บริการข่าวไทยรัฐ

จี้รัฐวิสาหกิจลงทุนหนุนจีดีพี บจ.ไทยฟิต! ไตรมาสแรกกำไร 2.85 แสนล้าน

“สมคิด” ฝากความหวังเบิกจ่ายงบรัฐวิสาหกิจช่วยหนุนจีดีพี ตั้งธงรักษาระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจไตรมาส 2 ไว้ไม่ให้ทรุดตัว ด้าน “เอกนิติ” แจงตัวเลขเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ 45 แห่ง เดือน เม.ย.ขยายตัว 32% ส่งสัญญาณบวก ขณะที่ผลประกอบการบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ทำกำไร 2.85 แสนล้านบาท ในไตรมาสแรกปีนี้ เพิ่มกว่า 21% ผลจากการฟื้นตัวของธุรกิจน้ำมันและปิโตรเคมี

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกปีนี้ ขยายตัวเร่งตัวขึ้นจากไตรมาสที่ 4 ปี 2559 ส่วนหนึ่งเกิดจากการขยายตัวของการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนรัฐวิสาหกิจที่ปรับตัวเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น และผลักดันให้เศรษฐกิจไทยปี 2560 ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ยังขอให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจไตรมาส2 ปี 2560 ให้ขยายตัวต่อเนื่อง หลังจากที่ไตรมาสแรกขยายตัวได้ 17%

ทั้งนี้จะต้องรักษาระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ไม่ให้ไตรมาส 2 ของปีนี้ทรุดตัว สิ่งสำคัญคือการเบิกจ่ายงบลงทุนและการเบิกจ่ายภาครัฐ ซึ่งได้รับคำยืนยันจากบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท ว่า ภายในปีนี้จะดำเนินการติดตั้งอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านให้ได้ 20,000 แห่งแน่นอน และบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ให้คำยืนยันว่าจะไม่ยืดเวลาออกไป ทุกอย่างยังเป็นไปตามเป้าหมาย ทางด้านการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะมีเปิดประมูลโครงการต่างๆ ไปตามลำดับ รวมถึงรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ต่างยืนยันว่า เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

“กิจการธุรกิจเริ่มฟอร์มตัวขึ้นมา กรอบกว้างดีขึ้นมาเรื่อยๆ แต่จุดสำคัญภายใต้กรอบกว้างที่ดีต้องคุมให้อยู่ กรอบการช่วยเหลือรายย่อยต้องคุมให้แน่นอย่าให้หลุด และตรงไหนที่ยังมีจุดอ่อนต้องไปเติมให้แข็งแรง โดยเฉพาะฐานรากนั้นสำคัญ”

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ขยายตัว 3.3% เร่งตัวขึ้นจากไตรมาสที่ 4 ปีที่ผ่านมา ที่ขยายตัว 3.0% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะการลงทุนรัฐวิสาหกิจที่ขยายตัวสูงถึง 17% สำหรับผลการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 45 แห่ง ซึ่งเป็นเครื่องชี้การลงทุนรัฐวิสาหกิจในเดือน เม.ย.2560 อยู่ที่วงเงิน 18,425 ล้านบาท ขยายตัว 32% ซึ่งมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ปี 2560 ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ในช่วงที่การใช้จ่ายภาคเอกชนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับผลการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจสะสมถึงเดือน เม.ย.2560 (ต.ค.2559-เม.ย.2560) อยู่ที่ 82,014 ล้านบาท หรือคิดเป็น 85% ของแผนการเบิกจ่ายลงทุนสะสม โดยรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการตามปีงบประมาณเบิกจ่ายได้ 43,850 ล้านบาท หรือคิดเป็น 84% ของแผนการเบิกจ่ายลงทุนสะสม และรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการตามปีปฏิทินเบิกจ่ายได้ 38,164 ล้านบาท หรือคิดเป็น 85% ของแผนการเบิกจ่ายลงทุน

สำหรับรัฐวิสาหกิจที่มีงบลงทุนขนาดใหญ่และสามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมายที่กำหนด ได้แก่ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, การประปาส่วนภูมิภาค, การเคหะแห่งชาติ, การประปานครหลวง, บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, การไฟฟ้านครหลวง และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)

ขณะที่นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจำนวน 572 บริษัท หรือคิดเป็น 92.41% จากทั้งหมด 619 บริษัท (รวมกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือเอ็นซี และบริษัทที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด หรือเอ็นพีจี) นำส่งผลการดำเนินงาน งวดไตรมาส 1/2560 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.2560พบว่า บจ. มีกำไรสุทธิจำนวน 431 บริษัท คิดเป็น 75.35% ของบริษัทที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด

“ไตรมาส 1/2560 บจ. มียอดขายรวม 2,705,120 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.28% และมีกำไรสุทธิ 284,662 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากหมวดพลังงานและสาธารณูปโภค และหมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ มีผลประกอบการดีขึ้นทั้งยอดขายและกำไรสุทธิ ทั้งนี้ บจ. มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 23.98% ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2559 ผลของราคาน้ำมันในตลาดโลกโดยเฉลี่ยในไตรมาส 1/2560 ที่สูงขึ้นราว 70% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน มาอยู่ที่ 53 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ได้ส่งผลดีต่อหมวดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์น้ำมัน ขณะเดียวกันได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของหมวดธุรกิจอื่นๆโดยรวมเช่นกัน”.