ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    "กรณ์" จ้างต่างชาติพีอาร์ไทย

    ไทยรัฐออนไลน์9 ก.ค. 2553 05:15 น.
    SHARE

    นายกรณ์ จาติกวณิช

    ขุนคลังชี้ ได้เริ่มงานกับบริษัทต่างชาติทำประชาสัมพันธ์เศรษฐกิจไทยกับสื่อต่างชาติ แต่ยังไม่ได้เซ็นสัญญา ยังไม่ใช่ล็อบบี้ยีสต์เพื่อตอบโต้ใคร...

    นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่กระทรวงการคลังจะว่าจ้างบริษัทประสัมพันธ์จากสหรัฐฯ เพื่อประชาสัมพันธ์เศรษฐกิจประเทศไทยกับสื่อต่างประเทศว่า เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นมีผลต่อความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจของประเทศ และส่งผลกระทบแนวโน้มโอกาสของไทยที่จะเสนอตัวเป็นประเทศที่น่าลงทุนในระยะยาว หากไม่มีการประชาสัมพันธ์ที่ดี และมีการเสนอข่าวที่ไม่ถูกต้องชัดเจนกับผู้บริโภคข่าวในต่างประเทศ อาจทำให้ไทยเสียเปรียบ ประเทศคู่แข่ง และไทยเสียโอกาสในการที่จะได้รับความสนใจในแง่ของแหล่งประเทศที่น่าลงทุนในสายตาของนักลงทุนต่างประเทศ

    "ผมยอมรับว่า ที่ผ่านมาได้มีการติดต่อและประสานงานกันไปบ้างแล้ว  โดยทางบริษัทดังกล่าวได้ ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาเก็บข้อมูล  ถือว่าเป็นการเริ่มทำงาน ในบางส่วนแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีการเซ็นสัญญาลงนาม อย่างเป็นทางการ  ซึ่งผมยืนยันว่าไม่ใช่ล็อบบี้ยีสต์เพื่อตอบโต้ใครแน่นอน โดยใช้บริษัทจากอเมริกาและเป็นการจ้างในช่วงระยะเวลาสั้นๆ"

    ด้านนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวยืนยันว่า เป็นการจ้างบริษัทประชาสัมพันธ์ เพื่อมาดูแลเรื่องเศรษฐกิจของไทยเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการเมือง โดยหลักการจะใช้วิธีการให้ข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ  เพื่อเป็นแนวทางในการ แก้ไขและพัฒนาเศรษฐกิจ รวมไปถึงใช้ในการวิเคราะห์ แนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต เนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจในยุโรปที่เกิดขึ้น  และการเมืองภายในประเทศไทย  ทำ ให้กังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาดทุน ดังนั้นการจ้างบริษัทต่างชาติมาดำเนินการในส่วนประชาสัมพันธ์ ก็เป็นเรื่องที่เหมาะสม ซึ่งข้อเท็จจริง ก็ได้มีการทำประชาสัมพันธ์มาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว

    นายกรณ์ยังได้เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการตลาดทุนว่า ได้หารือถึงการต่ออายุมาตรการทางภาษีแก่บริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย ตามข้อเสนอของชมรมบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (เอ็มเอไอ) โดยได้แสดงความเห็นที่หลากหลายทั้งความเหมาะสมและไม่เหมาะสมในการต่ออายุมาตรการดังกล่าว แต่ยังไม่มีข้อสรุป โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการที่พิจารณา ด้านภาษีไปหารือร่วมกับกรมสรรพากรอย่างเร่งด่วน และเสนอให้ตนพิจารณาภายใน 1 เดือน

