วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดสภาพบ้าน สาวมาด ลูกทุ่งดัง พิการ เลิกผัว ชีวิตไม่เหลืออะไร (คลิป)

สาวมาด เมกะแดนซ์ รับตอนนี้ชีวิตลำบากมาก วอนผู้ใหญ่ช่วยซื้อเพลงที่ตนแต่ง และหาคอนเสิร์ตให้ตนได้ร้องบ้าง จะได้มีเงินมารักษาอาการเจ็บป่วยของตนเอง และขอรถเข็นคันใหม่จากผู้ใหญ่ใจดี เปรยตอนนี้มีหนังเรื่อง อีปึก อัศจรรย์ วันแห่งศรัทธา หนังจากชีวิตจริงของตนออกฉายในโรงภาพยนตร์

อดีตนักร้องดังฉายาเพลง ดาวมหาลัย สาวมาด เมกะแดนช์ ขวัญใจรางวัลพระพิฆเนศทองคำพระราชทานปี 52 หลังจากเจ็บป่วยด้วยโรคครรภ์เป็นพิษ จนต้องรักษาและผ่าตัดสมองมาร่วม 5 ปี จนเงินแทบไม่มี กลับมานอนรักษาตัวที่ห้องเช่ากับเพื่อนและพี่สาว สุดทนชีวิตเงินค่ายาและการกินอยู่ไม่ดี วอนแฟนเพลงและผู้ใหญ่ใจบุญช่วยอุปการะเพลงแต่งเอง ขณะนี้เจ้าตัวเดินเหินไม่ได้

ผู้สื่อข่าวได้ทราบถึงเรื่องราวชีวิตของอดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดังรางวัลพระพิฆเนศทองคำพระราชทานปี 52 เจ้าของเพลงดาวมหาลัย หรือ สาวมาด เมกะแดนช์ หลังจากที่เจ็บป่วยมานานร่วม 5 ปี ได้กลับมานอนรักษาตัวอยู่ที่บ้าน อ.เสาไห้ จ.สระบุรี และย้ายกลับมาเช่าบ้านอยู่กับเพื่อนและพี่สาว ที่ห้องเช่าบ้านเลขที่ 33 ห้องที่ 8 หมู่ที่ 5 ต. โคกแย้ อ.หนองแค จ.สระบุรี

เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางมาถึงที่ห้องเช่าดังกล่าว มีทั้งหมด 9 ห้อง ส่วนห้องที่ 8 นั้นเป็นห้องของ น.ส.ภทรชล วรนันมงคล อายุ 41 ปี หรือ สาวมาด เมกะแดนซ์ เมื่อผู้สื่อข่าวเดินมาถึงที่ห้องดังกล่าวได้พบกับสาวมาดนอนอยู่ที่บนเตียงนอน โดยมีพัดลมเป่าอยู่ข้างกาย ในสภาพห้องอบอ้าว ส่วนที่ห้องครัวนั้น พบ น.ส.อุดมพร รักษาพงศ์ อายุ 41 ปี เพื่อนสนิทกำลังทำกับข้าวมาให้กิน

ด้านสาวมาด อดีตนักร้องดังนอนอยู่บนเตียงนอนในห้อง โดยร่างกายเดินเหินไม่ได้เพราะขาและมือไม่มีแรง หลังจากผ่าตัดรักษาตัวมา ได้เปิดเผยในชีวิตการเป็นนักร้องกับผู้สื่อข่าวว่า สมัยตนเป็นสาวช่วงอายุ 31 ปี ได้เป็นนักร้องตามวงอิเลคโทนทั่วไป จนกระทั่งมาปี 35 เป็นต้นมา ก็เข้าสู่วงการเพลงของค่ายท็อปไลน์ ไดมอนด์ ตลอดมา โดยการเข้าสังกัดค่ายนั้นมีเพียงสัญญาใจในการอยู่ร่วมค่ายเพลง

ต่อมาจนกระทั่งเข้าปี 2552 ตนเองได้ขึ้นมาดังทั่วประเทศในเพลงดาวมหาลัย และเพลงสาวลาดพร้าว จนได้รับรางวัลพระพิฆเนศทองคำพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในปีนั้น และมาดังอีกเพลงชื่อเพลงชมรมคนผัวเผลอ ในปี 56 หลังจากนั้นความรุ่งของน้ำเสียงในเพลงของสาวมาดก็เริ่มซาถอยลง

เข้าปี 56 ได้ล้มป่วย เจ้าตัวต้องเข้ารักษาตัวมาตลอดร่วม 5 ปี เพราะหมอบอกว่าเป็นโรคครรภ์เป็นพิษ จนต้องรักษาตัวและผ่าตัดสมอง ขณะที่ในร่างกายก็ยังเป็นโรคเส้นโลหิตในสมองตีบ

