บริการข่าวไทยรัฐ

แค่ก่อกวน! ผบ.ทบ.ยันบึม 'หน้าโรงละคร-กองสลาก' จ้องดิสเครดิต รบ.

ผบ.ทบ.ยันเหตุระเบิดโรงละครแห่งชาติ-กองสลากแค่ก่อกวนจ้องดิสเครดิตรัฐบาล ยันไม่เกี่ยวคสช.ครบ 3 ปีไม่ฟันธง กลุ่มไหน ตั้งข้อสังเกตผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐบาล-คสช.ยอมรับหาคนทำผิดยาก

เมื่อวันที่ 19 พ.ค.60 ที่กองพลทหารท้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการคสช.กล่าวถึง เหตุคล้ายระเบิดบริเวณโรงละครแห่งชาติว่า สรุปได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 2 ครั้ง คือบริเวณโรงละครแห่งชาติ และหน้ากองสลากเก่า เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมาเป็นรูปแบบของระเบิดที่มีความใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นการก่อกวนและสร้างสถานการณ์โดยไม่ได้หวังผลร้ายแรง คิดว่าเป็นกลุ่มที่ไม่ต้องการเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าด้วยความสงบเรียบร้อย ซึ่งนายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม มีความห่วงใย และสั่งการผ่านฝ่ายความมั่นคงโดยเฉพาะการบูรณาการ ข้อมูลข่าวสารด้านการข่าวต้องค้นหาและพิสูจน์ทราบให้ได้ว่า ผู้ที่ก่อเหตุมีพื้นฐานมาจากไหนอย่างใดเกี่ยวข้องกับด้านการเมืองหรือไม่ หรือเป็นกลุ่มคนที่ไม่พอใจเป็นการส่วนตัว หรือกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการต่างๆ ของรัฐบาลและคสช.

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวต่อว่า ในส่วนของทหารหรือกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย(กกล.รส.) เรามีกองอำนวยการร่วมอยู่แล้ว ตนสั่งการให้ พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้พิจารณาทบทวนถ้ามีความจำเป็นให้นำกองกำลังกกล.รส.ในพื้นที่อื่นเข้าไปเพิ่มเติมโดยประสานกับตำรวจ ซึ่งขณะนี้ตำรวจได้จัดสายตรวจเพิ่มเติมทั้งในและนอกเครื่องแบบตามห้วงเวลาที่เหมาะสม โดยนายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร ให้ตำรวจเร่งรัดรูปคดีเพื่อให้สามารถคลี่คลายปัญหานี้ได้โดยเร็ว

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวต่อว่า ขอให้พี่น้องประชาชนช่วยกันเนื่องจากพื้นที่บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง มีประชาชนไปถวายสักการะ วันละประมาณ 20,000 คนพร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในบริเวณนั้นประมาณ 30,000 คน ซึ่งคนค่อนข้างพลุกพล่าน หากมีอะไรที่จะเป็นสิ่งบอกเหตุก่อให้เกิดอันตรายหรือมีผู้ไม่ประสงค์ดี ก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ และที่สำคัญที่ได้เร่งรัดไปก็คือเรื่องกล้องวงจรปิดต้องยอมรับตรงๆ ว่า พอมีเหตุการณ์เกิดขึ้นภาพไม่ชัดเจนไม่สามารถใช้ประโยชน์จากกล้องวงจรปิดได้มากนักก็ต้องเร่งรัดการติดกล้องวงจรปิดที่มีคุณภาพในพื้นที่โดยรอบพระบรมมหาราชวังเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจะมีพิธีสำคัญในอนาคตอันใกล้ เมื่อถามว่า ผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มไหนเนื่องจากทั้ง 2 เหตุการณ์เกิดขึ้นใกล้พื้นที่สนามหลวงที่มีพระราชพิธีสำคัญ

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้ยังฟันธงไม่ได้ว่าเป็นกลุ่มการเมือง หรือกลุ่มคนอื่น แต่ตนมองว่ากลุ่มการเมืองคงไม่ใช่เพราะทุกคนมีความประสงค์ที่จะก้าวไปสู่การเลือกตั้งโดยเร็ว ส่ วนจะเป็นกลุ่มอื่นหรือไม่นั้นไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่าวัตถุประสงค์คืออะไร เพียงแต่การก่อเหตุ เพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลและไม่ประสงค์ต่อชีวิตประชาชน ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ยังพอยอมรับได้ อย่างไรก็ตาม ในทุกสังคมจะมีคนประเภทนี้อยู่ที่ก่อกวนเพื่อต้องการให้เกิดเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลาก็คือต้องการเครดิตรัฐบาล

