องกดดันอยู่แล้ว แต่มันก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไม่ดีอะไร เพราะว่าการที่มีความรู้สึกกดดันมันก็เป็นหนึ่งสิ่งที่ช่วยให้ก้าวไปข้างหน้าได้ด้วย

Q : เริ่มต้นอาชีพการเป็นนางแบบอย่างไร? 
A : เริ่มแรกเลยคือตอนที่คิโกะอายุ 13-14 ปี คุณแม่เป็นคนส่งประวัติคิโกะไปที่หนังสือแม็กกาซีนชื่อ Seventeen เลยได้เริ่มต้นอาชีพ และระหว่างนั้นก็ต้องเดินทางไปกลับระหว่างโกเบกับโตเกียวบ่อยๆ เพราะต้องไปทำงานที่โตเกียว พออายุเกือบ 17 ปี จึงได้ย้ายออกมาอยู่ที่โตเกียวคนเดียว ส่วนเรื่องการแสดง ตอนนั้นมีผู้กำกับเรื่อง “Norwegian Wood” กำลังตามหานักแสดงเพื่อจะมารับบท “มิโดริ” อยู่ ซึ่งคิโกะก็ไปแคสต์ และผู้กำกับก็รู้สึกว่าคิโกะเหมือนกับตัวละครมิโดริ ทั้งลุคภายนอกและนิสัย ก็เลยได้รับบทนั้น ซึ่งนั่นก็เป็นครั้งแรกที่ได้เริ่มเล่นหนัง

Q : ตัวจริงของคิโกะเป็นอย่างไร และชอบทำอะไรตอนว่างๆ?
A : ตัวจริงเป็นคนสนุกสนาน ช่วงว่างๆ ก็ชอบไปซื้อเสื้อผ้าวินเทจ และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ชอบเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ก็เพราะว่าที่นี่มีหลายร้านที่ขายเสื้อผ้าวินเทจ ซึ่งหาไม่ได้จากศูนย์การค้าอื่นๆ และจริงๆ คิโกะก็เป็นคนที่ชอบด้านดนตรีด้วย ชอบเต้นรำ ชอบหากิจกรรมทำเพื่อพยายามไม่ให้ตัวเองเครียด และสิ่งที่คนชอบเข้าใจผิดเกี่ยวกับคิโกะคือ คนชอบคิดว่าคิโกะเป็นคนเท่ๆ คูลๆ เพราะว่าบางทีถ่ายรูปออกมาแล้วไม่ค่อยได้ยิ้ม แต่ว่าจริงๆ แล้วคิโกะเป็นคนง่ายๆ แล้วก็ร่าเริงด้วย

นอกจากนี้ เรายังถามถึงอะไรทำให้เธอโดดเด่นกว่านางแบบคนอื่นๆ ถึงทำให้มาถึงจุดนี้

Q : อะไรที่ทำให้คิโกะโดดเด่นจากคนอื่น?
A : ไม่ได้คิดว่าตนเองมีอะไรแตกต่างไปจากคนอื่น แต่ถ้าจะมีอะไรต่างก็น่าจะเป็นเพราะว่าเป็นคนไม่ทำตามเทรนด์ ไม่ได้แคร์เรื่องราคาของเสื้อผ้าด้วย คือก็ใส่ในสิ่งที่อยากจะใส่ และอีกอย่างคือ มีเพื่อนที่ทำงานในวงการแฟชั่นและอาร์ตค่อนข้างเยอะ ซึ่งก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ inspire ให้คิโกะเหมือนกัน ปกติก็เป็นคนที่ไม่ได้แต่งตัวเยอะอะไร ก็จะแต่งตัวง่ายๆ อยู่แล้ว ก็คือใส่พวกกระโปรงสั้นธรรมดา หรือว่าสกินนี่ยีนส์ แต่ว่าคีย์พอยท์ที่ชอบมากคือโช้คเกอร์ที่เป็นซิกเนเจอร์ของคิโกะ รู้สึกว่าเข้าได้กับทุกชุด

Q : รู้สึกยังไงที่ทำงานร่วมกับ The Weeknd ที่ถ่ายมิวสิกวิดีโอ I feel it coming
A : จริงๆ ใช้เวลาค่อนข้างน้อยมากเลย ไม่ถึง 24 ชั่วโมงก็ถ่ายเสร็จแล้ว คิโกะรู้สึกประทับใจมาก ฉากก็สวยมีเป็นก้อนหินแล้วก็สกรีนใหญ่ๆ และ The Weeknd เองก็น่ารักมาก นิสัยดี แต่ดูเหมือนว่าเขาค่อนข้างเหนื่อยตลอดเวลาเหมือนกัน และล่าสุดที่ไปงานกาล่าก็ได้เจอ The Weeknd ก็เห็นว่าเขายังทำงานหนักอยู่ วันรุ่งขึ้นก็มีตารางถ่ายด้วย ซึ่งก็เปลี่ยนความคิดของคิโกะไปเหมือนกันเพราะเมื่อก่อนคิโกะคิดว่าคนเอเชียนทำงานหนัก แต่จริงๆ แล้วทุกคนก็ทำงานหนักไม่ใช่แค่เอเชียนเท่านั้น ซุปเปอร์สตาร์ทุกคนทำงานหนัก (หัวเราะ)

