
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และสหกรณ์ เคหะสถานนพเก้า จำกัด ที่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ไปแล้วนั้น พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งให้หาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์อยู่ระหว่างหาแนวทางกำกับดูแลและส่งเสริมสหกรณ์ให้มีศักยภาพ ซึ่งจะออกมาตรการกำกับดูแลมากขึ้น จากเดิมจะตรวจสอบสถานะการเงินปีละ 1 ครั้งตามวงรอบ แต่ต่อไปจะเพิ่มการตรวจสอบสถานะการเงินอย่างต่อเนื่องเพื่อใช้เป็นระบบเตือนภัย พร้อมกับออกเกณฑ์กำกับสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนต้องรายงานธุรกรรมอย่างสม่ำเสมอ
“ในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านการใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สหกรณ์ฉบับใหม่ ซึ่งอยู่ในระหว่างเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณานั้น ได้มีการตั้งคณะกรรมการกำกับขึ้นมาดูแลร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง หาก พ.ร.บ.ได้รับความเห็นชอบจะตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เข้ามากำกับดูแลติดตามสถานะการเงินของแต่ละสหกรณ์ วิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น และดำเนินการตรวจสอบเพื่อสร้างระบบเตือนภัยกรณีที่พบว่าจะมีเหตุร้ายแรง กรมส่งเสริมสหกรณ์จะเข้าไปตรวจสอบทันทีและใช้กฎหมายใหม่ที่นายทะเบียนมีอำนาจจัดการและมีบทลงโทษที่ร้ายแรงเข้าไปดำเนินการ”
ขณะเดียวกันได้จัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือสหกรณ์ขึ้น ซึ่งจะระดมเงินจากธนาคารของรัฐ สหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ และเงินทุนของสหกรณ์ขนาดใหญ่ เพื่อนำไปช่วยเหลือสหกรณ์ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องต่อไป.