"การดิสเครดิตรัฐบาล ไม่จำเป็นต้องเป็นกลุ่มการเมืองที่เห็นตามเนื่องจากการบริหารงานของรัฐบาล ที่ผ่านมาเราก็ดำเนินการในหลายอย่างโดยเฉพาะในส่วนของคสช.ทั้งการกวาดล้างผู้มีอิทธิพลยาเสพติดการจัดระเบียบ สิ่งเหล่านี้ส่วนหนึ่งอาจส่งผลกระทบกับคนที่ต้องทำงานหาเช้ากินค่ำที่มีความรู้สึกว่าชีวิตต้องมีความเปลี่ยนแปลงก็จะแสดงออกในรูปแบบต่างๆ บางคนยอมรับและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมบางคนที่ไม่ยอมรับก็อาจจะออกมาในรูปแบบแปลกๆในขณะนี้ตราบใดที่เรายังไม่ได้ตัวผู้ดำเนินการก็ไม่ควรที่จะไปบอกว่าเป็นกลุ่มนั้นหรือกลุ่มนี้" พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวต่อว่า ลักษณะของการก่อเหตุเป็นรูปแบบก่อกวน ซึ่งตัวจุดระเบิดต่างๆเป็นของเก่าที่เก็บไว้นานไม่ใช่นำมาประกอบขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะมีการซุกเก็บไว้ เมื่อมีจังหวะและโอกาสมีแรงจูงใจอื่นๆ เข้ามาก็ออกมาสร้างสถานการณ์ ซึ่งยืนยันว่าเราทำงานกันอย่างเต็มที่และเร่งรัดเรื่องงานด้านการข่าว การวางกำลังเพิ่มเติมในพื้นที่

"ที่สำคัญที่สุดที่จะประสบความสำเร็จก็คือเหตุการณ์ทั้ง 2 ครั้ง คือใครเป็นผู้กระทำเพื่อตามหาตัว ต้องจุดประกายตรงนี้ให้ได้จากหลักฐานทั้งหมดที่มีอยู่ ส่วนที่มองกันว่าเป็นการก่อเหตุเพื่อดิสเครดิต คสช.ครบ 3 ปีนั้นทุกอย่างเป็นไปได้ แต่ผมมองว่าไม่ใช่ประเด็นนี้ เนื่องจากคนที่จ้องจะก่อเหตุหรือคนที่ไม่พอใจหากมีจังหวะเวลาโอกาส เขาพร้อมทำได้เสมอไม่จำเป็นต้องดิสเครดิตคสช.ครบ 3 ปี เพราะไม่ได้มีอะไรที่หวือหวาในห้วงปัจจุบัน ผมไม่เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะโยงกับ 3 ปีคสช. ถ้ามีจังหวะ เวลา มีความพร้อมก็จะทำ เนื่องจากพื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุค่อนข้างมืดอยู่นอกเขตคัดกรอง คนไปมาจำนวนมากมีความสะดวกในการก่อเหตุ ขณะนี้ต้องฝากความหวังไว้กับกล้องวงจรปิด" พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาเหตุการณ์ลอบวางระเบิดไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์หรือพื้นที่ กทม. มักจะหาตัวคนร้ายไม่ได้แล้วทุกอย่างจะเงียบหายไป พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า บางส่วนไม่สามารถจับผู้ก่อเหตุได้ เหมือนอย่างเช่นเหตุการณ์วางระเบิดหน้ากองสลาก เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ แม้จะมีผู้ต้องสงสัยและเชิญมาให้ข้อมูล แต่เมื่อไม่ใช่ก็ต้องปล่อยไป ดังนั้นการแถลงข่าวความคืบหน้าของเหตุการณ์ต่างๆ จึงเป็นไปคนข้างยากจนกว่าจะจับกุมตัวผู้ก่อเหตุตัวจริง

"ยอมรับว่าที่ผ่านมาการก่อเหตุในพื้นที่ กทม.มีหลายครั้ง กระบวนการในการติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุค่อนข้างยาก เนื่องจากรูปแบบการวางระเบิด เปิดเผยต่อสังคมน้อยต้องอาศัยในเรื่องงานด้านการข่าว กล้องวงจรปิด ถ้าหากได้ทั้งคู่ ทั้งการข่าวและภาพจากกล้องวงจรปิดที่ชัดเจนก็จะสามารถตามหาตัวได้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีผู้ต้องสงสัย การแถลงข่าวของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนจึงไม่สามารถทำได้ เมื่อพูดไปก่อนก็จะทำให้คลาดเคลื่อนได้" พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว

เมื่อถามว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าว มีความคล้ายคลึงกับการวางระเบิดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ระบุว่า ชิ้นส่วนต่างๆ ของระเบิดที่พบไม่ได้เชื่อมโยงกับในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเพียงลักษณะการก่อกวน แม้ว่ารูปแบบและวิธีการอาจจะคล้ายกัน แต่สามารถลอกเลียนได้จากอินเทอร์เน็ต แต่วัตถุชิ้นส่วนคนละชนิดกันพร้อมทั้งยืนยันอีกว่า เหตุระเบิดดังกล่าว ไม่ใช่ก่อเหตุเพื่อกลบกระแสโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