หุ้นไทยสัปดาห์นี้มี 'รีบาวด์' บล.เคทีบี ให้กรอบ 1,541-1,566 จุด

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

หุ้นไทยสัปดาห์นี้มี 'รีบาวด์' บล.เคทีบี ให้กรอบ 1,541-1,566 จุด

Date Time: 22 พ.ค. 2560 11:42 น.

Video

ถอดโมเดล SpaceX เบื้องหลังเกมการเงิน Elon Musk เดิมพันใหญ่กว่าที่คิด | Digital Frontiers EP.53

Summary

รับข่าวลบไปมาก ถึงเวลาหุ้นไทย 'รีบาวด์' บล.เคทีบี ให้กรอบดัชนีสัปดาห์นี้ 1,541-1,566 จุด ประเมินหากได้รับแรงหนุนจากตัวเลขส่งออกไทย และการจ้างงานสหรัฐฯ จะทำให้แรงซื้อกลับเข้าตลาดอีกเพียบ

Latest


รับข่าวลบไปมาก ถึงเวลาหุ้นไทย 'รีบาวด์' บล.เคทีบี ให้กรอบดัชนีสัปดาห์นี้ 1,541-1,566 จุด ประเมินหากได้รับแรงหนุนจากตัวเลขส่งออกไทย และการจ้างงานสหรัฐฯ จะทำให้แรงซื้อกลับเข้าตลาดอีกเพียบ

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 60 ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ (22-26 พ.ค.) ว่า ตลาดเริ่มเข้าสู่ช่วงของการรีบาวด์ เนื่องจาก่อนหน้าตลาดได้ตอบรับข่าวลบไปพอสมควร ขณะเดียวกัน หุ้นไทยมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ นำโดยหุ้นขนาดใหญ่ที่มีรายได้และกำไรที่ดูดีอยู่ ซึ่งเป็นหุ้นเชิงรับ (defensive) หรือกลุ่มที่กำไรสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจ น่าจะยังดีต่อ ขณะที่หุ้นราคาปรับตัวลงไปมากในช่วงสัปดาห์ก่อน จะเป็นเป้าของการเข้ามาเก็งกำไร ส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นขนาดกลาง-เล็ก

ทั้งนี้ หากไม่มีปัจจัยเชิงลบใหม่ๆ เข้ามา ประกอบกับดัชนีฯ ปรับตัวลงมามาก เราคาดว่าดัชนีจะเริ่มทรงตัว หรือดีดตัวกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1,550 จุด ได้อีกครั้ง และว่าสัปดาห์ถัดไป ทิศทางตลาดจะดีขึ้นแต่จะมีลักษณะเป็น sideway มากกว่า โดยประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามอง คือ ตัวเลขส่งออกของไทย และตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ดังนั้น การรีบาวน์ของดัชนี เมื่อแตะ 1,531 จุด เป็นสัญญาณว่าตลาดยังมีแรงซื้อกลับ คาดกรอบดัชนีฯ สัปดาห์นี้ 1,541-1,566 จุด ในการลงทุนแนะนำให้เปลี่ยนเป็น ถือ

สำหรับ ตัวแปรที่ตลาดให้ความสนใจในสัปดาห์นี้คือ โอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ในการประชุม 14-15 มิ.ย. กลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง (97% ; Bloomberg) รายงานประชุม FOMC 4 พ.ค. ที่จะเปิดเผย 25 พ.ค. จะเพิ่ม/ลดโอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ย

นอกจากนี้ ตลาดจะจับตาดูตัวเลขการจ้างงานที่จะรายงานในวันศุกร์หน้า (2 มิ.ย.) อีกด้วย ส่วนการทดลองขีปาวุธของเกาหลีเหนือ เมื่อวันอาทิตย์ (21 พ.ค.) ไม่น่ามีผลต่อตลาด สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำยังน่าจะเป็นตัวดึงดูดนักลงทุน แต่ในแง่ของตลาดหุ้นแล้ว เรามองว่าน่าจะเริ่มฟื้นตัวจากสัปดาห์ก่อน

ดร.วิน กล่าวอีกว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยยังไม่ชัดเจนนัก GDP ไตรมาส 1 รายงานที่ 3.3% แต่การลงทุนของภาครัฐฯ ในโครงการใหญ่ๆ ชะลอไปจากกำหนดเดิม อย่างน้อยราว 1 ไตรมาส รวมถึงการที่รัฐฯ ไม่มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ ออกมา

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข NPLs ที่สูงขึ้นและการทยอยปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารต่างๆ ดูเป็นลบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในไตรมาสต่อๆ ไป ส่วนการประชุม กนง. 24 พ.ค.นี้ คาดว่า ธปท. จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1.5% รวมถึงค่าเงินบาท 34.3 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ค่าเงินบาทจะกลับมาแข็งค่าอีกครั้ง และจะแข็งต่อถ้าเงินไหลเข้ามาเก็งกำไรในตลาด พันธบัตรจะเป็นลบต่อหุ้นที่มีรายได้เป็นเงินดอลลาร์ สำหรับหุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุนในวันนี้ (22 พ.ค.) เช่น BBL BANPU GFPT BLA KCAR TACC TICON


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