    "มีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย และไม่ใช่ ว่าทุกคนจะเห็นด้วยกับการต่ออายุมาตรการภาษีดังกล่าว  โดยมองว่าการส่งเสริมมาตรการภาษีจะต้องไม่ทำ ให้บิดเบือนกลไกทางภาษีหรือเกิดความลักลั่นในตลาด ในระดับที่มากเกินไป จึงต้องพิจารณาให้ละเอียด เพราะข้อเท็จจริงสำหรับผลที่เกิดขึ้นกรณีที่มีการลดภาษีให้ บริษัทจดทะเบียนใหม่คือ ไม่ได้มีบริษัทเข้ามาจดทะเบียน มากนัก หมายความว่า การให้สิทธิประโยชน์ดังกล่าว เป็นเพียงเหตุจูงใจหนึ่ง ขณะที่เป้าหมายหลักของการเข้าจดทะเบียน คือ ระดมทุนในต้นทุนที่ถูกกว่า การกู้เงินจากสถาบันการเงิน"

    ทั้งนี้ ทางชมรมบริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ ใหม่ได้มีหนังสือให้ทางกระทรวงการคลังพิจารณาสิทธิ พิเศษทางด้านภาษีแก่บริษัทจดทะเบียนจาก 30% เหลือ 25%  และในตลาดเอ็มเอไอจาก  30%  เหลือ 20% ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังให้สิทธิพิเศษมาตลอด เพื่อเป็นแรงจูงใจในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และเป็นแรงจูงใจให้กับบริษัทที่มีระบบบัญชีที่ดีและมีการเสียภาษีอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

    อย่างไรก็ดี ตนเห็นด้วยกับแนวคิดของการพัฒนา ตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง และถ้ามีมาตรการใดที่ช่วยให้ การตัดสินใจเข้าจดทะเบียนอย่างเต็มรูปแบบ ก็พร้อมที่จะพิจารณา เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ซึ่งที่ผ่านมาการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลก็มาจากบริษัทจดทะเบียนเป็นส่วนใหญ่

    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการธนาคารแห่ง ประเทศไทย (ธปท.) เสียใจที่ไม่เลือกคนใน ธปท.ขึ้นเป็นผู้ว่าการ ธปท.ว่า ที่จริงนายบัณฑิตเป็นคนที่มีความสามารถ คิดว่าสองท่านนี้มีความเหมาะสมด้วยกันทั้งสิ้น แต่ก็มีกระบวนการในการสรรหาขึ้นมา ก็เป็นธรรมดาอาจจะมีความผิดหวังได้ แต่อยากให้กำลังใจ และคิดว่านายบัณฑิตยังเป็นคนที่มีคุณค่าสำหรับระบบการเงินการคลัง แม้กระทั่งการทำงานภาครัฐอยากให้ กำลังใจ ส่วนคนในคนนอกจากประวัติศาสตร์ของ ธปท. มีทั้งคนในคนนอกแต่ทั้ง 4 คนที่สมัครเข้ามาทำงานครั้งนี้เคยมีประสบการณ์ทำงานใน  ธปท.ด้วยกันทั้งสิ้น

    ส่วนที่นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ได้รับเลือก ให้เป็นผู้ว่าการ ธปท.เคยเป็นผู้บริหารธนาคารกสิกรไทยมาก่อนนั้น เมื่อเข้ามาดำรงตำแหน่งแล้วต้องเป็นมุมมองของการทำงานในภาครัฐ แต่มุมมองที่เป็นประสบการณ์ ซึ่งได้จากภาคเอกชนก็อาจเป็นประโยชน์ ด้วย แต่ต้องไม่มีผลประโยชน์ขัดกัน

    "ผมได้บอกกับ รมว.คลังไปว่าถ้ามีโอกาสอยาก ให้คุยกับนายบัณฑิตว่าเจ้าตัวเขาคิดอย่างไรและดูว่า เขาจะมีความคิดเกี่ยวกับการทำหน้าที่ตรงไหนอย่างไรที่จะเป็นประโยชน์  เพราะคิดว่าเป็นบุคคลที่ควรได้รับการ สนับสนุน แต่ยังไม่ได้วางตำแหน่งใดไว้ให้ เพราะมีหลายตำแหน่งที่ต้องมีการพิจารณาในช่วงสิ้นปีงบประมาณ".

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 05:18 น.