วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' อ้อนลงพื้นที่คุย ปชช.ไขข้อข้องใจ ปชต.แท้จริง ไม่ใช่พิธีกรรม

นายกฯ ซัดมีพวกเซาะรัฐบาล แสวงหากลับสู่อำนาจการเมือง ขอ ปชช.เข้าใจทำทุกอย่างเพื่อตั้งสิ่งที่เอียงกลับมาให้ตรง วางยุทธศาสตร์ชาติเป็นเข็มทิศนำสู่แสงสว่างปลายอุโมงค์ พร้อมอ้อนอยากหาเวลาลงพื้นที่คุย ปชช.ไขข้อข้องใจปม ปชต.แท้จริง

เมื่อวันที่ 19 พ.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่าจากมุมมองต่างประเทศในการทำงานของรัฐบาลและ คสช.ช่วง 3 ปี ส่วนใหญ่มีทิศทางที่ดีขึ้น จึงไม่อยากกล่าวอะไรมากเรื่องผลงานว่ามีหรือไม่มี เพราะผลงานไม่ได้หมายความว่าต้องมีอะไรใหม่อย่างเดียว อย่างการแก้ปัญหาเก่าๆ ที่สะสมมานาน เช่น การทุจริต ที่ต้องทำควบคู่กับการเพิ่มมาตรการช่วยเหลือด้านต่างๆ ที่หลายคนยังยึดติดว่าทำไมไม่ให้เงินช่วยเหลือมากๆ คำพูดเหล่านั้นเป็นเพียงวาทกรรมที่หวังผลทางการเมืองในอนาคตมากกว่า เลยทำให้ดูว่ารัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่ทันใจเหมือนใช้เงินแก้ปัญหา ที่ทำได้ง่ายและมีผลการเมืองโดยตรง ดังนั้นฝากฝ่ายการเมืองทบทวนด้วยว่า จริงๆ แล้วสังคมต้องการแก้ปัญหาแบบไหน ที่ทำให้หลุดพ้นกับดักต่างๆ ไม่สร้างความต้องการเทียม จนส่งผลเศรษฐกิจอิ่มตัวสร้างหนี้สินรุงรัง ไม่มีโอกาสลืมตาอ้างปาก รอแต่ความช่วยเหลืออย่างเดียว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การสร้างการรับรู้เพื่อความเข้าใจระหว่างนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ตนอยากหาเวลาออกไปพบปะพูดคุยทั้งใน กทม.และในท้องถิ่นจังหวัดต่างๆ ด้วย เพื่อให้ทุกคนได้ทราบถึงการทำงานของภาครัฐ ถามไถ่ไขข้อข้องใจ เกิดการมีส่วนร่วม เพื่อให้เข้าใจข้อกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ ที่ส่วนราชการต้องปฏิบัติ ถ้าไม่เข้าใจกันก็มองว่าล่าช้าไม่เป็นธรรม จะได้เกิดความปรองดอง มีประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล และกิจกรรมนี้ฝาก คสช.สนับสนุนกิจกรรมพูดคุย จะได้ไม่ต้องไปเปิดเวทีอะไรมากมาย จะได้เลิกโทษกันมา เลิกย่ำเท้าอยู่กับที่กันเสียที และจะได้ปฏิรูปความคิดใหม่ สร้างความร่วมมือมากกว่าอ้างประชาธิปไตยอย่างเดียว โดยทำอย่างมียุทธศาสตร์ ปรับโครงสร้างหน่วยงานรัฐ ลดองคาพยพ ประหยัดงบประมาณ เพื่อนำไปจัดสวัสดิการสังคมให้ประชาชนได้มากขึ้น นี่คือสิ่งที่รัฐบาลนี้กำลังทำ กำลังวางยุทธศาสตร์ระดับชาติ เพื่อให้เป็นเข็มทิศนำทางไปสู่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ด้วยเวลาที่จำกัด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเตรียมการสำหรับทำงานการเมืองหรือการเดินหน้าประเทศสู่ประชาธิปไตยในอนาคต เราคงไม่จำเป็นต้องทำลายลบล้างสิ่งที่ คสช.