เมื่อเราถามถึงความประทับใจในกรุงเทพฯ ที่สาวคิโกะมาเยือนหลายต่อหลายครั้งแล้ว ประทับใจอะไรบ้าง คิโกะ ยิ้มก่อนตอบให้เราฟังว่า 

Q : คุณเคยมากรุงเทพฯ ค่อนข้างหลายครั้งแล้วเหมือนกัน มีอะไรที่ประทับใจในกรุงเทพฯ บ้าง?
A : หลักๆ ก็เป็นการที่มาถ่ายโฆษณานี่แหละค่ะ แต่ว่ายังไม่ค่อยมีเวลาไปทำอะไรมาก เพราะว่าส่วนใหญ่ที่มาอยู่ในกรุงเทพฯ ก็จะเป็นการทำงานซะมากกว่า แต่ว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะลองไปซื้อของตามถนนบ้างหรือไปตามพวกร้านแผ่นเสียง แต่อาจจะต้องเป็นคราวหน้าเพราะว่าครั้งนี้ไม่มีเวลา นี่ก็มีทำเป็นลิสต์ไว้แล้วแหละว่าอยากจะทำอะไรบ้าง แต่สิ่งหนึ่งเลยที่คิโกะค้นพบที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซีหลังจากที่เมื่อวานคิโกะก็ได้อยู่ที่นี่ทั้งวันเลยคือ จริงๆ แล้วที่นี่ก็มีอะไรให้คิโกะทำหลายอย่างมาก เช่นข้างล่างมีฟู้ดคอร์ต ซึ่งคิโกะก็ได้ลองอาหารไทยหลายอย่างมากเลย มีลองต้มยำกุ้งแล้วก็ลองทานขนมไทยด้วย และที่โอเพ่น เฮ้าส์ก็มีที่เล่นให้กับลูกๆ ของผู้จัดการด้วย ซึ่งพบว่ามันเป็นสิ่งที่ดีมากเลย และก็ชอบคนไทยด้วย เพราะว่าคนไทยก็มีลักษณะคล้ายๆ คนญี่ปุ่นอยู่เหมือนกัน มีความนอบน้อมแล้วก็น้ำใจดี

Q : ทำงานเป็นทั้งนางแบบ นักแสดง แล้วก็แฟชั่นไอคอนด้วย มีอะไรที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง
A : จริงๆ มันไม่ได้มีอะไรแน่นอนเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะว่าแรงบันดาลใจมันก็ได้มาจากหลายๆ ที่อยู่แล้ว แต่อย่างหนึ่งเลยอาจจะเป็นการที่คิโกะมีเพื่อนๆ ที่มีความแตกต่างเป็น unique อยู่แล้วด้วย ก็เลยได้แรงบันดาลใจมาจากเพื่อน

Q : รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้รับคำเชิญให้มาร่วมงาน เพราะตอนนี้เซ็นทรัลก็สมบูรณ์แบบแล้ว
A : ครั้งที่มาคราวนี้รู้สึกว่าต่างจากครั้งที่แล้วมากๆ เลยเหมือนกัน โดยเฉพาะชั้น 6 ตอนนี้เปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะมาก และมีอะไรให้ทำเยอะมากเลยด้วย

Q : มีความฝันที่อยากจะเป็นอินเตอร์เนชั่นแนลโมเดลหรือเปล่า
A : จริงๆ ก็มี เพราะว่าตอนอายุ 17-18 ก็ได้ไปที่ปารีสเพื่อที่จะไปสมัครงานกับเอเจนซี่ต่างๆ แต่ว่าเนื่องจากตอนนั้นคนที่จะเป็นนางแบบได้ต้องเป็นคนสูงมาก ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้วคิโกะอาจจะเป็นคนที่ตัวไม่สูงเท่าก็เลยไม่ได้รับโอกาสตรงนั้น แต่พอได้รับโอกาสจาก Norwegian Wood ก็เลยเข้าใจว่าการเป็นอินเตอร์เนชั่นแนลโมเดลมันก็เป็นไปเองโดยธรรมชาติอยู่แล้วไม่ใช่ว่าต้องไปอยู่ที่ต่างประเทศถึงจะได้เป็นอินเตอร์เนชั่นแนลโมเดล