สาวมาด เผยต่อว่า ในระหว่าง 2 ปีที่ผ่านมา ในการรักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพ และโรงพยาบาลรามาฯ ตนนอนรักษาตัวที่กรุงเทพฯ 2 ปี งานก็ต้องหยุดไป โดยการรักษาตัว 2 ปีนั้น หมดค่ารักษาตัวไป 11 ล้านบาท โดยมีเจ้าของบริษัท ท็อปไลน์ ไดมอนด์เป็นผู้ออกค่ารักษาพยาบาลให้

หลังจากนั้นอีก 2 ปี ตนเองเดินทางกลับมานอนรักษาตัวที่บ้าน อ.เสาไห้ จ.สระบุรี โดยมาอยู่กับเพื่อนสนิท ซึ่งล่าสุดประมาณ 2 อาทิตย์ ตนก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่ห้องเช่าที่ดังกล่าว โดยเช่าห้องราคา 1,200 บาทกับเพื่อน เหตุผลที่ตนมาอยู่ที่นี่เพราะว่าจะได้อยู่ใกล้กับบ้านพี่สาว ซึ่งทำงานอยู่ที่โรงงาน เพราะว่าบางทีจะมาช่วยคอยดูแลบ้าง

ด้านสาวมาดได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวอีกว่า ช่วงนี้ตนก็ไม่มีเงิน แถมยาก็ต้องซื้อ ที่ผ่านมานั้นระหว่างนอนรักษาตัวอยู่บ้านนั้น ก็เขียนหนังสือไม่ได้ แต่นั่งแต่งเพลงให้เพื่อนเขียนให้แล้วก็เป็นคนขายให้เพื่อนศิลปิน เช่น แมน มณีวรรณ และ บัวผัน จันทร์โสร และ ศิริพร อำไพพงษ์ เป็นต้น ราคาเพลงละ 1 หมื่นบาท โดยเงินดังกล่าวก็นำมาใช้จ่าย แต่ช่วงหลังขายเพลงไม่ค่อยดีเหมือนที่ผ่านมา

สาวมาด เผยต่อว่า อยากขอวิงวอนให้ผู้ใหญ่ใจบุญหรือผู้มีอุปการคุณ ช่วยหาคอนเสิร์ตให้ตนออกไปร้องเพลงบ้าง เพื่อที่จะเป็นการนำเงินมารักษาตัวเอง หรือไม่ก็ขอให้ช่วยซื้อบทเพลงที่ตนเองแต่งไว้ก็ดี ถึงแม้ตนเองจะเดินไม่ได้เท่านี้ก็เพียงพอเพื่อนำเงินมารักษาตัวและใช้จ่าย สาวมาดกล่าวแบบหน้าเศร้าใจ

และนอกจากนี้ ตนเองได้เขียนหนังสือถึงบริษัท บุญรอด เพื่อขอให้ช่วยจัดงานคอนเสิร์ตช่วยเหลือสาวมาด โดยเรื่องยังอยู่ระหว่างการวางแผนงานคอนเสิร์ต ซึ่งคาดว่าอีกไม่นานก็คงจะได้พบกับสาวมาดแน่นอน พร้อมขอให้ประชาชนมาชมคอนเสิร์ตด้วย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

และที่ผ่านมานั้น ได้มีผู้ใหญ่ใน จ.สระบุรี มาขอตนทำหนังเรื่องราวชีวิตของตนไปแล้วประมาณ 5-6 เดือน โดยจะออกฉายในโรงวันที่ 13 ก.ค.นี้ทุกโรง ชื่อเรื่อง อีปึก อัศจรรย์ วันแห่งศรัทธา

ตบท้ายล่าสุด สาวมาดได้พูดน้ำเสียงแบบไม่อายว่า ตอนนี้ตนแย่มาก เงินทองก็ไม่มี ส่วนรถเข็นที่ตนนั่งก็พังลง อยากได้ผู้ใจบุญนำรถเข็นมาเปลี่ยนใหม่ก็ดี

ทางด้าน น.ส.อุดมพร เพื่อนสนิทเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองรู้จักกับสาวมาดมานานแล้วก่อนจะมาเป็นนักร้องดัง ส่วนตนเองเป็นช่างเสริมสวย พอทราบข่าวว่าเพื่อนป่วยเดินไม่ได้ ก็เลยออกจากงานมาช่วยดูแลเพื่อนร่วม 2 ปี ซึ่งตนไม่คิดอะไรมาก แค่ขอให้เพื่อนหายไวๆ เท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

-สาวมาด เปิดใจเสียงสั่นสามีทิ้งจริง! จับได้หนีไปมีผู้หญิงอื่น