บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทสโก้ โลตัส ห่วงใยผู้ใช้ วิน จยย. ผุดโครงการให้ยืมหมวกกันน็อก

เทสโก้ โลตัส เปิดตัวโครงการให้ยืมหมวกกันน็อค “สวมหมวก ปลอดภัย ใส่ใจ ให้ยืม” ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจนครบาล, สมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย จัดส่งหมวกกันน็อค 1,000 ใบแรกให้กว่า 50 วินทั่วกรุงเทพมหานคร หวังลดการสูญเสีย โดยเฉพาะช่วงเปิดเทอม พร้อมแจกหมวกกระดาษอนามัยเพิ่มความมั่นใจ สอดรับกฎหมายจับปรับผู้ซ้อนท้ายไม่สวมหมวก

วันที่ 19 พ.ค. นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองประธานกรรมการ แผนกสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า “เทสโก้ โลตัส รณรงค์เรื่องความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้จักรยานยนต์ที่มีจำนวนมากในประเทศไทย และเป็นกลุ่มที่มีสถิติการเสียชีวิต บาดเจ็บ จากอุบัติเหตุสูงที่สุด โดยที่ผ่านมา เราได้ร่วมมือกับหลายหน่วยงาน อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กองบังคับการตำรวจจราจร โรงเรียน รวมทั้งจัดโปรโมชั่นลดราคาหมวกกันน็อกที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก) เพื่อให้ลูกค้าและประชาชนสามารถซื้อหมวกกันน็อกที่มีมาตรฐานความปลอดภัย ในราคาประหยัดที่เทสโก้ โลตัส

นอกเหนือจากกลุ่มผู้ขับขี่และซ้อนท้ายแล้ว ยังมองไปถึงกลุ่มผู้โดยสารที่ใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์ ซึ่งส่วนมาก มักจะไม่พกหมวกกันน็อกส่วนตัว และวินก็ไม่มีหมวกกันน็อกส่วนรวมเอาไว้ให้บริการ จึงเป็นที่มาของโครงการ ‘สวมหมวก ปลอดภัย ใส่ใจ ให้ยืม’ ซึ่งเป็นโครงการที่ส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการวินจักรยานยนต์รับจ้าง ได้สวมหมวกกันน็อกป้องกันอุบัติเหตุให้เคยชิน

“เทสโก้ โลตัส ได้มอบหมวกกันน็อคจำนวน 1,000 ใบ ผ่านสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย เพื่อให้ไปหมุนเวียนให้ลูกค้าผู้ใช้บริการได้สวมหมวกกันน็อกเพื่อความปลอดภัย ซึ่งพบว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยๆ จะเป็นอุบัติเหตุในระยะใกล้ๆ บนถนนเส้นรอง นอกจากนี้ยังพบด้วยว่าผู้ซ้อนท้ายจักรยานยนต์รับจ้างส่วนใหญ่ไม่กล้าใส่หมวกกันน็อกหมุนเวียน เพราะกังวลเรื่องความสะอาด เทสโก้ โลตัสจึงได้แจกหมวกคลุมผมอนามัย ให้กับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างกว่า 50 แห่งทั่วกรุงด้วย”

สำหรับบรรยากาศการเปิดตัวโครงการ สวมหมวก ปลอดภัย ใส่ใจ ให้ยืม ครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก พล.ต.ต. จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มาร่วมเป็นประธานในพิธี จัดขึ้น ณ วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หน้าปากซอยลาดพร้าว 101 โดยมีสมาชิกสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทยตลอดจนประชาชนผู้ใช้บริการให้ความสนใจมาร่วมงาน

พล.ต.ต. จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า “กองบัญชาการตำรวจนครบาล เห็นความจำเป็นในเรื่องความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนน ที่ต้องสวมหมวกนิรภัยเพื่อความปลอดภัย ซึ่งมีในแต่ละปีจะมีประชาชนเสียชีวิตจากการไม่สวมหมวกนิรภัยเป็นจำนวนมาก ทั้งๆที่มีความเข้มข้นในเรื่องการตรวจจับบังคับใช้กฎหมายอยู่แล้ว แต่ประชาชนผู้ซ้อนมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง อาจไม่กล้าใส่หมวก เพราะคิดว่าใกล้ๆ หรือ กังวลเรื่องความสะอาด พอมีโครงการให้ยืมหมวกกันน็อก พร้อมแจกหมวกอนามัย ให้สวมใส่ ตนว่าเป็นทางเลือกที่ดี”

ด้าน นายเฉลิม ชั่งทองมะดัน นายกสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งที่วินจักรยานยนต์รับจ้างพบก็คือ ลูกค้าจะไม่ชอบใส่หมวกกันน็อกที่ผู้ขับเตรียมไว้ให้ เพราะกังวลในเรื่องความสะอาด อีกทั้งคิดว่าเป็นระยะทางใกล้ๆ

“โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี เพราะปัจจุบันทางผู้ขับวินจักรยานยนต์รับจ้างก็อยากสนับสนุนให้ลูกค้าผู้ใช้บริการได้สวมหมวกกันน็อก แต่ส่วนใหญ่ไม่สะดวก การที่เทสโก้ โลตัส มีโครงการให้ยืมหมวกกันน็อก จะทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจมากขึ้น โดยหมวกกันน็อกจำนวน 1,000 ใบ ที่เทสโก้ โลตัส มอบให้กับสมาคมฯนั้น ทางสมาคมฯ ได้จัดสรรและกระจายไปยังวินมอเตอร์ไซต์กว่า 50 วิน ทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งเชื่อว่าโครงการนี้ส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้คนในเมือง ป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนคนทำงานซึ่งเป็นลูกค้าหลัก” นายกสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย กล่าว

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บและพิการจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับสองของโลก ไม่เฉพาะในช่วงเทศกาลหยุดยาวเท่านั้น หากในช่วงเปิดเทอมของนักเรียนนักศึกษา ยังเป็นช่วงที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นไม่น้อย เพราะมีเด็กไทยในวัยเรียนราว 1.3 ล้านคนต้องเดินทางโดยการซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ แต่กลับมีเพียง 7% เท่านั้นที่สวมหมวกกันน็อก แม้ว่าจะมีกฎหมายบังคับก็ตาม

“การสวมหมวกกันน็อกถือเป็นการลดปัจจัยเสี่ยง และลดการสูญเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางถนน แม้ในแต่ละพื้นที่ทุกหน่วยงานมีความพร้อมในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเต็มกำลัง แต่การเอาใจใส่ความปลอดภัยของผู้ขับขี่ ผู้ซ้อนท้าย ถือเป็นพื้นฐานของการป้องกันที่ดีที่สุด โดยหมวกกันน็อกที่สวมใส่ต้องได้มาตรฐานความปลอดภัยด้วย” นายชาคริต กล่าว