และเมื่อลองถามย้อนกลับไปสาวคิโกะกลับบอกว่า อาชีพของเธอในปัจจุบันกลับสอดคล้องกับความฝันในวัยเด็กของเธออย่างที่เธอนึกทีไรก็อมยิ้มกับความสุขนี้ทุกครั้ง

Q : ความฝันในวัยเด็กของคุณคืออะไร
A : อยากเป็นนางแบบ นักออกแบบแฟชั่น และนักแสดง ตอนแรกคิโกะก็ไม่คิดว่าจะมีความฝันแบบนี้เหมือนกัน แต่ว่าพอได้ลองกลับไปอ่านแม็กกาซีน Seventeen ที่เคยได้ให้สัมภาษณ์ไว้ตอนเด็กๆ ก็เลยได้เห็นว่าเราก็เคยได้ให้สัมภาษณ์แบบนี้ไว้เหมือนกัน และมันก็เป็นจริงตามเราคิดไว้

Q : รู้สึกกดดันมั้ยที่ทำงานเป็น professional model
A : ครั้งหนึ่งเคยไปเดินแบบก็รู้สึกว่าทำไมคนอื่นตัวสูงกันจังเลย เอวแทบจะอยู่ที่หัวคิโกะแล้ว แต่พอมาตอนหลังก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องตัวสูงก็ได้ ในการที่จะเป็นนางแบบที่ดีน่าจะขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัยและบุคลิกภาพและการนำเสนอมากกว่าที่จะทำให้คุณเป็นนางแบบที่ดีได้

Q : โปรเจกต์หน้าที่แฟนๆ กำลังจะได้เห็นมีอะไรบ้าง
A : ช่วงหน้าร้อนนี้ที่ญี่ปุ่นก็จะมีหนังเรื่องใหม่ออก เป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ ซึ่งบทของคิโกะจะเป็นผู้หญิงที่ดูภายนอกดูน่ารักใสๆ สไตล์ญี่ปุ่น แล้วผู้ชายก็จะมาหลงรักเยอะมาก แต่ว่าจริงๆ แล้วลักษณะนิสัยของตัวละครนี้จะเป็นคนที่ค่อนข้างมีความร้ายอยู่เหมือนกัน ซึ่งคิโกะก็ชอบมากที่บทมันเป็นอย่างนี้ เพราะรู้สึกว่าผู้ชายเวลามองผู้หญิงก็ดูแค่ที่ลักษณะภายนอกจึงทำให้ตัวละครนี้ใช้โอกาสจากตรงนี้ได้

ตรงนี้เราได้ถามต่อว่าการเป็นคนดังต้องดูแลตัวเองด้วยภาพรวมของตัวเองอย่างไรบ้าง โดยเธอเผยให้เราฟังว่า

Q : มีวิธีดูแลตัวเองยังไงบ้าง มีอะไรเป็นเคล็ดลับ
A : ก็ไม่ได้มีอะไรมาก คิโกะชอบอาบน้ำ ชอบแช่ตัวในน้ำ เพราะว่าจะได้เหงื่อออก ซึ่งก็จะดีต่อสุขภาพผิวด้วย เพราะว่าไม่ค่อยได้มีโอกาสไปออกกำลังกายเท่าไร ก็จะใช้เป็นวิธีอาบน้ำแทน แล้วก็จะใช้โรว์เลอร์ที่หน้าด้วย และตอนที่อยู่ที่แอลเอก็ได้ลองไปเข้าคลาสพิลาทิสอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ค่อยได้มีเวลาไปเท่าไร

Q : มีอะไรที่อยากจะบอกกับแฟนๆ คนที่มีคิโกะเป็นไอดอล
A : ขอขอบคุณที่ช่วยสนับสนุนคิโกะมาตลอดและเชื่อในตัวคิโกะ ก็จะพยายามต่อไป และจะเป็นตัวอย่างที่ดี เป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคน และอยากให้ผู้หญิงมีความมั่นใจในตัวเอง ขอให้เชื่อใน Girls power ด้วย มันสำคัญมากๆ (หัวเราะ)

เป็นไงบ้าง! จากคำสัมภาษณ์ ไทยรัฐออนไลน์ ได้อัพเดตชีวิตส่วนตัว ของคิโกะ เรียกว่าเธอตอบทุกคำถามที่สามารถจะตอบได้ โดยบอกเลยว่า เราหลงเสน่ห์เธอไปเต็มๆ...

ที่มา: i_am_kiko