วางรากฐานปรับสิ่งที่เอียงให้ค่อยๆ ตั้งตรง เสริมความเข้มแข็งเหมือนที่ตนพูดตั้งแต่ 22 พ.ค.57 ที่อาจมีคนที่ไม่เห็นชอบ ไม่เห็นด้วย แล้วพยายามทำลาย เซาะให้เอนเอียงเหมือนเดิมอีกครั้ง เพื่อแสวงหาหนทางเข้าสู่อำนาจทางการเมือง และให้ประชาชนกลับไปสนับสนุนเป็นฐานเสียง ไม่ได้มุ่งหวังให้ประชาชนเข้มแข็ง วันหน้าต้องพึ่งพารัฐและฝ่ายการเมืองเหมือนเดิม เป็นจุดอ่อนของประชาธิปไตยของไทย ต่างกับรัฐบาลนี้ขับเคลื่อนประเทศไทยของเราไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงพิธีกรรมเหมือนการเลือกตั้ง และรู้สึกยินดีที่มีนักการเมืองหลายท่านพูดในเรื่องที่สร้างสรรค์ เช่น ต้องร่วมมือกันขจัดคนไม่ดีออกไปจากการเมืองไทยให้ได้ เวลานี้ขึ้นอยู่กับพี่น้องคนไทยแล้วว่าต้องการหลุดพ้นวังวนปัญหาเดิมๆ หรือไม่ อย่าทำให้นักการเมืองดีๆ ที่ก็มีอยู่เยอะ หรือคนที่คิดเป็นนักการเมืองทางเลือกใหม่ต้องเกิดวิกฤติศรัทธาที่จะเข้ามาทำงานช่วยชาติ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลยอมรับว่า ถึงแม้ตัวเลขประเมินทางเศรษฐกิจดีขึ้นในภาพรวม แต่การกระจายรายได้ยังทำได้ไม่ทั่วถึง จำเป็นต้องแสวงหามาตรการ แต่อาจทำได้ไม่รวดเร็วนัก เพราะต้องระมัดระวังเรื่องข้อกฎหมายต่างๆ เพราะอาจมีการบิดเบือนให้ร้ายจนไม่เข้าใจ การลงทุนขนาดใหญ่ รถไฟทางคู่ รถไฟไทย-จีน รถไฟฟ้า ถนนโทลล์เวย์ ต้องเร่งทำ แต่มีข้อโต้แย้งคัดค้านมาตลอด ฝากทำความเข้าใจด้วยว่าวันนี้ไม่ใช่เวลาปกติเราต้องเร่งดำเนินการ ถ้าคิดแบบเดิม ทำแบบเดิม จะไม่ทันการณ์ เพราะการใช้จ่ายภาครัฐผ่านส่วนราชการเองยังมีข้อติดขัดล่าช้า บางอย่างตัดออกไม่ได้ เพราะมีผลทางกฎหมาย หลายคนมองว่ามีอำนาจพิเศษทำไมตนทำไม่ได้ แล้วตนไม่ต้องฟังเสียงคนส่วนใหญ่ด้วยหรือ ก็ต้องฟังด้วย ถ้าจะให้ทำตนต้องได้รับความเห็นชอบจากเสียงส่วนใหญ่ว่าควรจะทำ ถ้าอยากจะให้ตนใช้อำนาจที่ถูกต้องก็บอกตนมาว่าพร้อมให้ตนทำ รับรองไม่ทำในสิ่งที่ผิด และต้องระวังการตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ ในสื่อโซเชียล เพราะวันนี้กว้างขวางมากมาย ถูกบ้างผิดบ้าง และการปฏิบัติงานขององค์กรอิสระก็ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน.